สำนักข่าว CNN รายงานว่า “National Geographic” นิตยสารกรอบสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ที่บันทึกโลกธรรมชาติมานานกว่า 135 ปี ได้ปลดพนักงานคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในสัปดาห์นี้
การปลดพนักงานรอบล่าสุดได้ปลดแหน่งบรรณาธิการ 17 ตําแหน่งรวมถึงนักเขียนแผนกสิ่งพิมพ์ทั้งหมด พนักงานฝ่ายพอดคาสต์ และกลุ่มบรรณาธิการที่บางคนทํางานมาเกือบ 40 ปี
การปลดพนักงานซึ่งประกาศต่อพนักงานในเดือนเมษายนเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบที่เกิดจากบริษัท แม่อย่าง Walt Disney Co. ที่มีการปลดพนักงานหลายตำแหน่งของบริษัทในเครือทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้กระทบมาถึงพนักงาน National Geographic ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแจ้งว่าตําแหน่งของพวกเขาจะถูกปลดภายในสองเดือน ส่งผลให้มีพนักงานทยอยออกจากบริษัทอีกระลอกในสัปดาห์นี้
ยังไม่ชัดเจนว่ามีพนักงานกี่คนที่ถูกปลดออกจากงานในรอบล่าสุดในแผนกนิตยสาร แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อ Disney ได้ลดพนักงานหลายพันคนตามแผนกต่างๆในปีนี้
National Geographic ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 1.7 ล้านคน ณ สิ้นปี 2022 จะยังคงเผยแพร่ฉบับรายเดือนต่อไปในบางวาระ โฆษกของนิตยสารกล่าวกับ CNN ในแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ 28 มิถุนายน
“การเปลี่ยนแปลงพนักงานจะไม่เปลี่ยนความสามารถของเราในการทํางานนี้ แต่ทําให้เรามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ และพบปะผู้ชมของเราในที่ที่พวกเขาอยู่ในแพลตฟอร์มต่างๆ ของเรา และผลกระทบใดๆ จากความเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งล่าสุดที่จะส่งผลเสียต่อนิตยสารหรือคุณภาพของการเล่าเรื่องของเรานั้นไม่ถูกต้อง”
พนักงานเต็มเวลาจะถูกแทนที่ด้วยรายชื่อนักเขียน Freelance และจะอยู่ในเนื้อหารูปแบบดิจิทัล ปัจจุบัน National Geographic มีทีมตรวจสอบบทความที่เพียง 2 แผนกเล็กๆ ซึ่งเป็นกลุ่มบรรณาธิการที่ดูแลหลายแพลตฟอร์มที่จัดการทั้งสิ่งพิมพ์และดิจิทัล
แม้จะปลดพนักงานประจำฝั่งนักเขียนทั้งหมด แต่จะยังจ้างนักข่าวสัตว์ป่า 2 คนซึ่งตําแหน่งได้รับทุนและจัดการแยกต่างหาก
ด้าน Walt Disney และ National Geographic Society ซึ่งเป็นเจ้าของนิตยสารและเว็บไซต์ไม่ได้ตอบสนองต่อคําขอความคิดเห็นที่เกิดขึ้น
การปลดพนักงานรอบนี้เป็นนับเป็นครั้งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้นิตสารมากมายที่มีสำนักงานใหญ่ในวอชิงตัน ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำจํานวนหนึ่งในตำแหน่งบรรณาธอการถูกเลิกจ้างในเดือนกันยายน และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่วุ่นวายสําหรับอุตสาหกรรมสื่อเนื่องจากสํานักข่าวหลายแห่งลดจํานวนหัวรวมถึง Buzzfeed, Los Angeles Times, Vox Media และ The Washington Post
จากข้อมูลของศูนย์วิจัย พิว เปิดเผยว่านับตั้งแต่ช่วงปี 2561-2563 การจ้างงานของบริษัทสื่อในสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 114,000 คน เหลือ 85,000 คน โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษ เพราะสื่อยักษ์ใหญ่แม้จะได้รับผลกระทบแต่ยังอยู่ได้ แต่สื่อเล็กทั้งหลายอาจต้องปิดตัวเพราะโครงสร้างที่ไม่แข็งแกร่งพอ
ส่งผลทำให้คนสื่อตกงานจำนวนหลายหมื่นคนในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และไม่ฟื้นตัวของสหรัฐฯ และของทั่วโลก
สำหรับ National Geographic Society เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกําไรประกาศข้อตกลงกับ 21st Century Fox ในปี 2015 ซึ่งมีมูลค่า 725 ล้านดอลลาร์ หรือ 25,570 ล้านบาท เพื่อสร้างความร่วมมือที่แสวงหาผลกําไรที่เรียกว่า National Geographic Partners โดย Fox ถือหุ้น 73% และ National Geographic Society ถือหุ้น 27% ความร่วมมือดังกล่าวกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Disney ในปี 2018 เมื่อบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่สุดของโลกได้ซื้อสินทรัพย์ของ 21st Century Fox ในข้อตกลงมูลค่า 71,300 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.51 ล้านล้านบาท
