นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร เป็นเผยข้อมูลสถานการณ์หนี้เสียสินเชื่อรถยนต์ที่พุ่งสูงขึ้น ว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยที่อาจจะทำให้เศรษฐกิจ หงอย และ ซึม
เนื่องจากเครดิต บูโร เห็นสัญญาณลูกหนี้จ่ายหนี้แบบเลี้ยงงวดมาตั้งแต่ปี 2563-2564 และต่อเนื่องมาจนถึงปี 2566 เพราะเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคของแพง ค่าแรงต่ำ ทำให้เกิดปัญหาในการผ่อนชำระ
จากข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2564 มาจนถึงไตรมาส 1 ปีนี้ พบว่า มีลูกหนี้ค้างจ่ายค่างวด 1-3 งวด แต่ยังไม่ถือเป็นหนี้เสีย เพราะลูกหนี้กลับมาชำระ 1 งวด เรียกกันตามภาษาสินเชื่อคือเลี้ยงงวดกัน เพื่อไม่ให้เป็นหนี้เสียและไม่ให้ถูกยึดรถ
โดยกลุ่มลูกหนี้ดังกล่าว มีมูลหนี้ 190,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลหนี้ 150,000 ล้านบาท ของมูลหนี้ทั้งสิน 2.6 ล้านล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้กลุ่มสีแดง ที่ค้างเกิน 90วัน หรือกลุ่มหนี้เสีย มีมูลหนี้ที่ 180,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากไตรมาสแรกปี 2565 ที่มีมูลหนี้ 150,000 ล้านบาท
และหากแยกเป็นบัญชีตามช่วงอายุ จะพบว่าไตรมาสแรกปีนี้ บัญชีสินเชื่อรถยนต์ของกลุ่ม GEN Y จำนวน 600,000 บัญชี เป็นหนี้ที่มีปัญหา แล้วพบว่ากว่า 50 % หรือ 350,000 บัญชี เป็นหนี้เสียแล้ว
ขณะที่กลุ่ม GEN X มีบัญชีที่มีปัญหา 400,000 บัญชี โดย 50 % หรือ 200,000 บัญชี เป็นบัญชีหนี้เสีย ซึ่งเมื่อเอาตัวเลข บัญชีของทั้ง 2 กลุ่ม มารวมกัน มีความเสี่ยงว่า ในอีก 4 เดือนข้างหน้า อาจจะมีลูกหนี้ถูกยึดรถรวม 1 ล้านคัน
จึงไม่แปลกใจที่จะมีข่าวออกมาว่า สินเชื่อรถยนต์ปล่อยกู้ยาก การปฏิเสธอนุมัติสินเชื่อสูง จนกระทบคนที่ขายรถยนต์ เพราะบ้านเรากู้เงินมาซื้อรถมากกว่าซื้อสด และ ในอนาคตอาจจะได้เห็นหนี้เสียจากรถยนต์ที่รักโลก รักสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแน่ ๆ จอกันเยอะๆ ยังไงช่วยวางแผนผ่อนจ่ายให้ดีด้วย อยากให้คิดกันเยอะ
