“รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง”

การผจญภัยสุดขั้วที่แสนอันตรายเพื่อเดินทางไปยังบริเวณที่ยากลำบากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าถึง ทั้งการดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร ณ​ จุดที่ลึกที่สุดของโลก การพุ่งทะยานขึ่นสู่ห้วงอวกาศอันมืดมิด หรือพาร่างกายฝ่าความหนาวเหน็บและอันตรายเพื่อไปยืนบนจุดที่สูงที่สุดของโลก มันคือประสบการณ์ล้ำค่าที่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะมีโอกาสได้ทำ ถ้าคุณไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยระดับโลก หรือนักบินอวกาศผู้ที่ถูกคัดเลือกจากหน่วยงานให้เดินทางไปแบบฟรีๆ ก็ต้องเป็นเหล่าบรรดาคนมีเงิน มหาเศรษฐี หรือผู้ที่มีความพร้อมที่จะจ่ายเงินมาหาศาลเพื่อสนองต่อความหลงไหลในการผจญภัยของตัวเอง ที่ต้องแลกกับความเสี่ยงอันตรายอาจถึงแก่ชีวิต และค่าใช้จ่ายต่อทริปที่เริ่มต้น 100,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านบาท 

ต่อให้จะทั้งแพงและเสี่ยงอันตรายขนาดไหน แต่ธุรกิจท่องเที่ยงเพื่อคนรวยชอบเสี่ยงเหล่านี้ก็ยังเติบโตเฟื่องฟูและมีนักเดินทางกระเป๋าหนักพร้อมจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ชีวิตสุด “Extreme” สนใจอยู่เสมอ

แม้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเกิดโศกนาฏกรรมช็อกคนทั้งโลก เมื่อเรือดำน้ำลึกที่ชื่อว่า “ไททัน” ซึ่งพานักเดินทางพร้อมกัปตันทั้ง 5 ชีวิต ลงไปชมซากเรือไททานิคที่ความลึกเกือบ 4 กิโลเมตรใต้ท้องทะเล และได้หายสาบสูญไป ซึ่งหลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า เรือถูกบดขยี้ด้วยแรงดันน้ำมหาศาล เพราะยานสำรวจใต้น้ำที่ส่งลงไปทำภารกิจกู้ภัยไปพบเศษชิ้นส่วนของไททันกระจัดกระจายอยู่ใกล้กับซากเรือไททานิค

นั่นเท่ากับว่าผู้คนภายในเรือดำน้ำก็คงเสียชีวิตทั้งหมดตามไปด้วย ซึ่งอย่างที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปว่า ทริปมรณะครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายต่อคนสูงถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.7 ล้านบาทเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าผู้ที่อยู่ในไททันล้วนแต่เป็นมหาเศรษฐีทั้งสิ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทริปการเดินทางสุดแสนพิเศษแต่แฝงไปด้วยอันตรายเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆ ได้รับการพัฒนากว่าแต่ก่อนให้ทันสมัยมากขึ้น ในราคาที่ถูกลง และการเดินทางของผู้คนทั่วโลกเชื่อมต่อกันง่ายขึ้น

จากข้อมูลของ Grand View Research ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผจญภัยทั่วโลกขยายตัวจาก 3.22 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 11.3 ล้านล้านบาท ในปี 2022 เป็นมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 35 ล้านล้านบาท ในปี 2023 เนื่องจากบริษัทต่างๆ พยายามขยายข้อเสนอสุดแสนท้าทายไปยังนักท่องเที่ยวที่บ้าระห่ำพวกนี้

ดร. Scott Lyons นักจิตวิทยาที่มีลูกค้ารวมถึงคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกให้ข้อมูลว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคนี้ ทําให้คนรวยสามารถไล่ล่าความตื่นเต้นที่อันตรายมากขึ้นได้

ดร.ไลออนส์กล่าวว่า คนรวยแสวงหา ‘ความรู้สึกมีชีวิตชีวา’ เพราะชีวิตมีความปลอดภัยในด้านอื่นแล้ว เช่น ความปลอดภัยทางการเงิน ดังนั้นพวกเขาจึงอาจแสวงหาความตื่นเต้นและความเสี่ยงในด้านอื่น

