“คนเอเชียไม่มีกำลังซื้อบ้าน ? ยอดขายบ้านในสิงคโปร์ครึ่งปีแรกต่ำสุดในรอบ 20 ปี ตามรอยจีนและไทยมาติด ๆ หลังก่อนหน้านี้ทั้งจีนและไทยต่างเจอตลาดอสังหาฯ ในประเทศหดตัว และตอนนี้สิงคโปร์กำลังจะกลายเป็นเมืองที่บ้านแพงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก”

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ยอดขายบ้านใหม่ในสิงคโปร์กำลังต่ำสุดจากจุดเดิมที่เคยเฟื่องฟูในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ โดยบรรดาบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยขายบ้านได้เพียง 228 ยูนิต เมื่อเดือนที่ผ่านมา และเป็นยอดขายรวมไม่ถึง 2,000 ยูนิตจากตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา

โดย Bloomberg รายเพิ่มเติมว่าเป็นเพราะ ‘อัตราดอกเบี้ยที่สูงของธนาคาร’ และนโยบายเปลี่ยนเมืองร้อนให้กลายเป็นเมืองเย็นด้วยนวัตกรรม (สิงคโปร์กำลังทำโครงการ Cooling Singapore Project เพื่อแก้ปัญหาประเทศเผชิญความร้อนจากการใกล้เส้นศูนย์สูตร) ทำให้ตลาดอสังหาในประเทศชลอตัว

นอกจากนี้ยังเป็นเพราะรัฐบาลกำลัง ‘กังวลกับคะแนนเสียงที่จะได้’ จากบรรดาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ในประเด็นที่คนกลุ่มนี้เริ่มตั้งข้อสงสับกับความสามารถในการซื้ออสังหาของตนเอง (เช่น ฉันจะมีเงินซื้อบ้านที่แพงขนาดนี้ไหม) รัฐบาลก็เลยออกนโยบายที่สนับสนุนฝั่งผู้พัฒนาอสังหา จนตอนนี้อุปทานกำลังมากกว่าอุปสงค์ในประเทศ

นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุน Citigroup Inc ‘แบรนดัล ลี’ (Brandon Lee) กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า “เราคาดหวังว่าผู้ซื้อทุกคนจะอดทน เนื่องจากตอนนี้มีโครงการบ้านเปิดตัวจำนวนมาก แต่กำลังจะมีบางโครงการที่มีต้นทุนที่ดินไม่แพงกำลังจะเปิดตัว ”

มีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์อสังหาชะลอตัวในประเทศสิงคโปร์อาจจะสิ้นสุดที่เดือนกรกฎาคมคมนี้ จากการที่เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากยอดขายเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินราคาโครงการบ้านเปิดใหม่ในสิงคโปร์ตอนนี้ยังคงอยู่ในระดับราคาที่ค่อนข้างสูง ราคาบ้านพักส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติด และเร็ว ๆ นี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ OrangeTee Group ได้เปิดเผยรายงานของธนาคาร Julius Baer Group ที่เปิดเผยว่า ราคาของบ้านในประเทศตอนนี้กำลังทำให้สิงคโปร์กลายเป็นเมืองที่มีบ้านแพงที่สุดเป็นอันดับสามของโลก

อ้างอิง: Bloomberg