ใครมันจะไปนึกว่า สวิสเซอร์แลนด์ จะเจอเรื่องเงินเฟ้อ เพราะภาพที่หลายคนนึกถึงและยังตราตรึง จะเป็นแนวประเทศที่มีความมั่นคงทางการเงินที่ไม่มีอะไรมากระแทกค่าเงินประเทศนี้ได้เลย แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เจอเงินเฟ้ออย่างจังสูงถึง 3.5% คิดเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 29 ปี
จริงๆ แล้ว ถ้าพูดถึงตัวเลขเงินเฟ้อ 3.5% ถือว่าไม่ได้สูง เพราะช่วงก่อนหน้านี้มีหลายประเทศเจอมาหนักกว่านี้ก็มีมาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา เจอเงินเฟ้อที่ 9.1% , สหราชอาณาจักร เจอที่ 11.1% ส่วนประเทศแถบที่ใช้เงินสกุลยูโร หรือยูโรโซน ก็เจอไป 10.6%
อย่างที่รู้กันดีในความสวิส เป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด 10 อันดับแรกของโลก โดยมีอยู่สองเมืองที่ติดอันดับ ก็คือ ซูริก ติดอันดับ 6 และอีกเมือง คือ เจนีวา ติดอันดับ 7 จึงทำให้เจอเงินเฟ้อที่แม้ว่าจะไม่สูง แต่ค่าครองชีพมันสูงอยู่แล้ว เลยทำให้เกิดความรู้สึกกระอักเล็กน้อย
แต่ด้วยรายได้ต่อหัวของประเทศที่จัดว่าค่อนข้างสูงเกือบ 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงจัดอยู่ในประเทศที่ถือว่าประชากรมีฐานะค่อนข้างมั่นคงพอสมควร ทำให้ประชากรของเขาก็ยังพอถูๆไถๆไปกันได้
สำหรับเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 29 ปี ของสวิสเซอร์แลนด์ ที่ถูกบันทึกด้วย 3.5% นั้น ก็ไม่ได้ส่งผลมากนักต่อค่าเงิน เนื่องจากตลอดทั้งปีทางการสวิสเองก็มี ทองคำสำรองที่สูง พันธบัตรที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงความน่าเชื่อถือในระบบการเงินที่หลายประเทศให้การยอมรับ ก็ทำให้ค่าเงินฟรังก์สวิส ผันผวนไม่เกิน 10% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ
แล้วอะไรทำให้ สวิส เจอเงินเฟ้อที่สูงถึง 3.5% ในรอบ 29 ปี?
หลักก็คือ สวิส เจอพิษสงครามรัสเซียยูเครนที่เพิ่งเป่าเค้กครบรอบไป 1 ปีหมาดๆ จากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าจะพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากน้ำเป็นหลัก แต่ก็ยังส่งผลอยู่ดี เพราะพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้น 16.2%
แต่ในขณะเดียวกันทางการสวิสก็มีมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่เข้มงวด โดยมีการตั้งกำแพงภาษีที่สูงสำหรับสินค้านำเข้า เพื่อให้ประชากรในประเทศผลิตอาหารออกมาให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้นจากปี 2021 คิดเป็น 4% เท่านั้น
