ในบ้านเรารู้จักแบรนด์ “Toshiba” พร้อมสโลแกนคุ้นหู “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ในฐานะผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายชนิด แต่เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เกิดข่าวใหญ่กับโตชิบา เมื่อบริษัทกองทุน เจแปน อินดัสเทรียล พาร์ทเนอร์ส หรือ JIP (Japan Industrial Partners) ได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อหุ้นของ Toshiba Corporation จำนวนกว่า 78% หรือกว่า 2 ใน 3 ของหุ้นทั้งหมด ด้วยมูลค่า 14,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 500,000 ล้านบาท และอีกไม่นาน เร็วที่สุดคือภายในสิ้นปีนี้ โตชิบาจะถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ในญี่ปุ่น


ข่าวนี้ย่อมไม่ใช่ข่าวดีทางธุรกิจ เพราะแสดงความเสื่อมถอยของแบรนด์นี้ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2492 ซึ่งในเวลานั้น Toshiba คือหนึ่งในสัญลักษณ์การกลับมาทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น ด้วยศักยภาพด้านเทคโนโลยีชั้นสูงในอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และด้วยทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงรากฐานการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นทุกวันนี้ Toshiba คือส่วนสำคัญคู่กับญี่ปุ่นมานานร่วม 150 ปี


สุดท้ายจึงขาดทุนกว่า 6,000 ล้านเหรียญ หรือกว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย Toshiba เลยจำต้องขายธุรกิจด้านเซมิคอนดักเตอร์ แหล่งรายได้สำคัญเพื่อเพิ่มทุน แต่สถานการณ์ยังไม่กระเตื้อง แค่เพียงไตรมาสแรกของปีนี้ก็ขาดทุนมโหฬาร จนเป็นที่มาของการขายหุ้นเกือบทั้งหมด และกำลังจะถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นดังกล่าว


แต่สำหรับในบ้านเรา ภายหลังข่าวนี้แพร่ไป ทาง Toshiba ประเทศไทยซึ่งเกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างห้างหุ้นส่วนซุปเปอร์ไลท์ กับ Toshiba จากญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2512 ก็ออกมาประกาศถึงการคงอยู่ของแบรนด์ แถมยังทำกำไรเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว และอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ Toshiba ที่ผลิตจาก 2 โรงงานในบ้านเรา รวมทั้งส่งออกไปยังประเทศแถบเอเชีย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงไม่มีผลกระทบกับการมอบสิ่งที่ดีสู่ชีวิตเหมือนในสโลแกนติดหู


แต่จะดีแค่ไหนคงต้องให้ชีวิตที่เหลือเฝ้าดูต่อไปสำหรับอนาคตของโตชิบา