นายบิล ฟอร์ด จูเนียร์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จํากัด กล่าวว่า สหรัฐฯ “ยังไม่พร้อม” ที่จะแข่งขันกับจีนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

“พวกเขาพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีขนาดตลาดที่ใหญ่ และตอนนี้พวกเขากําลังส่งออกไปทั่วโลก”

ผู้บริหารฟอร์ดให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ‘Fareed Zakaria GPS’ ของ CNN พร้อมกล่าวเสริมว่า แม้ตอนนี้รถยนต์ EV ของจีนจะยังเจาะตลาดอเมริกาได้ไม่เต็มที่ แต่อีกไม่นานจะสามารถทำได้แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ผู้ผลิตฝั่งอเมริกาเองต้องเตรียมตัวรับมือให้พร้อม

จีนกำลังกลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับ 2 ของโลก ซึ่งอาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกและเขย่าตลาดรถยนต์ของประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง การจัดส่งรถยนต์ที่ผลิตในจีนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นสามเท่าตั้งแต่ปี 2020 เป็นมากกว่า 2.5 ล้านคันในปีที่แล้ว ซึ่งต่อกรท้าทายผู้ส่งออกรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของตลาด เช่น ญี่ปุ่น และเยอรมนี

ฟอร์ดประกาศในปีนี้ว่าจะลงทุน 3,500 ล้านดอลลาร์ในโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในมิชิแกนทําให้เกิดการโต้เถียงทางการเมืองโดยบอกว่าจะดําเนินการด้วยเทคโนโลยีและการสนับสนุนจาก บริษัท แอมแปเร็กซ์เทคโนโลยีของจีน

Pete Buttigieg รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ กล่าวถึงความท้าทายในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ว่าสหรัฐฯ ต้องดําเนินการเพื่อลดความได้เปรียบของจีนในเรื่องของแบตเตอรี่ EV และการสร้างความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบในการผลิตแบตฯ ซึ่งสามารถแก้ไขได้

จิม ฟาร์ลีย์ ซีอีโอของฟอร์ด กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนกลายเป็นคู่แข่งหลักในภูมิภาค และฟอร์ดต้องการการสร้างแบรนด์ที่โดดเด่นหรือมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเพื่อเอาชนะผู้ผลิตรถยนต์จีน

เขามองว่าจีนเป็นคู่แข่งหลัก ไม่ใช่ GM หรือ Toyota อีกต่อไปแล้ว จีนนี่แหละจะเป็นมหาอํานาจทางด้านยานยนต์รายถัดไป