สิงคโปร์มีประชากรราว 5.5 ล้านคน สามารถเก็บภาษีได้ถึง 2 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงไทยที่ 2.38 ล้านล้านบาท ทั้งที่มีประชากรมากกว่าถึง 13 เท่า แถมเก็บได้เพิ่มขึ้น 17% ในปีภาษี 2023/2024 แต่ประชาชนฐานะยังดีขึ้น สวัสดิการทางสังคมดีเลิศจากคอรัปชันต่ำ และคุณภาพประชากรอยู่ระดับสูง

สำนักงานสรรพากรของสิงคโปร์ (IRAS) รายงานผลการจัดเก็บภาษีทุกประเภทสําหรับปีงบประมาณ 2023/2024 มูลค่า 80,300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือสูงถึง 2.07 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้าที่ 61,400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 1.58 ล้านล้านบาท

โดยสิงคโปร์มีประชากรเพียง 5.5 ล้านคน แต่กับจัดเก็บภาษีได้ใกล้เคียงกับไทยที่มีประชากรถึง 67 ล้านคน หรือมากกว่า 13 เท่าที่ 2.38 ล้านล้านบาทก่อนการหักจัดสรร และหลังหักจัดสรรแล้วที่ 2 ล้านล้านบาท

การเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงสะท้อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการเติบโตของรายได้ของชาวนสิงคโปร์ในปี 2022 โดยคิดเป็นประมาณ 77.6% ของรายได้จากการดําเนินงานของรัฐบาล ซึ่งมีสัดส่วนราว 11.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสิงคโปร์

IRAS กล่าวว่า ภาษีที่เรียกเก็บได้เป็นเงินที่จะนำไปใช้ในสวัสดิการทางสังคมต่างๆ ให้กับประชาชน เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยของพลเมือง ตลอดจนสนับสนุนโครงการพัฒนาสังคมเพื่อปรับปรุงชีวิตของชาวสิงคโปร์”

สำหรับอัตราภาษีสินค้าและบริการ (GST) ภาษีเงินได้ และภาษีทรัพย์สินยังคงต่ำที่ 0.64% แม้จะมีการปฏิบัติตามกฎหมายค่อนข้างสูง แต่รัฐบาลก็จะดําเนินการอย่างเข้มข้นเด็ดขาดต่อผู้ที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี โดย IRAS ตรวจสอบและสอบสวนพบว่ามีผู้ที่เลี่ยงไม่เสียภาษี หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่ควรจะเป็นที่ 9,590 คดีในปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยมีอัตราค่าปรับประมาณรวมกันที่ 857 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์


สัดส่วนการเก็บภาษีแต่ละประเภทของสิงคโปร์


🔹ภาษีเงินได้นิติบุคคล : มีสัดส่วนที่มากที่สุดในการเก็บภาษีที่ 36.1% เพิ่มขึ้น 25.6% เป็น 29,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 7.49 แสนล้านบาท (🇹🇭 ไทย : 7.67 แสนล้านบาท)ในปีงบประมาณ 2023/24 อันเนื่องมาจากผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่ง
🔹ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 17,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 4.52 แสนล้านบาท (🇹🇭 ไทย : 3.95 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณที่ผ่านมา จากประชากรสิงคโปร์ที่มีอยู่ราว 5.6 ล้านคน โดย 75% เป็นคนในวัยทำงาน
🔹ภาษีสินค้าและบริการ (GST) : คิดเป็นส่วนแบ่งรายได้อันดับสามที่ 20.7% เพิ่มขึ้น 2,600 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 16,600 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 4.28 แสนล้านบาท (🇹🇭ไทย : เทียบได้กับภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT : 9.13 แสนล้านบาท) เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่สูงขึ้นและอัตรา GST ที่เพิ่มขึ้น
🔹ภาษีทรัพย์สิน มีสัดส่วนที่ 7.4% ของการเก็บรายได้ที่ 5,900 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 1.52 แสนล้านบาท
🔹ภาษีอากรแสตมป์ : สัดส่วนที่ 7.2% อากรแสตมป์ 5,800 ล้านดอลลาร์ สิงคโปร์ หรือราว 1.49 ล้านบาท ลดลงจกปีที่แล้ว 100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เนื่องจากปริมาณธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง
🔹ภาษีการพนัน : สัดส่วน 4% จัดเก็บรายได้ 3,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 82,668 ล้านบาท
🔹ภาษีหัก ณ ที่จ่าย : สัดส่วน 2.7% จัดเก็บรายได้ 2,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 56,834 ล้านบาท

โดยในปีงบประมาณที่แล้ว IRAS ได้ดําเนินการเบิกจ่ายประมาณ 2,300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ให้กับธุรกิจมากกว่า 131,000 แห่ง ภายใต้โครงการปรับปรุงเพื่อให้การสนับสนุนค่าจ้างช่วงเปลี่ยนผ่านสําหรับนายจ้างมากกว่า 81,000 ราย 1,670 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยมีเงินทุนร่วมจากรัฐบาลที่สูงขึ้นสําหรับคนงานที่มีค่าจ้างต่ำ

นอกจากนี้ยังมีโครงการสินเชื่อการจ้างงานอาวุโสที่ 311 ล้านเหรียญสิงคโปร์ และการสนับสนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเติบโตของทักษะการทำงานที่ 177 ล้านเหรียญสิงคโปร์

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันระหว่างประเทศเพื่อความโปร่งใส (CPI) ประจำปี 2023 รายงานว่า สิงคโปร์อยู่อันดับที่ 3 ของโลกในดัชนีหลักนิติธรรมโลกปี 2023 (World Justice Project Rule of Law Index 2023 / WJP) จากการไม่มีการทุจริต นั่นจึงทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศอันดับต้นๆ ของเอเชียจาก 142 ประเทศ ซึ่งสำนักงานสืบสวนปราบปรามการทุจริต (CPIB) กล่าวว่า สถานการณ์คอร์รัปชันในสิงคโปร์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างมั่นคง โดยชี้ให้เห็นว่าจำนวนคดีคอร์รัปชันในภาครัฐยังคงต่ำอย่างต่อเนื่องชื่อเสียงของสิงคโปร์ในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีการทุจริตน้อยที่สุดในโลกนั้นได้มาด้วยความยากลำบาก


ที่มา: CNA