นับตั้งแต่การถือกำเนิดของ iPhone ที่ประกาศเปิดตัวครั้งแรกในงาน MacWorld เมื่อปี 2007โลกของโทรศัพท์มือถือก็เปลี่ยนไปตลอดกาล และยังครองใจใช้ผู้ใช้งานมาอย่างยาวนาน เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ผู้คนที่จะเลือกซื้อในอันดับต้นๆ อยู่เสมอ และนับวันราคาของ iPhone รุ่นใหม่ๆ ก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสื่อมความนิยมลง เหล่าสาวกค่ายผลไม้ยังคงเฝ้าจับตารอการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ เสมอ และพร้อมจ่ายเงินซื้อมาเพื่อจับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร


ปัจจุบัน iPhone ผลิตมาแล้วมากกว่า 20 รุ่น และชาวอเมริกันกว่า 80% ครอบครอง iPhone มากที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนทั้งหมดทุกค่ายบนโลก


ขณะที่ตอนนี้มี iPhone ที่ใช้งานอยู่จำนวน 900 ล้านเครื่องทั่วโลกตามรายงานของ Tim Cook ซีอีโอของ Apple แต่เมื่อ Apple ประกาศ iPhone 12 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมปี 2022 ผู้คนประมาณ 2 ล้านคนสั่งซื้อล่วงหน้าใน 24 ชั่วโมงแรกเพียงอย่างเดียว


ทําไม iPhone ถึงสามารถสร้างปรากฎการณ์ให้ผู้คนเลือกที่จะซื้อแล้ว ซื้ออีกในรุ่นใหม่ทุกรุ่นได้ และรักษากลุ่มลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเสมอมา นี่คือเหตุผลทางจิตวิทยาที่ยากที่จะต้านทาน iPhone รุ่นใหม่ถ้าคุณพร้อมและมีเงิน


แน่นอนว่านอกจากคุณสมบัติหลักของ iPhone คือเรื่องของความเสถียรของระบบปฎิบัติการที่คงเส้นคงวามาตลอดในเรื่องการใช้งาน และระบบความปลอดภัยที่สูงกว่าระบบอื่นๆ ที่ไม่มีมือถือค่ายไหนจะสามารถมาแทนที่ในจุดดังกล่าวได้ การมาของ iPhone รุ่นใหม่ในแต่ละครั้งก็มักใส่คุณสมบัติใหม่ที่น่าสนใจตลอด ตัวอย่างเช่น iPhone 4 ในปี 2011 นํากล้อง “เซลฟี่” ด้านหน้าตัวแรกในขณะที่ iPhone 5S ในปี 2013 เปิดตัวการสแกนลายนิ้วมือ Touch ID ส่วน iPhone 12 มีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ที่เร็วขึ้นและกล้องคุณภาพขั้นสูง


Kelly Goldsmith รองศาสตราจารย์ด้านการตลาดที่ Vanderbilt University ใน Owen Graduate School of Management กล่าวว่า แม้ iPhone เครื่องปัจจุบันของคุณที่ใช้อยู่จะยังทํางานได้ดี ไม่เสีย ไม่อืด หรืองอแง แต่ความอยากของผู้คนที่เห็นการปรับปรุงคุณสมบัติใหม่ๆ และความสามารถของฟังชั่นใน iPhone รุ่นใหม่เหล่านั้น ก็ทำให้รู้สึกว่าอยากจะลองเปลี่ยนไปใช้รุ่นใหม่ๆ ดูเพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์เหมือนคนอื่นๆ


Katie Martell ที่ปรึกษาด้านการตลาดกล่าวว่า การที่ได้ครอบครอง iPhone รุ่นใหม่ๆ แต่ละเครื่องและ Apple ในฐานะแบรนด์เป็นตัวแทนของนวัตกรรมและ “อนาคต” เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างสูง ซึ่งเราอยู่ในโลกที่อะไรก็ตามที่เป็นของใหม่และกำลังจะเกิดขึ้นถูกมองว่ามีค่ามากที่สุด และผู้คนอยากได้มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง


การมีโทรศัพท์รุ่นล่าสุด ทันสมัย และแพงที่สุดเป็นสัญลักษณ์ทางสถานะของสังคมแบบหนึ่ง เพราะมันเป็นสิ่งที่ผู้คนพกติดตัวตลอดเวลา ดังนั้นมันจึงสะท้อนภาพลักษณ์ และความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานไปยังคนอื่นๆ


ในกรณีนี้การมี iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดสามารถเพิ่มความนับถือตนเองของผู้เป็นเจ้าของและตอกย้ำว่าไม่ได้เป็นคนล้าสมัย ทุกครั้งที่จ้องดูโทรศัพท์เครื่องนั้น มันจะบอกบางอย่างเกี่ยวกับตัวตนของผู้ครอบครอง และตอกย้ำแง่มุมบางอย่างของตัวตนของคุณเอง


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Apple มีแนวโน้มที่จะให้อํานาจแก่ผู้บริโภคในการส่งข้อความเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาสามารถทําได้กับ iPhone เครื่องใหม่ ตัวอย่างเช่น Apple สนับสนุนให้ผู้คนแชร์รูปภาพที่ถ่ายบน iPhone ด้วยแฮชแท็ก “ShotoniPhone” เพื่อรวมอยู่ในป้ายโฆษณาและแคมเปญโฆษณาของ Apple นี่เป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้บริโภคว่า “คุณมีพลังนั้นอยู่ในมือ”


เมื่อ iPhone เครื่องใหม่พร้อมส่งมอบกับลูกค้าผู้ใช้งาน เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นแถวของผู้คนที่มารอคิวที่หน้าร้าน Apple หลายชั่วโมงก่อนที่ร้านจะเปิด แฟนๆ ของ Apple ต้องการเป็นคนแรกๆ ที่ได้ใช้อุปกรณ์และหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการจัดส่ง แม้แต่ในปีที่โลกเผชิญการระบาดใหญ่ของไวรัส ผู้คนก็ยังคงเข้าแถวรอ iPhone อยู่นอกร้าน Apple ทั่วโลก


สิ่งที่ทำให้สินค้าของ Apple ดูทรงคุณค่าคือ ภาพบรรยากาศของการที่ผู้คนต่างต้องการที่จะได้มาครอบครองก่อนใคร เมื่อเห็นว่าสินค้าหายาก มีจำนวนจำกัดในตอนแรก มันจะเพิ่มความเร้าอารมณ์ของผู้คน และทําให้รู้สึกตื่นตระหนกในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว การรับรู้ถึงความขาดแคลน ทําให้คุณมีความยับยั้งชั่งใจน้อยลง และมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจที่จะเลือก iPhone มากกว่าตัวเลือกอื่น ๆ


“นั่นทําให้คุณต้องการคลิก ‘ซื้อ’ ทําให้คุณอยากได้ iPhone มาครอบครอง และไม่อยากทำพลาด ซึ่งผู้บริโภคจะตอบสนองอย่างรุนแรงต่อกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้รู้สึกว่าสินค้านั้นขาดแคลน และจะต้องแย่งมาเป็นของตัวเองให้เร็วที่สุดกว่าคนอื่นให้ได้”


แน่นอนว่า Apple สามารถเล่นกับจิตวิทยาของผู้คนได้อย่างยอดเยี่ยมจากการใช้ความต้องการและเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน ที่ทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแต้มต่อที่ iPhone ยังคงสร้างปรากฎการณ์คนรอต่อคิวหน้าร้านมาได้ยาวนานถึง 16 ปี ซึ่งแบรนด์อื่นไม่สามารถทำได้