“ผู้คนจะแสวงหาความตื่นเต้นมากขึ้นหากพวกเขารู้สึกอ่อนไหวต่อความเบื่อหน่าย เมื่อคุณร่ำรวยมากขึ้นในชีวิต สิ่งต่างๆ ก็น่าตื่นเต้นน้อยลง คุณกําลังมองหาความแปลกใหม่ของชีวิตเมื่อสิ่งต่างๆ พร้อมสําหรับคุณ’

การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการของมหาเศรษฐีทั้ง Jeff Bezos, Elon Musk และ Richard Branson ได้กระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดาราศาสตร์ที่กําลังตั้งไข่

Virgin Galactic Holdings ของ Branson กล่าวว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเที่ยวบินอวกาศเชิงพาณิชย์ครั้งแรกที่เรียกว่า ‘Galactic 01’ เปิดตัวระหว่างวันที่ 27 มิถุนายนถึง 30 มิถุนายน

บริษัท มีรายงานลูกค้า 800 รายสําหรับเที่ยวบินขึ้นและลงไปยังขอบชั้นบรรยากาศประมาณ 90 นาทีซึ่งส่วนใหญ่ได้จ่ายเงินระหว่าง 250,000 ถึง 400,000 ดอลลาร์ หรือ 8.8 – 14 ล้านบาท สําหรับตั๋วของพวกเขา

ที่ปรึกษาด้านธุรกิจสำหรับทริปการเดินทางระดับหรูหราระบุว่า บริษัทต่างๆ เช่น “Blue Origin” เสนอเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อไปยังอวกาศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021 เมื่อที่นั่งแรกถูกซื้อในราคา 28 ล้านดอลลาร์ หรือ 986 ล้านบาท สำหรับเที่ยวบิน 10 นาทีไปยังระดับความสูงประมาณ 106 กม. เหนือพื้นโลก ซึ่งผู้โดยสารจะประสบกับความไร้น้ําหนักสักครู่ สัมผัสกับพรมแดนของดาวเคราะห์สีฟ้าบ้านเกิดกับอวกาศอันแสนเวิ้งว้างด้วยตัวเองก่อนที่จะกลับสู่โลก

ส่วนมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นได้ซื้อทุกที่นั่งในการเดินทางครั้งแรกของจรวด SpaceX Starship ของ Musk โดยตั้งใจจะใช้เวลา 3 วันในการโคจรรอบดวงจันทร์และเข้าใกล้พื้นผิวของดาวบริวารในระยะ 200 กิโลเมตร

และบริษัททัวร์เช่น “White Desert” ก็มีบริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวยังขั้วโลกใต้ ณ ทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งมีราคาต่อทริปราว 100,000 ดอลลาร์ หรือ 3.5 ล้านบาท ซึ่งยังถูกกว่าการเดินทางไปยังชมซากไททานิคที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 250,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 8.7 ล้านบาทเสียอีก

นักเดินทางระดับไฮเอนด์ยังคงให้ความสําคัญกับวันหยุดพักผ่อนครั้งหนึ่งในชีวิต หลังผ่านพ้นสถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่มา แม้ว่าพวกเขาจะต้องแบกรับกับความเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิตในระดับหนึ่งก็ตามหากเกิดความผิดพลาดรุนแรงใดๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้

Ralph Iantosca ที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวสุดหรูและเจ้าของบริษัทท่องเที่ยว “The Expeditionist” ในสหรัฐฯ กล่าวว่า คนรวยเหล่านี้ต้องการทําในสิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาใฝ่ฝันว่าอยากทําสักครั้งมาโดยตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการดําน้ําในแอนตาร์กติกา เพราะพวกเขาสามารถดําน้ําในมหาสมุทรอื่นๆ ที่ใดในโลกได้หมด หรือการเดินป่าดงดิบกับเพื่อไปชมกอริลลาซิลเวอร์แบ็ค ในประเทศรวันดาที่เต็มไปด้วยอันตราย เป็นต้น

