สำหรับโลกของฟุตบอลแล้ว ลีกที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดตลอดกาลก็คงหนีไม่พ้น “พรีเมียลีกอังกฤษ” ที่คอบอลทุกยุคทุกสมัยต่างเติบโตมาพร้อมกับทีมรักของตัวเอง ที่ผ่านทุกช่วงเวลาของความสำเร็จ ล้มเหลว การดีใจ หรือเสียใจต่อผลงานของนักแตะในสนามจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครหลายคนไปแล้ว

แน่นอนว่าศึกพรีเมียลีกอังกฤษฤดูกาล 2023/2024 ที่จบลงไปพร้อมกับการคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ติดต่อกันของเรือใบสีฟ้า ‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ ซึ่งตลอดฤดูกาลนี้ทั้งหมด 38 นัด นับว่าทุกทีมต่างขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของเวทีพรีเมียลีกอังกฤษ ที่ยังคงเป็นลีกที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลนับตั้งแต่อดีตจนถึง ณ เวลานี้

คำว่า ‘ดีที่สุด’ อาจจะเป็นข้อคิดเห็นที่นักวิเคราะห์ กูรูและแฟนบอลสัมผัสได้จากการชมการแข่งขันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทว่าเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้เวทีพรีเมียลีกกลายเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด เข้มข้น และน่าติดตามเป็นอันดับ 1 ของโลกจนได้ขนานนามว่าลีกที่ดีที่สุดนั้น มี ‘เม็ดเงินลงทุน’ ในเชิงโครงสร้างที่แต่ละสโมสรใช้ในการบริหารทีม หรือแม้แต่การลงทุนจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษที่มีต่อการแข่งขัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ประกอบนอกเหนือจากเรื่องของฟุตบอลในสนามล้วนทำให้ประเทศอังกฤษเข้าใกล้คำว่าลีกที่ ‘ดีที่สุด’ อย่างแท้จริง

Reporter Journey จะพาไปสำรวจมูลค่าของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษ มูลค่าของแต่ละสโมสรชั้นนำ และมูลค่าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่ทำให้ประเทศอังกฤษสามารถมีการแข่งขันฟุตบอลที่น่าติดตามจนทำให้เมื่อพูดถึงฟุตบอล ใครหลายคนต่างนึกถึงสโมสรในอังกฤษ
.

6 ใน 10 สโมสรที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกอยู่บนเกาะอังกฤษ

ฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษมีทีมทำการแข่งขันทั้งหมด 20 ทีม โดยจากการเก็บสถิติย้อนหลัง 3 ปี โดย Sky sports พบว่าทั้ง 20 ทีมมีการ ‘ลงทุนซื้อนักเตะ’ ในแต่ละปีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย ในปี 2021 มีการใช้เงินซื้อนักเตะประมาณ 1,120 ล้านปอน (หรือราว 52,000 ล้านบาท) ปี 2022 ประมาณ 2,140 ล้านปอน (หรือราว 100,000 ล้านบาท) และในปี 2023 มีการใช้เงินถึง 2,440 ล้านปอน (หรือราว 110,000 ล้านบาท)

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขการลงทุนที่ใช้ในการซื้อนักฟุตบอลเข้าสู่ทีม ซึ่งนอกเหนือจากการซื้อนักฟุตบอลแล้วธุรกิจฟุตบอลยังจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องใช้เงินทุนอีก เช่น ค่าดูแลรักษาสนามแข่ง ค่าอุปกรณ์ออกกำลังประเภทต่าง ๆ ค่าจ้างผู้จัดการทีมและทีมงาน ค่าดำเนินการทางการตลาด รวมถึงเงินเดือนของทีมงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร มาถึงตรงนี้ทุกคนอาจสงสัยว่าสโมสรฟุตบอลมีรายได้เยอะมากพอที่จะมาเป็นค่าดำเนินการทั้งหมดเลยหรือ การขายตั๋วเข้าชมสามารถสร้างรายได้มากเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือไม่ ตรงนี้จะขออธิบายในหัวข้อต่อไป

