Tesla สร้างโรงงานในจีน ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะทั้งค่าแรงก็ถูกตลาดก็ใหญ่ โอกาสในการของไปยังในเอเชียก็ยังมี แต่ครั้งนี้สำหรับความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ จะแตกต่างกัน เพราะเป็นการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐ ด้วยความร่วมมือระหว่างแบรนด์รถสหรัฐฯ ที่มี นายทุนจีนเข้ามามีส่วนร่วม

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นข้อตกลงธุรกิจระหว่าง Ford ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสหรัฐ และ Contemporary Amperex Technology Co. หรือ CATL ที่มีความเชี่ยวชาญการผลิตแบตเตอรี่สัญชาติจีน ด้วยเม็ดเงินลงทุน 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสถานที่ตั้งโรงงาน ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา คาดว่าจะเปิดในปี 2569 และมีพนักงานประมาณ 2,500 คน

แต่ลักษณะการร่วมทุนนั้น จะไม่ทำในลักษณะบริษัทร่วมทุนกับ CATL แต่ Ford จะเป็นเจ้าของโรงงานแห่งใหม่ ผ่านบริษัทในเครือที่เป็นเจ้าของทั้งหมด โดยที่ทาง Ford เองปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดข้อตกลงกับ CATL

ซึ่งในความเป็นเจ้าของของ Ford ในโรงงานแห่งนี้ อาจจะช่วยหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเพิ่มเติมในนโยบายที่สหรัฐฯและจีน ยังจูบปากกันยังไม่ได้ รวมไปถึงทาง Ford เองอาจมีสิทธิ์ได้รับเครดิตภาษี EV ของรัฐบาลกลาง

เพราะหลังจากนี้ Ford วางแผนที่จะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในอัตรา 600,000 คันต่อปีทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ และ 2 ล้านคันทั่วโลกภายในสิ้นปี 2569

ทำไม Ford ต้องร่วมมือ กับ CATL ?

เนื่องจากในปัจจุบัน Ford ตามหลังผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla สำหรับตลาดรถยนต์อเมริกา ทำให้ทางค่ายต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อให้รถยนต์สามารถขายได้ ประกอบกับ นโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ส่งเสริมเรื่องของการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา รวมไปถึงต้องการลดการพึ่งพาแบตเตอรี่จากประเทศจีน ในการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ

ทำให้การสร้างโรงงานผลิตแบตรถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นทางเลือกของ Ford เพื่อเป็นการลดต้นทุนจากการขนส่งแบตเตอรี่เข้ามาในสหรัฐ แต่ลำพัง Ford เอง ก็ไม่ได้พร้อมขนาดนั้น จึงต้องจับมือกับมือฉมังด้านการผลิตแบตเตอรี่อย่าง CATL จากจีน

โรงงานนี้จะผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟตใหม่หรือ LFP ซึ่งตรงข้ามกับแบตเตอรี่นิกเกิลโคบอลต์แมงกานีสที่มีราคาสูงกว่า ที่ Ford ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้แบตเตอรี่ใหม่คาดว่าให้ต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งจะทำให้ฟอร์ดสามารถทำกำไรได้มากขึ้น คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายแบตเตอรี่ LFP ใน Mustang Mach-E ภายในปีนี้