นักสํารวจผู้มั่งคั่งได้เดินทางข้ามไปผจญภัยยังพื้นที่ห่างไกลของโลกมาช้านาน ซึ่งมักจะใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการอดทนต่อพื้นที่อันแสนทุรกันดารที่ยากลำบากต่อการใช้ชีวิตอู่ฟู่แบบคนรวย

ในขณะที่ชีวิตในเมืองของพวกเขานั้นกลับมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียบพร้อมที่ซื้อได้ด้วยเงิน ทั้งรถสปอร์ตราคาแพงระยับ คฤหาสน์หรูหราบนสุดยอดทำเลทอง และไลฟ์สไตล์อันแสนฟู่ฟ่า

ตัวอย่างเช่น เมื่อ 20 ปีที่แล้วนักเดินทางสามารถค้นหาหนังสือ คู่มือ หรือหากไม่มีก็วางแผนเส้นทางด้วยตัวเองอย่าง James Willcox ผู้ก่อตั้ง “Untamed Borders” ในสหราชอาณาจักรซึ่งเริ่มดําเนินการจัดทริปไปเล่นสกีที่อัฟกานิสถานเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และอย่างที่ทราบกันว่านี่เป็นประเทศที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก เพราะยังอยู่ท่ามกลางสงครามต่อต้านกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่ตอนนี้หลายบริษัทก็อํานวยความสะดวกในการเดินทางสําหรับผู้แสวงหาการผจญภัยเช่นกัน

Samantha Collum ผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการของ “River Oaks Travel Concierge” กล่าวว่า ตลาดธุรกิจการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยของคนรวยแบบส่วนตัวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้เปิดมุมมองของดินแดนที่ห่างไกลของผู้คนในวงกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจากเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อต่อไปยังขั้วโลกใต้ ซึ่งนักเดินทางจะได้พักในแคมป์สุดหรูในพ็อดที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในภาพยนตร์ “Star War” สนนราคาทริปการเดินทางเริ่มต้นที่ 98,500 ดอลลาร์ หรือ 3.4 ล้านบาทต่อคน

การจัดทริปที่ครอบคลุมตั้งแต่เคปทาวน์ไปยังแอนตาร์กติกา และไปยังอเมริกาใต้ มัคคุเทศก์พานักเดินทางไปดําน้ําลึก เช่นเดียวกับการปีนธารน้ําแข็ง และการเดินป่า การเดินทางครั้งนั้นมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 250,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 8.7 ล้านบาท

ส่วนหนึ่งของอุทธรณ์สําหรับการเดินทางเหล่านี้ของนักเดินทางผู้มั่งคั่งคือ การรับประกันในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมทุกๆ ด้านหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

ต้องมีการรายการฝากข้อมูลการเดินทางส่วนตัวของผู้ร่วมทริปเกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องการเห็นหรือทํา รวมถึงสิทธิ์ในการไปที่คนรู้จักที่ให้ข้อมูลเอาไว้ จะสามารถเดินทางมาในที่ที่เขาไม่คุ้นเคยเพื่อช่วยเหลือนักเดินทาง หรือต้องจัดการเอกสารแทนหากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ออกทริปไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้

ที่ปรึกษาด้านการเดินทางกล่าวว่า พวกเขาทํางานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของพวกเขามีความพร้อมสําหรับการเดินทางจริง แต่แน่นอนว่าอันตรายบางอย่างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Global Rescue ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ความปลอดภัย การอพยพ และการจัดการความเสี่ยงในการเดินทางทั่วโลกระบุว่า ธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วคู่ขนานกันไปด้วยคือ ธุรกิจด้านการประกันภัยและการรักษาพยาบาล

บริษัทได้เห็นการเจ็บป่วยจากแมลงที่นักเดินทางไม่พบในประเทศบ้านเกิดมากขึ้น รวมถึงอุบัติเหตุถึงขั้นกระดูกหักที่มาจากการขี่มอเตอร์ไซค์ในต่างแดน

