จริงๆเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ เพราะเคยมีแนวคิดมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่เพิ่งมาประกาศอย่างจริงๆจังในปีนี้ สำหรับการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ที่จะมาถึง
โดยการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนี้ จะมีค่าธรรมเนียมในการเก็บที่ไม่เหมือนกัน
ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศทางอากาศจะถูกเรียกเก็บเงิน 300 บาท ส่วนผู้ที่เดินทางมาทางบกหรือทางเรือจะจ่าย 150 บาท ค่าใช้จ่ายเรียกเก็บนี้จะยกเว้นกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้เดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับและผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง ผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานของไทยหรือนักเดินทางที่มีหนังสือเดินทางทูตและราชการ
ในปี 2566 จะสามารถเรียกเก็บเงินก้อนนี้ได้เพียง 7 เดือนหลังของปี ซึ่งมีการคาดการณ์ประมาณการเก็บเงินได้ 3,900 ล้านบาท โดยจะนำเงินส่วนนี้ใช้เป็นประกันอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในโรงพยาบาลของรัฐมูลค่า 300-400 ล้านบาท รวมไปถึงค่าธรรมเนียมจะนำไปใช้ในการส่งศพนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เสียชีวิตขณะอยู่ในประเทศกลับประเทศด้วย
มุมนี้เองทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยบางรายกลัวว่า ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจะทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนไม่เลือกประเทศไทย ในขณะที่บางส่วนมองว่า เป็นโอกาสในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในภาคการท่องเที่ยว รวมไปถึงลดภาระกรณีฉุกเฉินของนักท่องเที่ยวในกองทุนสาธารณะ
ในปี 2566 รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว 25 ล้านคนในปีนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดในปี 2019 แต่มากกว่าสองเท่าของจำนวนนักท่องเที่ยว 11 ล้านคนที่มาถึงในปี 2022 เนื่องจากความต้องการเดินทางฟื้นตัวขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว
