Henley & Partners บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนระดับโลกเปิดเผยข้อมูลว่า มหาเศรษฐีมีการย้ายออกนอกประเทศมากที่สุดจากจำนวนของเศรษฐีทั่วโลกในปีนี้ เนื่องจากการเติบโตมั่งคั่งของประเทศชะลอตัวลง
โดยจีนจะสูญเสียบุคคลที่มีความมั่งคั่งสุทธิสูงถึง 13,500 คนในปี 2023 ซึ่งมีสินทรัพย์ในการลงทุนมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยอินเดียที่มีการอพยพย้ายออกนอกประเทศถึง 6,500 คนและสหราชอาณาจักรที่ 3,200 คน
นโยบายที่รัฐบาลจีนเข้าควบคุมแทรกแซงธุรกิจต่างๆ และนโยบาย “รวยร่วมกัน” หรือ Common Prosperity ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ส่งผลให้สินทรัพย์ของผู้มีรายได้สูงถูกกระจายตัวออกไปนั้น ทำให้ผู้ประกอบการของจีนได้หอบเงินแห่กันย้ายไปอยุ่ประเทศอื่นแทน เช่น สิงคโปร์ ในขณะที่นโยบายการจัดการปัญหาโควิด-19 ที่ยืดเยื้อในช่วงที่ผ่านมา และปิดเมืองยาวนานเกินไปเหตุผลสำคัญให้คนรวยย้ายไปอยู่ต่างประเทศแทน
“การเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งในจีนชะลอตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าการไหลออกของทุนและจำนวนเศรษฐีครั้งล่าสุดอาจสร้างความเสียหายมากกว่าปกติ” Andrew Amoils หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทข่าวกรองความมั่งคั่ง New World Wealth
จำนวนของเศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ปี 2000 – 2017 แต่หลังจากนั้นความมั่งคั่งและการเติบโตของจำนวนเศรษฐีในประเทศนั้นเพิ่มขึ้นน้อยมากตั้งแต่นั้นมา
ในขณะเดียวกันการอพยพของกลุ่มคนรวยในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ทําให้เป็นชาติที่เกิดการอพยพของศรษฐีที่มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ตามมาด้วยรัสเซียในอันดับที่ 4
ในทางกลับกันออสเตรเลียคาดว่าจะแซงหน้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่กลายเป็นประเทศอันดับต้นๆ ในการดึงดูดการไหลเข้าของเหล่าคนรวย ส่วนสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 3 เศรษฐีและมีประมาณ 5,200 คนจะย้ายไปออสเตรเลียในปีนี้