ธุรกิจด้านความปลอดภัยที่เติบโตทำให้การท่องเที่ยวเสี่ยงอันตรายมีผู้พร้อมใจออกเดินทางมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ที่คนทั่วไปสามารถมาเพื่อผจญภัยก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น ทำให้รัฐบาลเนปาลได้ออกใบอนุญาตสําหรับการปีนขึ้นสู่ยอดเอเวอเรสต์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในฤดูกาลล่าสุดนี้

Global Rescue คาดว่าจะมีจํานวนการกู้ภัยบนเทือกเขาหิมาลัยมากเป็นประวัติการณ์ในฤดูกาลนี้ เนื่องจากนักเดินทางเริ่มเดินทางที่พวกเขาไม่สามารถหรือเตรียมพร้อมได้ การช่วยเหลือมีความจําเป็นมาหลายปีแล้ว แต่กลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นเมื่อภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงบริการกู้ภัยและการแพทย์ฉุกเฉินได้มากขึ้น

เช่นเดียวกับยอดการซื้อกรมธรรม์เพื่อการผจญภัยผ่าน Squaremouth. com ในปี 2022 ก็เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2019 จนถึงปีนี้ยอดผู้ซื้อกรมธรรม์เพื่อการผจญภัยเพิ่มขึ้นอีก 46% จากปี 2022 บริษัทระบุว่า ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความนิยมสําหรับการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเสี่ยงอันตรายที่เพิ่มขึ้น เช่น ทวีปแอนตาร์กติกา หรือการไปส่องสัตว์ป่าซาฟารีในแอฟริกาใต้ เคนยา และแทนซาเนีย

แน่นอนว่าคนระดับนี้พวกเขาไม่ได้โง่ที่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายกับกิจกรรมที่พวกเขาอยากทำเพื่อสานฝันของตัวเองให้เป็นจริง เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขารู้ดีว่ามันมีความเสี่ยงสูง แต่อย่างที่บอกต่อให้เสี่ยงขนาดไหน ถ้ามันทำให้เป้าหมายบางอย่างในชีวิตของคนๆ หนึ่งที่เกิดมาและประสบความสำเร็จในด้านหน้าที่การงาน ธุรกิจ มีเงินทองที่ไม่มีวันใช้จนหมดแล้ว

สิ่งที่คนเหล่านี้ใฝ่ฝันคือ การปลดล็อกตัวเองจากสิ่งที่คิดอยากจะทำ ฝันอยากจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ ให้ลงมือทำในวันที่มีโอกาส ต่อให้สุดท้ายมันจะล้มเหลว หรือต้องตายอย่างน้อยพวกเขาคงรู้ว่าเขาได้ตายในตอนที่เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในชีวิต ณ ตอนนั้นแล้ว

โลกที่ต้องอยู่ปะปนท่ามกลางมนุษย์บางประเภทในสังคมโลกที่ตัดสินความคิด หรือการกระทำของคนอื่นที่ไม่เหมือนตัวเองว่า “โง่” 

แต่คำว่า “โง่” กับ “ประมาท” มันต่างกันมาก ทั้งการเขียนและความหมาย แต่บางคนเอามารวมกัน เพราะคิดว่าตัวเองนั้นมีสติปัญญาที่เลิศเลอกว่า ทั้งๆ ที่มนุษย์ทุกคนบนโลกก็มีหลายเรื่องในชีวิตที่มักทำอะไรโง่ๆ ลงไป แต่พอเป็นเรื่องของตัวเองก็พยายามมองไม่เป็นเรื่องใหญ่ และรับไม่ได้ถ้าใครมาบอกว่าโง่ เพราะกลัวจะ “โชว์โง่” ออกมาให้สังคมได้รับรู้ แต่พอเป็นเรื่องคนอื่นก็ตีตราได้ถนัดกว่า เพราะเรื่องความผิดพลาดของคนอื่นมักใหญ่กว่าเรื่องของตัวเองเสมอ