บ้านเรามีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บางคนอาจจะเรียกติดปากไปว่า บัตรคนจน เพราะเนื่องจากเป็นบัตรสวัสดิการที่ต้องการให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ท่ามกลางปัจจัยในเรื่องรายได้ที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะเนื่องจากช่วงนี้ของแพง ทั้งอาหารเอย แก๊สหุงต้มเอย ทำให้การที่รัฐบาลได้ต้องออกมาช่วยเหลือจึงมีส่วนช่วยบรรเทาเรื่องของค่าครองชีพไปได้บ้าง

ตัดมาที่แผ่นดินมังกร เรื่องนี้ ก็ใช้ Concept คล้ายๆกัน แต่ขอเล่าย้อนไปเดือนมกราคม ที่ผ่านมาสดๆร้อนกันก่อน เพราะเนื่องจากมีการเปิดเผยตัวเลขออกมาจากทางการจีน ว่า ราคาอาหารแพงขึ้นเฉลี่ย 6% แต่อาหารที่มีสัดส่วนราคาพุ่งมากที่สุดคือ เนื้อหมู ที่คนจีนนิยมบริโภคมากที่สุด รองลงมาคือสารพัดผลไม้ที่ราคาปรับตัวแพงขึ้นตาม

แต่ 6% เป็นสัดส่วนที่ทั่วโลกก็เจอกันโดยปกติ ตั้งแต่เรื่องของสงครามรัสเซียยูเครนประมาณ 1 ปี แต่สำหรับจีนเอง มีปัจจัยภายในที่ประชาชนค่อนข้างกระอักกระอ่วนในเรื่องของการทำมาหากิน จากนโยบายโรคระบาดเป็นศูนย์ ที่เจอคนติดเชื้อที ปิดพื้นที่ไปที ทำให้รายได้ของภาคธุรกิจและบริษัทเข้ามาไม่ต่อเนื่อง

เรื่องนี้เองก็ส่งผลกระทบต่อคนจีน ประกอบกับเจอเรื่องของเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ที่กำลังเป็นขาขึ้น จึงทำให้ คนจีนที่ยังไม่ฟื้น ก็เจอปัจจัยของโลกซ้ำไปอีกที

ทำให้การอุดหนุนค่าใช้จ่าย โดยการโปรยเงิน จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการช่วงเหลือ เนื่องจากจีนเปิดตัวโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในปี 2554 เพื่อมอบเงินสดให้กับผู้ยากไร้เมื่อเงินเฟ้อหรือราคาอาหารแตะระดับที่กำหนด ซึ่งแต่ละเมืองจะมีกำหนดมาตรฐานของตัวเอง เนื่องจากค่าครองชีพแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

ทำให้ทางการปักกิ่ง ตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ 300,000 คน ในปักกิ่ง เดือนละ 40 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทย 200 บาท ในระยะยาวโดยที่ยังไม่มีการกำหนดสิ้นสุดโครงการ เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพในเบื้องต้น

เรื่องนี้ทำให้คนในจีนพูดกันอย่างกว้างขวาง ในเรื่องจำนวนเงิน 200 บาทต่อเดือน ว่าเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียอย่าง Weibo เพราะบางส่วนก็มองว่า เงินจำนวนนี้อาจไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพได้มากขนาดนั้น เนื่องจากเงินก้อนนี้สามารถซื้อของได้ในจำนวนที่จำกัดมากๆ เช่นกัน