นายรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจต่างประเทศ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) แผนการดำเนินงานในปี 2567 ในต่างประเทศว่า กลุ่มธุรกิจ Global ของ OR วางงบลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2567-2571) เอาไว้ที่ราว 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งจะมุ่งเน้นการขยายสถานีบริการ PTT Station และ Cafe Amazon และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่มีศักยภาพ


การขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ OR ช่วงแรกจะมุ่งเน้นไปที่ประเทศกัมพูชาเป็นหลัก เนื่องจากเป็นประเทศทีมีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง และมีค่าการตลาดเสรี ซึ่ง OR ลงทุนมาก่อนหน้าแล้ว

ส่วนประเทศอื่นๆ OR ยังคงมองโอกาสอย่างต่อเนื่อง เช่น เมียนมา แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาด้านการเมืองในประเทศของเขาอยู่ ทำให้ต้องชะลอการลงทุนไปก่อน , สปป.ลาว วางเป้าเป็นแหล่งซัพพลายในอนาคต โดยเฉพาะการซัพพลายกาแฟให้กับประเทศต่างๆ

ขณะที่เวียดนาม แม้ยังไม่สามารถเปิดสถานีบริการน้ำมันได้ เนื่องจากประเทศของเขายังไม่เปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน แต่ OR ได้ขยายเข้าไปในธุรกิจรีเทลหรือ Food and Beverage ผ่านการจับมือกับเซ็นทรัลกรุ๊ป และปัจจุบันยังมีโปรเจกที่อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เพื่อนำธุรกิจ Lifestyle เข้าไป, ฟิลิปปินส์ ยังคงเดินหน้าขายน้ำมันเครื่องบิน และขายให้อุตสาหกรรมต่างๆ

สำหรับการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศที่ OR ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่ง OR ได้วางกลยุทธ์ให้เป็นบ้านหลังที่ 2 เตรียมทุ่มงบลงทุนราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 1.6-1.7 พันล้านบาท เพื่อลงทุนขยายสถานีบริการ PTT Station ในกัมพูชา 27 แห่ง ซึ่งจากปัจจุบัน 172 แห่ง คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีเพิ่มเป็น 175 แห่ง โดยจะมุ่งเน้นขยายไปให้ครบทุกจังหวัด

ปัจจุบันสถานีบริการ PTT Station ในกัมพูชามีมาร์เก็ตแชร์ 15% เป็นอันดับ 2 รองจากอันดับ 1 คือ Tela ที่มีมาร์เก็ตแชร์เกือบ 30%

ส่วนการขยาย Cafe Amazon คาดขยายเพิ่มอีก 31 สาขา โดยปัจจุบันมีสาขา 231 สาขา ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์คิดป็น 23% เป็นอันดับ 1

บริษัทฯ ยังมีแผนลงทุนคลัง LPG ในกัมพูชา ความจุ 2,200 ตัน โดยจะใช้งบลงทุนรวม 12.5 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดต้นปีหน้าจะเริ่มเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และมีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2568 เบื้องต้นจะขาย LPG ให้กับภาคอุตสาหกรรมเป็นหลักก่อน ต่อจากนั้นจะขยายไปจำหน่ายให้กับกลุ่มอาคารพาณิชย์ที่มีถังเก็บขนาดใหญ่ และยังมองการลงทุนธุรกิจยางมะตอยด้วย

สำหรับการบุกตลาดในกัมพูชา มีการดำเนินทั้งกลุ่มธุรกิจ Mobility ได้แก่ สถานีบริการ PTT Station คลังเก็บผลิตภัณฑ์ และธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants รวมทั้งร่วมทุนในบริษัทร่วมค้า (Joint Venture) ให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ในกรุงพนมเปญ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จไตรมาส 3/2567 รวมถึงแสวงหาโอกาสธุรกิจพลังงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Battery Swapping และสถานีชาร์จไฟฟ้า EV station PluZ และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มี Cafe Amazon ร้านสะดวกซื้อ และร้านสะดวกซัก Otteri Wash & Dry

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Mobility PTTCL มีเครือข่ายคลังเก็บผลิตภัณฑ์ 7 แห่ง รองรับการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันอากาศยาน และมีแผนลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ เช่น คลังน้ำมันและก๊าซ LPG โรงงานผสมยางมะตอย ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle นอกจาก Cafe Amazon ร้านสะดวกซื้อ Jiffy และร้านสะดวกซัก Otteri Wash & Dry ทั้งหมด 63 สาขา เตรียมนำร้านโอ้กะจู๋เปิดสาขาแรกในกัมพูชาอีกด้วย