หากพูดถึงแบรนด์เคริ่องปรับอากาศที่คนไทยคุ้นหู ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์เครื่องปรับอากาศจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือประเทศจีน ที่เรียกได้ว่าครองตลาดทั้งในไทยและอาเซียนอย่างแข็งแรงมาหลายสิบปี อาจจะมีบ้างที่เครื่องปรับอากาศของแบรนด์สัญชาติไทยที่เริ่มเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดซึ่งอาจจะได้บ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ามีชื่อให้ได้เห็นผ่านสื่อผ่านสายตาอยู่บ้าง
แต่มีเรื่องที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมนี้คือ มีแบรนด์เครื่องปรับอากาศที่ใช้ความเป็น “สัญชาติไทย” ที่ชื่อแทบไม่คุ้นหูคนไทย หรือคนไทยไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ได้กลายเป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศที่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามได้เป็นอันดับ 1 ซึ่งสามารถแซงหน้าแบรนด์เครื่องปรับอากาศของญี่ปุ่นที่รั้งอันดับ 1 มานานถึง 20 ปี
ซึ่งแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชื่อว่า “Casper” ของบริษัท แคสเปอร์ อีเล็คทริค (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งการทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนักลงทุนเวียดนามมาจดทะเบียนตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ก่อนเพื่อใช้ความเป็นมาตรฐานสินค้าไทยที่คนเวียดนามเชื่อถือและไว้วางใจ ผลิตสินค้าแปะโลโก้ “ไทยแบรนด์” ส่งกลับไปจำหน่ายที่เวียดนาม ภายใต้บริษัท Casper Vietnam Group JSC ซึ่งจากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด GfK รายงานว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Casper ครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับ 1 ครั้งแรกในตลาดเวียดนาม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 21.6% แซงหน้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น Panasonic และ Daikin ที่ครองตลาดยาวนานมา 20 ปี
ไม่เพียงแค่เครื่องปรับอากาศเท่านั้น Casper ยังมีการผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในเวียดนามอีกมากมาย เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้าต่างๆ ซึ่งกำลังมาแรง และได้รับความนิยมสูงขึ้นเช่นกันในประเทศเวียดนาม
สำหรับ Casper ก่อตั้งในปี 2016 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการลงทุนจากทางประเทศเวียดนาม เพื่อใช้เครดิตคุณภาพมาตรฐานของไทยที่ผลิตสินค้าคุณภาพสูงและคนเวียดนามเชื่อมั่นอย่างมาก และส่งออกกลับไปจำหน่ายในเวียดนาม ก่อนได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศเวียดนามโดยก่อตั้ง Casper Vietnam ในเดือนเมษายน 2021 ด้วยทุนจดทะเบียน 119.76 พันล้านดองหรือราว 180 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 140.9 พันล้านดอง หรือราว 211 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคม 2021 และเพิ่มทุนอีกครั้งเป็น 162 พันล้านดอง หรือราว 244 ล้านบาท ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน
อย่างที่ทราบกันว่าความศักดิ์สิทธ์ของ “Made in Thailand” ในสายตาประเทศเพื่อนบ้านนั้น นับว่าเป็นเครื่องหมายการันตีถึงคุณภาพสินค้าในระดับสูง ยิ่งทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเชื่อได้ว่า นี่คือสินค้าของสัญชาติไทย ที่แม้ว่าเจ้าของจะไม่ใช่คนไทย หรือเป็นกลุ่มทุนต่างชาติมาลงทุนในไทย แต่ถ้าหากว่าผลิตในไทย ส่งออกจากประเทศไทย เข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรเสียก็มีคนซื้อ ซึ่งกลยุทธ์ของ Casper คือทำให้ชาวเวียดนามเชื่อว่านี่คือสินค้าสัญชาติไทย 100% ให้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจ เชื่อมั่นอย่างสนิทใจแก่ผู้ซื้อ และทำตลาดได้ในวงกว้างกว่าการบอกว่านี่คือสินค้าจากการลงทุนของนักลงทุนจากเวียดนาม
จากข้อมูล ณ วันที่ 18 มกราคม 2023 Casper Vietnam มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยและชาวต่างชาติทั้งหมดถือหุ้นในสัดส่วน 24.715%) ของทุนจดทะเบียนของบริษัท นอกจากนนี้เป็นกลุ่มทุนเวียดนามทั้ง Hanoi Investments Holdings Limited (13.043%), Vietnam Growth Investment Fund L.P (7.324%) และ Menang Investments Pte. จํากัด. (4.483%).
สำหรับในเวียดนามข้อมูลรายงานงบการเงินระบุว่า บริษัทมีกำไรหลังหักภาษีรวม 34.9 พันล้านดองเวียดนาม หรือ 52 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 จากที่ขาดทุนเมื่อปีที่แล้ว 25.4 พันล้านดองเวียดนาม หรือ 38 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน สินทรัพย์รวมทั้งหมดของ Casper Vietnam มีมูลค่ามากกว่า 2.87 ล้านล้านดอง หรือราว 4,321 ล้านบาท ส่วนหนี้สินมีมูลค่า 2.3 ล้านล้านดอง ลดลงกว่า 20% จากช่วงต้นปี
อย่างไรก็ตาม Casper Vietnam ใน 2021 มีรายได้ 2.2 ล้านล้านดอง หรือ 3,318 ล้านบาท
