“ทัวร์ทุบตลาด” ทุนจีนร่างใหม่ร้ายกว่าทัวร์ 0 เหรียญ กะทุบธุรกิจทัวร์คนไทยให้ตาย ขายตัดราคาไม่กลัวเจ๊ง ตั้งนอมินีคนไทยหิวเงินบังหน้าหวังกินรวบตลาดทั้งหมด

“ทัวร์ 0 เหรียญ” จากจีนที่เคยเกือบทำลายการท่องเที่ยวของไทยเมื่อหลายปีก่อน และได้หายไปหลังถูกปราบปรามอย่างหนักหน่วง ประกอบกับช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้แก๊งค์ธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ได้หายไป
.
แต่ล่าสุด ทัวร์ 0 เหรียญ ได้วิวัฒนาการใหม่ที่รอบนี้กลับมาร้ายกว่าเดิมชนิดที่เรียกว่ากะเอาให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของคนไทยตายจากตลาดให้ได้ โดยมาในชื่อใหม่คือ “ทัวร์ทุบตลาด” ซึ่งยิ่งมาแบบโหมกระหน่ำหนักข้อมากขึ้นหลังไทย-จีนได้ยกเว้นวีซ่าระหว่างกันอย่างเต็มรูปแบบ
.
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ทัวร์ทุบตลาดที่มาจากกลุ่มทุนจีน จะใช้คนไทยเป็นนอมินีเปิดธุรกิจ และนำกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวจีนมาไทยด้วยการทำราคาแบบถูกแสนถูก ชนิดที่ขายตัดราคาแบบไม่กลัวเจ๊ง ไม่สนใจต้นทุน ไม่สนใจว่าจะขาดทุนด้วย ถ้าเจ๊งก็กลับไป และกลุ่มใหม่ก็เข้ามาอีกแทนแล้วปรับราคาขายทัวร์ขึ้นภายหลัง ซึ่งผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นในอินเดีย และรัสเซียอีกด้วย
.
การมาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เอาบริษัททัวร์ของคนไทยอยู่ไม่ได้ แข่งขันไม่ไหว และสุดท้ายต้องเลิกกิจการตายไปจากระบบ หลังจากนั้นบริษัทจีนก็จะครองตลาดท่องเที่ยวของไทยเองทั้งหมดทั้งระบบตั้งแต่น้ำยันปลายน้ำ
.
หากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเห็นราคาทัวร์ที่ถูกจนยั่วยวนใจแลัวตัดสินใจซื้อทัวร์กับแก็งค์ทัวร์ทุบตลาด พอเดินทางมาถึงไทยก็แล้ว จะมีการข่มขู่ หรือบีบบังคับให้ซื้อของที่ร้านคนจีนซึ่งทางทัวร์ดีลเอาไว้ ทำให้ลูกทัวร์ต้องจ่ายเงินคนละ 70,000-100,000 บาท
.
นายศิษฎิวัชร กล่าวต่อไปว่า นี่ถือเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงและสาหัสมากสำหรับการท่องเที่ยวไทยยิ่งกว่าทัวร์ 0 เหรียญที่เคยเห็นกันมา การกระทำอย่างนี้ต่อให้มีแค่ไม่กี่คนไม่กี่เจ้า ก็สามารถได้ทั้งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย และทำให้ตลาดท่องเที่ยวในไทยพังหมดได้
.
ขณะนี้มีผู้ประกอบการบริษัททัวร์ของคนไทยเดือดร้อนแล้ว เพราะไม่อาจดั้มราคาลงไปสู้ได้ไหว หากรัฐบาลยังนิ่งดูดายปล่อยไว้แบบนี้จะยิ่งเสียหายหนักขึ้น ไม่เกิน 1 ปีนับจากนี้ บริษัททัวร์ไทยจะอ่อนกำลังและล้มหายตายจากไปในที่สุด
.
“ทัวร์ทุบตลาดของนอมินีทัวร์จีนเป็นรูปแบบการขายตัดราคาไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถทำลายตลาดได้ ผมอยู่ในวงการนี้มานาน ไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่รุนแรงขนาดนี้ เรียกได้ว่าสาหัสมาก หนักยิ่งกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญเสียอีก”
.
ทั้งนี้แอตต้าเคยรายงานให้นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน รับทราบปัญหาว่า เกิดปัญหาการตัดราคา มีกลไกการตลาดแบบไม่สมเหตุสมผล ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ในนามผู้ประกอบการและนายกสมาคมแอตต้า อยากให้รัฐบาลจริงใจมาร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน มีการกำหนดบทลงโทษกรณีขายต่ำกว่าราคาที่กำหนด ไม่เช่นนั้นภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะเสียหาย เนื่องจากพฤติกรรมของบริษัทเหล่านี้มีเครือข่าย 4-5 บริษัท แม้จะมีการจับกุมไป 1-2 บริษัท แต่ก็ยังเฉยๆ เพราะยังมีบริษัทอื่นๆ ในเครือเหลืออยู่ ขณะที่รัฐบาลยังไม่มีแผนการใดๆ กับการจัดการกับปัญหานี้