ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีน ที่มีจำนวนมากถึง 1,400 กว่าล้านคน มากจนช่วงหนึ่งต้องใช้นโยบายลูกคนเดียว เพื่อควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้มากเกินกว่าจะรับมือไหว
แต่กลายเป็นว่า ในตอนนี้นโยบายในอดีตที่อยากจะควบคุมประชากรในประเทศ กลับพ่นพิษใส่ตัวเองในยุคที่แรงงานขาดแคลน หนุ่มสาวจีนไม่อยากมีลูก รวมไปถึงสภาพของประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของจีน
ทำให้ทางการต้องออกมาตรการกระตุ้นเร่งปั๊มลูก หวังจะแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว เพื่อผลิตคนมาสร้างเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต
นโยบายตอนนี้ที่จีนกำลังจะทำ คือ การสนับสนุนให้ครอบครัวมีลูก 2 คนขึ้นไป โดยให้สิทธิพิเศษเป็นเงินขวัญถุง เมื่อมีทายาทสืบสกุล ซึ่งจำนวนเงินจะมากขึ้นหากมีลูกได้มากถึง 3 คน
เนื่องจากหากครอบครัวใดมีทายาทคนที่ 2 ทางการจีน มีเงินขวัญถุงต้อนรับสมาชิกใหม่ ถึง 5,000 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 25,000 บาท และใจป้ำมากกว่านั้น คือหากมีคนที่ 3 รัฐแจกหนักจัดให้ถึง 1 แสนบาท กันเลยทีเดียว
แต่ถ้าดูกันในระยะยาวเงินที่ได้ ก็ต้องมานั่งดีดลูกคิดกันอีกทีว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะมีรายงานของสถาบันวิจัยประชากรหยูหวาแห่งปักกิ่งเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเลี้ยงดูบุตรจนถึงอายุ 18 ปีอยู่ที่ 485,000 หยวน หรือคิดเป็น 2,400,000 บาท ในปี 2562
พูดง่ายๆว่า ถ้าอยากมีลูกและเลี้ยงจนกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ต้องมีเงินประมาณ 134,000 บาท ต่อปี สำหรับการเลี้ยงลูก 1 คน จึงทำให้ข้อเสนอที่ออกมาอาจจะไม่ดึงดูดเท่าที่ควร เนื่องจากตัวเลขนี้สูงมาก คิดเป็น 7 เท่าของรายได้ต่อหัวของประชากรจีน
ถ้าพูดกันภาพรวมเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ทางการจีน อยากสนับสนุนให้ครอบครัวมีลูกมากขึ้น เพื่อมาเป็นแรงงานในการสร้างเศรษฐกิจ แต่การออกมาตรการเร่งปั๊มลูกครั้งนี้ ถือว่าอยู่ในจุดที่เริ่มมีสัญญาณวิกฤตเกิดขึ้น
เนื่องจากมีตัวเลขการลดลงของประชากรจีนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ ถึงกว่า 850,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในรอบ 62 ปี รวมไปถึงอัตราการเกิดของประเทศที่มีประชากรเป็นอันดับสองของโลกอย่างอินเดีย เริ่มแซงจีนเมื่อปี 2565 อีกด้วย
