วิกฤตหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เผชิญปัญหาหนักแค่ในประเทศจีนเท่านั้น ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่ามี 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย จากการแบกหนี้รวมกันมากกว่า 20 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะยังมีบริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่จะต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้และส่อแววล้มละลายตามมาอีกหลายแห่ง


และไม่ใช่แค่ประเทศจีนเท่านั้นที่กำลังเดินบนเส้นทางวิบากนี้ เพราะเวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยที่เคยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างร้อนแรงในช่วงการเกิดโรคระบาด และภาคอสังหาฯ ก็เติบโตอย่างรวดเร็วตามกำลังซื้อของประชากร ก็กำลังเผชิญกับสภาวะฟองสบู่ภาคอสังหาฯ ที่พองตัวเต็มที่จนถึงจุดที่ใกล้จะแตก สะท้อนได้จากปริมาณโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่ล้นตลาด และโครงการนับพันโปรเจคต่างระดับการก่อสร้างแล้ว


ไม่เพียงเท่านั้น Novaland Investment Group บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่ของเวียดนาม เผชิญกับปัญหาหนี้สินสะสมสูง จนไม่อาจที่จะมีกำลังมากเพียงพอในการชำระหนี้ทั้งหมด และเริ่มมีการส่งสัญญาณมาจากเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัทแล้วว่า Novaland ได้มีการผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ถึง 2 เดือนติด​ต่อกัน วงเงิน 300 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 10,000 ล้านบาท ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา


Novaland ได้เสนอและเจรจากับผู้ถือหุ้นกู้กลุ่มเฉพาะกิจ (AHG) เกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรตามความสามารถแ ละแผนงานในปัจจุบันเพื่อฟื้นฟูการดําเนินธุรกิจของบริษัท หลังจากเกือบ 1 ปีที่เต็มไปด้วยความยากลําบากในการแก้ไขปัญหาด้านสภาพคล่อง และความผันผวนของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2023


อย่างไรก็ตาม การคุมเข้มนโยบายสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของสถาบันการเงิน ประกอบกับสภาวะตลาดที่ไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว ยังคงเป็นอุปสรรคสําคัญที่ทําให้กระแสสภาพคล่องของธุรกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึง Novaland ไม่มั่นคงอย่างที่คาดไว้


ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้การที่ Novaland จะหาแหล่งรายได้และความสามารถในการระดมทุนครั้งใหม่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บัญชีเงินสดในโครงการของบริษัทอยู่ภายใต้การกํากับดูแลอย่างเข้มงวดของธนาคารเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาโครงการ เป็นผลให้ Novaland ประสบปัญหาในการชําระเงินเงินกู้ให้กับผู้ให้กู้ในประเทศและต่างประเทศตามแผนที่วางไว้


ผูบริหารของบริษัทกล่าวกับสื่อเวียดนามว่า ขณะนี้บริษัทกําลังดําเนินการปรับโครงสร้างหนี้อย่างครอบคลุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสีย หลังจากเกิดปัญหาระดับอย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้ และกําลังดําเนินการเพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย บริษัทยังคงเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้


สำหรับ Novaland ที่มีหนี้พันธบัตรสะสมถึงเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ ได้หารือกับกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เกี่ยวกับปัญหาสภาพคล่องที่นําไปสู่การไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในการชําระดอกเบี้ยหุ้นกู้จํานวน 7.8 ล้านดอลลาร์ หรือราว 287.48 ล้านบาทได้ทันเวลา


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Novaland ได้เสนอและเจรจากับผู้ถือหุ้นกู้กลุ่มเฉพาะกิจ (AHG) เกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรนี้ตามความสามารถและแผนงานในปัจจุบันเพื่อฟื้นฟูกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท โดยได้รับคําปรึกษาจากหน่วยที่ปรึกษาทั้งในและต่างประเทศเช่น Deloitte, Sidley, Austin, LLP และ YKVN


ทั้งนี้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เวียดนามระงับโครงการอสังหาริมทรัพย์กว่า 1,200 โครงการ มูลค่า 800 ล้านล้านด่ง หรือราว 34,000 ล้านดอลลาร์ (1.25 ล้านล้านบาท) เนื่องจากปัญหาด้านเงินทุนยังคงรุมเร้าอุตสาหกรรมนี้


ทั้งนี้ สมาคมอสังหาริมทรัพย์เวียดนามกล่าวว่า ทรัพยากรขนาดใหญ่ถูกแช่แข็ง และไม่รู้ว่าจะคงอยู่ได้นานเท่าใด โครงการที่หยุดชะงักเหล่านี้ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสังคม แต่นำไปสู่ผลที่ตามมาหลายประการ


โดยวิกฤตอสังหาฯ เกิดจากกลุ่มพัฒนาอสังหาฯ ก่อหนี้มากเกินไป การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่บั่นทอนอุปสงค์ และการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อผู้สร้างมากกว่า 1,800 ราย และบังคับให้บริษัทอื่น ๆ 340 แห่ง ล้มละลายในไตรมาสแรกของปีตามข้อมูล