ทว่าการลงทุนใช้เงินจำนวนมหาศาลในการซื้อนักเตะที่มีฝีเท้าเข้าสู่สโมสร กลับไม่ได้ให้ผลตอบแทนหรือทำให้สโมสรประสบความสำเร็จทันที กล่าวคือสโมสรฟุตบอลคือแบรนด์ ๆ หนึ่งที่มีมูลค่าในตัวเองผ่านการประเมินในหลากหลายด้าน จากทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม จากการประเมินของ Forbes สโมสร ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ คือสโมสรที่ถูกประเมิณว่ามีมูลค่าทางการตลาดถึง 6,500 ล้านดอลล่าสหรัฐ (หรือราว 239,000 ล้านบาท) สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมที่ลงทุนซื้อผู้เล่นมากสุดหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่กลับกันมูลค่าทางการตลาดของสโมสรกลับกลายเป็นอันดับ 1 ของอังกฤษ

นอกจากนี้ 10 อันดับสโมสรที่ถูกประเมินว่ามีมูลค่าทางการตลาดมากสุดในโลกมีทีมจากพรีเมียลีกอังกฤษถึง 6 ทีม เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์และคุณค่าทาของการแข่งขันภายในลีกอังกฤษที่ได้บ่มเพาะให้สโมสรแต่ละสโมสรเฉิดฉายขึ้นมาอยู่แนวหน้าของโลกฟุตบอลในปัจจุบัน โดย 10 สโมสรที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกประกอบด้วย

1. Real Madrid มีมูลค่าทีม 6,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 243,000 ล้านบาท )

2. Manchester United มีมูลค่าทีม 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 239,000 ล้านบาท )

3. Barcelona มีมูลค่าทีม 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 206,192 ล้านบาท)

4. Liverpool มีมูลค่าทีม 5,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 197,723 ล้านบาท)

5. Manchester City มีมูลค่าทีม 5,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 187,782 ล้านบาท)

6. Bayern Munich มีมูลค่าทีม 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 184,100 ล้านบาท)

7. Paris Saint-Germain มีมูลค่าทีม 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 162,000 ล้านบาท)

8. Tottenham Hotspur มีมูลค่าทีม 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 117,824 ล้านบาท)

9. Chelsea มีมูลค่าทีม 3,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115,246 ล้านบาท)

10. Arsenal มีมูลค่าทีม 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 95,000 ล้านบาท)
.

โครงสร้างรายได้ของสโมสรฟุตบอล และค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่เติบโตไม่หยุด

สโมสรฟุตบอลมีแหล่งที่มาของรายได้จาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

1. สินค้า ของที่ระลึกจากสโมสรและสปอนเซอร์

2. เงินส่วนแบ่งจากการถ่ายทอดสด

3. ค่าตั๋วจากแฟนบอล

ทั้งนี้ขอยกตัวอย่างข้อมูลจากรายได้ของสโมสรแมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2022 มาให้ดูเพื่อเห็นสัดส่วนโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจนขึ้น

ในปี 2022 จากรายงานประจำปีของสโมสรแมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด พบว่าสโมสรมีรายได้ 629 ล้านดอลล่าสหรัฐ (ราว 23,159 ล้านบาท)โดยแบ่งเป็น

1.รายได้จากสินค้าทางการสโมสรและสปอนเซอร์รวม 277 ล้านดอลล่าสหรัฐ (ราว 23,159 ล้านบาท) (45% ของรายได้)

2.เงินส่วนแบ่งการถ่ายทอดสด 231 ล้านดอลล่าสหรัฐ (ราว 10,199 ล้านบาท) (37% ของรายได้)

3.รายได้จากการขายตั๋วเข้าชม 118 ล้านดอลล่าสหรัฐ (ราว 4,300 ล้านบาท) (18% ของรายได้)

