“Beauty Privilege” เพราะโลกนี้มักใจดีกับคนที่ “หน้าตาดีเสมอ” แม้อ่านดูแล้วหลายคนคงรู้สึกย้อนแย้งในใจและอยากจะถามกลับมาที่ผู้เขียนว่า มีทัศนคติมองคนแค่เปลือกกายภายนอกหรือเปล่า?
แต่ในโลกของความเป็นจริงแล้วก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาดีมักได้รับการต้อนรับ หรือถูกปฏิบัติด้วยมาตรฐานที่เหนือกว่า และผู้คนอยากเข้าใกล้ทำความรู้จักมากกว่า เพราะธรรมชาติของมนุษย์ชื่นชอบความสวยงามอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานทั่วไปไม่ใช่สิ่งผิดปกติ
และเมื่อโลกมักใจดีกับคนหล่อสวย ทำให้อุตสาหกรรมการเสริมสวยเสริมหล่อเติบโตเฟื่องฟู ยิ่งในประเทศที่มีการแข่งขันสูงอย่างจีน อัตราการเติบโตของธุรกิจศัลยกรรมเพื่อความงาม ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก iResearch Inc บริษัทด้านการวิเคราะห์ธุรกิจเปิดเผยข้อมูลทางการตลาดพบว่า ธุรกิจเสริมความงามทางการแพทย์ในประเทศจีนมีการเติบโตอย่างทวีคูณ
มูลค่าตลาดสูงถึง 2.17 แสนล้านหยวน หรือราว 1.06 ล้านล้านบาท ในปี 2021 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นเกือบ 4.1 แสนล้านหยวน หรือราว 1.9 ล้านล้านบาทภายในปี 2025
โดยลูกค้ามากกว่าครึ่งนิยมค้นหาข้อมูลการทําศัลยกรรมพลาสติกทางออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20 ปี ตามข้อมูลของบริษัทจาก GengMei ซึ่งเป็นแอปชั้นนําของจีนที่ให้บริการดังกล่าว
ความน่าสนใจคือ พ่อแม่ ผู้ปกครองในจีน เริ่มให้การสนับสนุนแก่ลูกเพื่อทำศัลยกรรมความงาม ด้วยเหตุผลของการเสริมความมั่นใจ และหวังว่าความสวยหล่อที่สร้างได้ด้วยมีดหมอ จะทำให้ลูกกล้าที่จะเข้าสังคมมากขึ้น
ปัญหาที่จีนกำลังเผชิญคล้ายๆ กับประเทศต่างๆ ในเอเชียคือ การติดที่เด็กวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม เก็บตัวอยู่กับบ้าน ติดวิดีโอเกม และแคร์ภาพลักษณ์บนโซเชียลมีเดีย
สิ่งที่หลายครอบครัวเดียวกันคือ รูปร่างหน้าตาของลูกที่อาจจะไม่ได้สวยหล่อตามสมัยนิยม จนหลายคนเกิดปัญหาเรื่องความมั่นใจเมื่อจะต้องออกไปใช้ชีวิตกับสังคมภายนอก
แม่ในประเทศจีนที่หันไปซื้อแพคเกจศัลยกรรมความงามให้กับลูกเพื่อช่วยให้ลูกของเขาที่ขี้อาย ติดวิดีโอเกม ไม่ยอมพบปะผู้คน ได้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างมาก และทําให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลายบนโซเชียลมีเดียของจีน
ชาวเน็ตคนหนึ่งที่นามสกุลว่าเฟิง ซึ่งเธอเป็นแม่ของลูกสาวที่อยู่ในวัยมัธยม ได้โพสต์เรื่องราวของเธอบน Weibo ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในจีนว่า ตอนนี้ลูกสาวของเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมเธอติดเกมออนไลน์มาก เธอและสามีฉันสงสัยว่า เป็นเพราะลูกสาวหน้าตาไม่ดีและขาดความมั่นใจ จึงไม่อยากออกไปพบปะกับใคร
ครอบครัวของเฟิงอาศัยในเมือง Tieling มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนได้พูดคุยกับศัลยแพทย์ และออกแบบแผนการรักษาที่รวมถึงขั้นตอนเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมจมูกและคาง ซึ่งในวิดีโอที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่า ลูกสาวของเธอที่กำลังพักฟื้นร่างกายในโรงพยาบาล จมูกและคางของเธอถูกพันไปด้วยผ้ากอซ และหลังจากพักฟื้นไม่กี่วันเธอก็ออกมาดูแลตัวเองที่บ้าน
ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นได้เปลี่ยนชีวิตของลูกสาวเธออย่างหน้าอัศจรรย์ เธอบอกว่า ญาติและเพื่อนทุกคนที่มาเยี่ยมบ้านต่างชื่นชม ยกย่องลูกสาวของเธอว่า “สวยมาก!’ ขณะที่การแสดงความเห็นบนโลกออนไลน์ก็มีการแสดงออกเป็นสองฝั่ง
ทั้งฝั่งที่ยกย่องเฟิงว่า สิ่งที่ทำนั้นถือว่าเป็นการมอบชีวิตใหม่ให้กับลูก และรู้สึกอิจฉา ที่คนเป็นพ่อแม่เปิดใจกว้างในเรื่องนี้
หรือมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะทำศัลยกรรม หากมันทำให้มีความมั่นในมากขึ้นในเรื่องรูปลักษณ์ และเสริมความโดดเด่นขึ้นมา เพื่อเปิดรับโอกาสในชีวิตใหม่ๆ ในอนาคต
ขณะที่อีกฝั่งที่เห็นต่างกลับมอว่า วิธีแก้ปัญหาดังกล่าวอาจทําให้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์แย่ลง และปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความไม่มั่นใจของตัวลูก แต่เป็นพ่อแม่ต่างหากที่ขาดความมั่นใจที่มีลูกสาวไม่สวย
อย่างไรก็ตาม การศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตนั้น ก็มีตัวอย่างให้เห็นจากเหล่าบันคนดังบนโลกออนไลน์มักพูดถึงการทําศัลยกรรมพลาสติกที่พลิกชีวิตของพวกเขา
ตัวอย่างเช่น Zhou Chuna อินฟลูเอนเซอร์ Generation Z จากเซี่ยงไฮ้ที่เข้ารับการทําศัลยกรรมพลาสติกมากกว่า 100 ครั้งระหว่างปี 2017 – 2021 ตามรายงานของ China Youth Daily
โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2020 เธอใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแชร์ “ไดอารี่ศัลยกรรมความงาม” ของเธอและสามารถมีผู้ติดตามมากกว่า 300,000 คนอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้การศัลยกรรมในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องผิด หรือเป็นเรื่องหน้าอายเสียหาย เพราะถ้าหากมันช่วยเสริมบุคลิก สร้างความมั่นใจต่อผู้ทำ และไม่เดือดร้อนกระเป๋าเงินตัวเองหรือกระเป๋าเงินผู้อื่น และหากการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาแล้วทำให้เรามีความสุขมากขึ้น เพิ่มโอกาสที่ดีในชีวิตมากขึ้นก็ทำเลยอย่างได้แคร์
