“เตรียมเจอพายุได้เลย! รัฐบาลตั้งเป้า ถ้าคนไทยเจอพายุ 4 ลูกนี้เข้าไปจะทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น บรรเทาภาระค่าครองชีพ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในแต่ละพื้นที่ และส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ”

ภายหลังที่รัฐบาลประกาศ D-day เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ต ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 15 กันยายน ‘นายพิชัย ชุณหวชิร’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้ว่าโครงการนี้จะเป็นการสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ 4 ลูก

ลูกที่ 1 : การใช้จ่ายระหว่าง #ประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็ก ถือเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจไปยังฐานราก กระจายไปพร้อมกันทุกอำเภอทั่วประเทศ
ลูกที่ 2 : การใช้จ่ายระหว่าง #ร้านค้าขนาดเล็กกับร้านค้าขนาดใหญ่
ลูกที่ 3 : การใช้จ่ายระหว่าง #ร้านค้าขนาดใหญ่กับร้านค้าขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการต่อยอดกำลังซื้อ การบริโภค หรือสร้างโอกาสในการลงทุนเพื่อประกอบอาชีพ
ลูกที่ 4 : พลังการใช้จ่ายของประชาชนแต่ละคนจะเกิดผลต่อการ #หมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เป็นทวีคูณ ช่วยฟื้นฟูภาคการผลิตของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

รัฐบาลตั้งเป้าว่าเมื่อประชาชนคนไทยเจอพายุหมุน 4 ลูกนี้เข้าไป จะทำให้ประเทศไทยมีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน และส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ

บางส่วนของความคิดเห็นจากนักวิชาการ และสถาบันต่าง ๆ

“ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล” คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความกังวลต่อการแจกดิจิทัลวอลเล็ตว่าเป็นการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงครั้งเดียว ความท้าทายคือจะมีผลต่อเศรษฐกิจระยะยาวมากน้อยแค่ไหน หากไม่สามารถออกแบบให้มีผลในระยะยาวได้ จะยิ่งทำให้งบประมาณของประเทศอยู่ในสภาวะขาดดุลสูงอย่างต่อเนื่อง

“กิริฎา เภาพิจิตร” ผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ก็ออกมาแสดงความกังวลเรื่องความต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นเช่นกัน และมองว่าการแจกดิจิทัลวอลเล็ตจะส่งผลขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้น เนื่องจากมีเงินไหลเข้าระบบมาอย่างรวดเร็วและมหาศาล

ภายหลังพรรคเพื่อไทยออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวในเฟสบุ๊กว่า การกระตุ้นดังกล่าวไม่ใช่การกระตุ้นเพียงครั้งเดียว แต่จะมีผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ประชาชนจะมีส่วนร่วม และเงินลงทุนจะกระจายไปตั้งแต่รายย่อย รายกลาง รายใหญ่ และจะวนกลับมาที่รายย่อยอีกครั้ง

“เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความคิดเห็นว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นโครงการที่มีความซับซ้อน ใช้งบประมาณจำนวนมาก จะก่อให้เกิดผบกระทบต่อภาระการคลังของประเทศในระยะยาวและมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลหรือทุจริตในขั้นตอนต่าง ๆ รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง และรัดกุม

สำหรับดิจิทัลวอลเลต รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2567 และมีกำหนดการที่จะให้เริ่มใช้จ่ายในโครงการฯ ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” (สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนจะให้ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด ระหว่างวันที่ 16 กันยายน – 15 ตุลาคม 2567)

เตรียมตัวโหลดแอปพลิเคชัน และรับมือพายุได้เลย