แม้ว่านิตยสาร National Geographic ยังคงมีฐานผู้อ่านอยู่ในช่วงเวลาที่นิตยสารอื่น ๆ สูญเสียสมาชิก จนถึงสิ้นปีที่แล้วมีสมาชิกมากกว่า 1.7 ล้านคนตามรายงานของ Alliance for Audited Media โดย National Geographic เป็นนิตยสารที่สังเกตได้ง่ายบนแผงหนังสือพิมพ์ เพราะมีกรอบสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์บนหน้าปก และมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ การค้นพบทางโบราณคดีจากสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และสร้างประสบการณ์นิยสารที่ภาพสวยงามมายาวนานนับร้อยปี นับตั้งแต่นิตยสารซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1888
นอกจากนี้ยังพัฒนาไปสู่การจัดทำสารคดีชุดเพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทั่วโลก ซึ่งผู้คนทั่วโลกต่างได้รับชมสารคดีคุณภาพที่ให้ความรู้และเติบโตมาพร้อมกับ National Geographic
ที่ผ่านมา National Geographic จะทำรายได้จากการจำหน่ายนิตยสารและผลิตรายการทีวีกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี แต่ประสบปัญหาขาดทุนเนื่องจากคนไม่นิยมอ่านนิตยสารหรือสิ่งพิมพ์ ส่งผลให้นิตยสารจำนวนมากและร้านหนังสือต้องปิดกิจการลง เดิมที่เคยมียอดจำหน่ายสูงถึงฉบับละ 12 ล้านเล่ม ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5 ล้านเล่ม
อย่างไรก็ตามทางด้าน เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และเป็นหัวหน้าทีมบรรณาธิการของ National Geographic ฉบับภาษาไทย (Nat Geo Thai) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นว่า Nat Geo Thai ยังคงพิมพ์นิตยสารเป็นรูปเล่มต่อไป และทีมงานยังคงแข็งแกร่ง
“จริงๆ จะเขียนแนะนำ Nat Geo Thai ฉบับล่าสุด เรื่องเด่นในเล่มนี้คือ “โลหะจากสวรรค์” ที่หน้าปกเป็นรูปวาดสวยงามน่าอ่านน่าสะสมมากๆ โดยเฉพาะคนรักหนังสือ และคนชอบประวัติศาสตร์”
“แต่จะไม่เขียนถึงข่าวที่พูดกันทั่วโลกคงไม่ได้ สั้นๆ คือ สำนักงานใหญ่ Nat Geo Magazine ที่Washington บอกเลิกจ้าง นักเขียนประจำกองบรรณาธิการคนสุดท้าย และเปลี่ยนรูปแบบการทำบทความมาใช้นักเขียนและช่างภาพอิสระ 100% (ที่ผ่านมาใช้แบบผสม)”
“คนก็พูดกันต่อว่าอีกไม่นานก็คงจะเลิกทำนิตยสารเล่มนี้แล้ว และฉบับภาษาไทยที่ผมถือเป็น หัวหน้าทีมบรรณาธิการมาหลายปี ก็จะต้องปิดตามไปด้วย เลยต้องขอเล่าสักหน่อย”
“สิ่งที่ Disney ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (73%) ของ “National Geographic Partners” ประกาศคือ ยังไม่ได้มีแผนจะลดหรือเลิกทำนิตยสารแต่อย่างใด ยังบอกอีกว่าการใช้นักทำสารคดีอิสระทำให้มีความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น หลากหลายขึ้น ทำสื่อดิจิทัลแบบใหม่ได้อย่างรวดเร็วขึ้น หรือสอดคล้องไปกับการทำงานกับสื่อสารคดีแบบวิดีโอของNG ที่ดูได้ทาง Disney+ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของบริษัทแม่”
“ตราบใดที่ยังมีชุดสารคดีน่าสนใจส่งมาจากทั่วโลก ผมและพวกเราที่อมรินทร์ก็จะตั้งใจส่งต่อเรื่องราวพวกนี้ต่อไป เท่านั้นยังไม่พอเรายังพยายามต่อไปให้มีนักเล่าเรื่อง นักทำสารคดีจากเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้คนในประเทศอื่นได้อ่านเรื่องราวของเราบ้าง”
“เมื่อวันก่อนก็เพิ่งตัดสินประกวด “10 ภาพเล่าเรื่อง” รอบสุดท้าย เตรียมจะประกาศผลผู้ชนะในงานบ้านและสวนแฟร์เร็วๆนี้ โครงการนี้ทำมาหลายปี (พักไปช่วงโควิด) มีช่างภาพสารคดีทั้งมือใหม่มือเก่าส่งผลงานเข้ามามากมาย และต้องขอบคุณผู้สนับสนุนทุกรายด้วยครับ”
“เอาเป็นว่าตอนนี้ National Geographic ฉบับภาษาไทยยังแข็งแรงอยู่ มีแผนการทำงานร่วมกับ Nat Geo สำนักงานใหญ่ต่อไปแบบไม่มีกำหนดยกเลิกใดๆ ผู้สนับสนุนของเราก็ยังมีเข้ามาชวนทำโปรเจ็คด้วยกันมากมาย นิทรรศการและกิจกรรมต่างๆพวกเราก็ร่วมทำกับ “บ้านและสวน” (พี่ใหญ่ในประเทศไทยของNG) ตลอดทั้งปีและมีแผนใหญ่ปีหน้าด้วย”
“หากคุณรักNat Geo ติดตามผลงานของพวกเราได้ทางไหนก็ได้ที่คุณสะดวก และจะเป็นที่ประทับใจอย่างมาก หากคุณพาเราเข้าบ้านด้วยการสมัครเป็นสมาชิก NGThai เราจะได้เจอกันทุกเดือนต่อไปครับ”
