จีนยังคงไม่สามารถหยุดยั้งสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้นับตั้งแต่สิ้นสุดการสถานการณ์โรคระบาด และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบที่หนักที่สุดคือ อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน โดยเฉพาะอสังหาฯ ที่ก่อนหน้านี้มีปรากฎการณ์ยักษ์ล้มมาแล้วคือ “Evergrand Group” บริษัทอสังหาฯ ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งต้องล้มไปพร้อมกับกองหนี้มหาศาลถึง 10 ล้านล้านบาท ตอกหมุดเศรษฐกิจจีนให้ตกต่ำลงไปอีก

แต่ดูเหมือนว่าโดมิโน่กำลังล้มลงทีละตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะล่าสุด
“Country Garden Holdings Co. ยักษ์ใหญ่อสะงหาริมทรัพย์อันดับ 6 ของจีนกำลังเผชิญกับวิฤตสภาพคล่องทางการเงิน เพราะแบกหนี้สะสมเอาไว้มหาศาลถึง 1.4 ล้านล้านหยวน หรือกว่า 6.4 ล้านล้านบาท และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดนับชำระหนี้หุ้นกู้ซึ่งกำหนดชำระเหลือเวลาน้อยกว่า 30 วัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลกลางปักกิ่งพยายามออกมาตรการกระตุ้นการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์

ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ออกมาเปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนที่เห็นตัวเลขการประเมินออกมาไม่ว่าจะมาจากหน่วยงานภาครัฐ หรือของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจต่างๆ มีการประเมินการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อยุ่ในแง่บวกมากจนเกินไปและไม่สะท้อนความเป็นจริง และบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1992 รวมทั้งอาจขาดทุนสุทธิสูงถึง 55,000 ล้านหยวน หรือราว 2.68 แสนล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับผลกำไรเพียง 1,910 ล้านหยวน หรือ 9,316 ล้านบาทในปีก่อนหน้า

ซึ่งบริษัทต้องระงับการซื้อขาย Onshore Bonds ประมาณ 12 ชุดตั้งแต่วันนี้ (14 สิงหาคม 2023) เป็นต้นไป ซึ่งเป็น 2 วันก่อนที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ จะออกมาเปิดเผยกับสาธารณะว่าจะรายงานผลขาดทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

ยักษ์อสังหาฯ จีนอันดับ 6 ขาดสภาพคล่องหนัก
เสี่ยงเผชิญวิกฤตอสังหาฯ เศรษฐกิจมังกรผวาทรุดอีก
หวั่นผิดนัดชำระหนี้กว่า 6.4 ล้านล้านบาท

จีนยังคงไม่สามารถหยุดยั้งสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้นับตั้งแต่สิ้นสุดการสถานการณ์โรคระบาด และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบที่หนักที่สุดคือ อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน โดยเฉพาะอสังหาฯ ที่ก่อนหน้านี้มีปรากฎการณ์ยักษ์ล้มมาแล้วคือ “Evergrand Group” บริษัทอสังหาฯ ที่ใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งต้องล้มไปพร้อมกับกองหนี้มหาศาลถึง 10 ล้านล้านบาท ตอกหมุดเศรษฐกิจจีนให้ตกต่ำลงไปอีก

แต่ดูเหมือนว่าโดมิโน่กำลังล้มลงทีละตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะล่าสุด
“Country Garden Holdings Co. ยักษ์ใหญ่อสะงหาริมทรัพย์อันดับ 6 ของจีนกำลังเผชิญกับวิฤตสภาพคล่องทางการเงิน เพราะแบกหนี้สะสมเอาไว้มหาศาลถึง 1.4 ล้านล้านหยวน หรือกว่า 6.4 ล้านล้านบาท และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดนับชำระหนี้หุ้นกู้ซึ่งกำหนดชำระเหลือเวลาน้อยกว่า 30 วัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลกลางปักกิ่งพยายามออกมาตรการกระตุ้นการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์

ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ออกมาเปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนที่เห็นตัวเลขการประเมินออกมาไม่ว่าจะมาจากหน่วยงานภาครัฐ หรือของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจต่างๆ มีการประเมินการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อยุ่ในแง่บวกมากจนเกินไปและไม่สะท้อนความเป็นจริง และบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1992 รวมทั้งอาจขาดทุนสุทธิสูงถึง 55,000 ล้านหยวน หรือราว 2.68 แสนล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับผลกำไรเพียง 1,910 ล้านหยวน หรือ 9,316 ล้านบาทในปีก่อนหน้า

ซึ่งบริษัทต้องระงับการซื้อขาย Onshore Bonds ประมาณ 12 ชุดตั้งแต่วันนี้ (14 สิงหาคม 2023) เป็นต้นไป ซึ่งเป็น 2 วันก่อนที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ จะออกมาเปิดเผยกับสาธารณะว่าจะรายงานผลขาดทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้