นางสาววรรณสิริ ตรงตระกูลวงศ์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกำกับองค์กร บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า BCP ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นสามัญของ บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. จำนวน 2,283,750,000 หุ้น หรือ 65.99% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของเอสโซ่จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. ซึ่งเป็นผู้ขาย ปัจจุบันเงื่อนไขบังคับก่อนการเข้าซื้อหุ้นสามัญของเอสโซ่ได้สำเร็จแล้ว โดยคู่สัญญาตกลงเกี่ยวกับราคาซื้อขายสุดท้ายสำเร็จเมื่อวันที่ 25 ส.ค. โดยมูลค่าการซื้อหุ้นสามัญของ ESSO จากผู้ขาย 65.99% คิดเป็น 22,605.92 ล้านบาท หรือ 9.8986 บาทต่อหุ้น และชำระราคาค่าหุ้นสามัญให้กับผู้ขายในวันที่ 31 ส.ค.นี้
“บริษัทต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของเอสโซ่ (Mandatory Tender Offer) จากผู้ถือหุ้นของเอสโซ่ทุกราย โดยจะเข้าทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือ 1,177.11 ล้านหุ้น คิดเป็น 34.01% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของเอสโซ่ คิดเป็นมูลค่า 11,651.72 ล้านบาท ราคาหุ้นละ 9.8986 บาท โดยบริษัทกำหนดเวลาทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.-12 ต.ค.นี้ และชำระราคาหลักทรัพย์วันที่ 17 ต.ค.
ทั้งนี้ บางจากต้องใช้เงินในการซื้อหุ้น ESSO ทั้งหมด รวม 34,257.64 ล้านบาท
ESSO ได้โพสต์ข้อความขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ก่อนที่จะหยุดให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม และเปลี่ยนเป็นปั๊มน้ำมันบางจาก ภายหลังจากที่บางจากเข้าซื้อหุ้นกิจการเอสโซ่ เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ปิดตำนานเอสโซ่ 129 ปีที่ให้บริการในประเทศไทย
โดยทางข้อความระบุว่า “ภายหลังวันที่ 31 สิงหาคม พวกเราจะไม่สามารถเสนอขายผลิตภัณฑ์ของเอสโซ่ได้อีก มองกลับไปแล้ว มันเป็นเวลาที่ยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเกียรติ พวกเราน้อมรับเวลาของพวกเราและอุ้มชูที่พวกเราได้รับใช้ลูกค้าทุกคน ขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ”
บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ( Esso (Thailand) Public Company Limited เข้ามาดำเนินกิจการในสยามตั้งแต่ พ.ศ. 2437 ภายใต้บริษัท แสตนดาร์ดออยล์แห่งนิวยอร์ก โดยเปิดสาขาแรกที่ตรอกกัปตันบุช จำหน่ายน้ำมันก๊าดตราไก่และตรานกอินทรี
จนกระทั่ง พ.ศ. 2505 เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท เอสโซ่ แสตนดาร์ด อีสเทอร์น จำกัด ในวันที่ 1 เมษายน 2505 และเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายการค้าจาก “ตราม้าบิน” มาเป็น “ตราเอสโซ่” ในวงรีรูปไข่
ปัจจุบันปั๊ม ESSO มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันกว่า 731 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ปั๊ม ESSO จะทยอยเปลี่ยนเป็น”บางจาก” ให้ครบภายใน 2 ปีข้างหน้า
นอกจาก สถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ 700 สถานี ที่บางจากจะได้รับแล้วนั้น ยังได้สินทรัพย์ของเอสโซ่ที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ โรงกลั่นน้ำมัน กำลังการกลั่น 174,000 บาร์เรลต่อวัน เครือข่ายคลังน้ำมัน ซึ่งจะทำให้บางจากมีกำลังการกลั่นน้ำมันรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน และเครือข่ายสถานีบริการ รวมเป็น 2,100 แห่ง รวมทั้งมีท่อส่งน้ำมัน 2 ท่อ คือไปบางปะอิน และสระบุรี ถือว่าเป็นท่อส่งน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
