พิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) นำทีมคณะผู้บริหารประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2568 ตอบรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยขยับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ในภาคประชาชนและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ถือเป็นสัญญาณบวกกับธุรกิจบริการสินเชื่อผู้บริโภค

ในปี 2568 KTC คาดว่าพอร์ตสินเชื่อรวมจะขยายตัวที่ 4-5% และคุมอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio) รวมให้อยู่ระดับไม่เกิน 2% และมีแผนระดมเงินกู้ยืมระยะยาวประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ พร้อมลงทุนด้านเทคโนโลยี รวมถึงรองรับหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดประมาณ 13,000 ล้านบาท

ในส่วนของยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2568 บริษัทคาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 10-12% ด้วยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ไม่ต่ำกว่า 320,000 ล้านบาท และเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ 250,000 ราย เน้นกลุ่มผู้มีรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป รวมถึงกลุ่มคนเริ่มทำงาน (First Jobber) ซึ่งบัตร KTC เน้นใช้จุดแข็งด้านคะแนนสะสมในการเพิ่มมูลค่าให้สมาชิก โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกหมวดสำคัญ เช่น อาหาร ช้อปปิ้ง เติมน้ำมัน และท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายในปีที่ผ่านมา ทำให้บางคนกังวลว่ากลุ่มคนจบใหม่อาจเป็นเหมือน ‘ดาบสองคม’ แต่ KTC ได้เตรียมแผนรับมือความเสี่ยงในการขยายฐานผู้ใช้งานสำหรับกลุ่ม First Jobber ที่เพิ่งเริ่มมีรายได้

พิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

จับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ เพิ่มช่องทางสินเชื่อออนไลน์

ประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต กล่าวว่า “การมุ่งขยายฐานจากกลุ่ม First Jobber ต้องทำอย่างมีความรับผิดชอบและเลือกจับเป็นบางกลุ่ม เช่น จับกลุ่มสายอาชีพที่มั่นคง เนื่องจากประเด็นสำคัญของการขยายฐานนั้นจะต้องไม่นำมาสู่ NPL

สำหรับธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด ‘KTC PROUD’ ตั้งเป้าเติบโตที่ 3% เน้นขยายฐานสมาชิกใหม่ผ่านพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อผ่านช่องทางสมัครสินเชื่อออนไลน์ e-Application ที่ลูกค้าทำรายการได้ด้วยตนเอง รู้ผลอนุมัติพร้อมรับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 30 นาที พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้งานให้กับสมาชิกผ่านฟังก์ชัน ‘รูด โอน กด ผ่อน’ ในบัตรเดียว สานต่อโครงการ ‘เคลียร์หนี้’ เสริมวินัยทางการเงินแก่สมาชิก

ส่วนสินเชื่อ ‘KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ ตั้งเป้าเติบโต 3,000 ล้านบาท เน้นขยายพอร์ตสินเชื่อคุณภาพผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำและเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่เป็นเจ้าของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และกำลังมองหาสินเชื่อ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายและปลอดภัย

ประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

รุกลงทุนด้านไอที ยกเครื่องรอบ 12 ปี

สำหรับทิศทางธุรกิจเคทีซีในปี 2568 เพื่อก้าวสู่องค์กรดิจิทัลอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ “Building a Sustainable Future Through Digital Transformation” บน 4 แนวทางหลัก ประกอบด้วย

  1. Reach Better: ใช้ช่องทางดิจิทัลในการขยายฐานสมาชิกกลุ่มใหม่ที่นิยมทำรายการด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการด้วยการพัฒนา E-Application ที่ง่าย ไร้รอยต่อ และปลอดภัย สามารถรู้ผลการสมัครได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาและทดสอบเครื่องมือในการประเมินคุณภาพสินเชื่อ (Credit Scoring Model) ใหม่ๆ เพื่อแสวงหาโอกาสของการขยายฐานสมาชิกที่ยังอยู่ในระดับความเสี่ยงที่รับได้
  2. Grow Healthier: การบริหารฐานข้อมูลสมาชิกอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมพัฒนาบริการใหม่ๆ บนแอป KTC Mobile ที่ทำให้สมาชิกสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของเคทีซีได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิก และสร้างความมั่นใจในการใช้จ่าย
  3. Bond Tighter: เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของบริการรวมถึงการสื่อสารบนช่องทางออนไลน์ ทั้งผ่านแอป “KTC Mobile”Line Connect, Facebook และเว็บไซต์ www.ktc.co.th เพื่อให้สมาชิกใช้งานง่าย สะดวกและมั่นใจมากขึ้น รวมถึงเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมงานคอนแทคเซ็นเตอร์ (Contact Center) สามารถให้บริการตอบคำถามได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้สมาชิกได้รับความพึงพอใจมากที่สุด
  4. Work Smarter: เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ กระบวนการและการพัฒนาทักษะ (Upskill) ด้านไอทีให้กับบุคลากรเคทีซีทั้งองค์กร ส่งเสริมการคิดริเริ่มและปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพงาน ลดค่าใช้จ่าย และพัฒนาทักษะของพนักงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ยกระดับทีมงานพร้อมรับมือความท้าทายโลกดิจิทัล

คุณพิทยากล่าวถึงการยกระดับระบบไอทีดังกล่าวของ KTC ยังรวมถึงการจัดการปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ด้วย

“เราต้องปรับระบบรองรับ มันมีเรื่องของมิจฉาชีพ พวก fraud ทั้งหลาย เราต้องพัฒนาระบบของเราให้ปลอดภัย เป็น priority ไอทีต้องช่วยเราพัฒนา เราจะใช้ดิจิทัลเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน Digital Transformation คือกระบวนการที่เราจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาวิธีการทํางาน โดยใช้เรื่องเทคโนโลยีมาช่วย เพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เมื่อเราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ และลดค่าใช้จ่ายได้ การเติบโตจะยั่งยืน แต่ทั้งนี้ การทำ Digital Transformation เป็นเรื่องระยะยาว เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตลอดเวลา ความต้องการของคนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

“เราพูดเสมอว่าโครงสร้างหรือรากฐานที่แข็งแรงของ เคทีซี มาจาก 3 เรื่อง คือ คน กระบวนการ และเทคโนโลยี เคทีซี เติบโตมาได้ด้วยความแข็งแกร่งจากทั้ง 3 ตัวนี้ เป็น foundation ที่เราจะต่อยอดด้วย digital transformation”

อย่างไรก็ตามพนักงานจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ ทุกวันนี้ทีมงานเริ่มให้มีการแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานที่พนักงานคิดว่า AI สามารถช่วยได้ ซึ่งบริษัทก็จะจัดหาคอร์สหรือโปรแกรมเทรนนิ่งเสริมทักษะใหม่ เช่น แผนกบริการลูกค้าแทนที่จะใช้เวลาพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเดียว การเข้ามาของ AI จะยิ่งทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถโทรไปขายในฐานะ Sales เพิ่มทั้งผลิตภาพบริษัทและความสามารถที่หลากหลายขึ้นของตัวพนักงานอีกด้วย