จากตัวเลขจะพบว่านอกเหนือจากรายได้ที่สโมสรจะหาเองจากการขายสินค้า สปอนเซอร์และตั๋วเข้าชมแล้ว รายได้จาก ‘ส่วนแบ่งการถ่ายทอดสด’ เกือบจะเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ที่สโมสรได้รับ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลจากเพียงโสมสรเดียวเท่านั้น แต่พรีเมียลีกอังกฤษยังมีอีก 19 ทีมที่ต้องแบ่งสัดส่วนการถ่ายทอดสด เช่นนั้นแล้วมูลค่าการถ่ายทอดสดของเวทีฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษมีมูลค่ามากเท่าไหร่

จากการรายงานของ statista ชี้ให้เห็นว่ามูลค่าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดของพรีเมียลีกอังกฤษเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ปี 2007-2010 การถ่ายทอดสดพรีเมียลีกอังกฤษ มีมูลค่าลิขสิทธิ์เพียง 3,160 ล้านดอลลาสหรัฐ (ราว 116,000 ล้านบาท)

แต่เมื่อเทียบกับข้อมูลปี 2022-2025 การถ่ายทอดสดพรีเมียลีกอังกฤษ มีมูลค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 12,800 ล้านดอลลาสหรัฐ (ราว 471,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ไม่ว่าจะด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยี หรือความแพร่หลายของกีฬาฟุตบอล

แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนส่งผลเชิงบวกต่อพรีเมียลีกอังกฤษทั้งสิ้น (พรีเมียลีกอังกฤษมีผู้ชมใน 188 ประเทศ จาก 193 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ชมมากถึง 1,500 ล้านครัวเรือน ในปี 2022 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ) ซึ่งตัวเลขมูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียลีกอังกฤษนั้นเป็นตัวเลขที่สูงมาก (หากไม่เห็นภาพ มูลค่า 12,800 ล้านดอลลาสหรัฐ หรือราว 471,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.5% ของ GDP ประเทศไทยในปี พ.ศ 2565)
.

ฟุตบอล เศรษฐกิจ และซอฟต์พาวเวอร์

650% คือตัวเลขการเติบโตของอัตราการจ้างงานที่เกิดขึ้นจากพรีเมียลีกอังกฤษ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 1988 และปี 2019 โดยที่ในปี 2021 ฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษทำให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 90,000 ตำแหน่งงาน นอกจากนี้ยังนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของอังกฤษมากกว่า 8,000 ล้านปอน หรือราว 374,600 ล้านบาท ซึ่งมีผลต่อค่า GDP ของประเทศอังกฤษโดยตรง

นอกจากตัวเลขทางสถิติ จากรายงานของ British Council ยังพบว่าฟุตบอลอังกฤษมีส่วนสำคัญที่สร้างซอฟต์พาวเวอร์แก่ประเทศอังกฤษในฐานะ “The Soft Power of Sport” ดึงดูดแฟนบอลต่างประเทศให้มาดูบอลที่สนาม ดึงดูดนักศึกษาให้มาเรียนต่อ และดึงดูดกลุ่มนักลงทุนให้มาลงทุนในประเทศอังกฤษ

สุดท้ายนี้เมื่อมองฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษผ่านมูลค่าของสโมสร มูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ความนิยมที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มผู้ชม และตัวเลขทางเศรษฐกิจ การจะกล่าวว่าพรีเมียลีกอังกฤษคือลีกที่ดีที่สุดอาจจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง และในฟุตบอลยูโร 2024 ที่จะเริ่มแข่งขันกันในอาทิตย์หน้าจะเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ชั้นดี
.

เรื่อง: กฤชพนธ์ ศรีอ่วม

Sources
(1) https://www.skysports.com/…/premier-league-transfers…

(2) https://www.forbes.com/lists/soccer-valuations/…

(3) https://www.premierleague.com/news/1280062

(4) https://www.statista.com/…/tv-broadcasting-revenue…/

(5) https://www.premierleague.com/news/3884417

(6) https://www.britishcouncil.org/research…/beautiful-game

เด็กหนุ่มจากราชบุรี ที่ยังคงลองผิดลองถูกเสมอมา