SUMMARY : พบเหล็กที่ใช้งานของตึก สตง. เป็นเหล็กบริษัทจีน “ซินเคอหยวน” ที่มาตีตลาดในไทยจนเป็นบริษัทเหล็กที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแทนบริษัทคนไทยที่เจ๊งยับ ซึ่งเคยมีวีรกรรมปั่นจั่นถล่มทับลูกจ้าง โรงงานไฟไหม้จนไปตรวจสอบพบเหล็กไม่ได้มาตรฐานจนถูกอายัด 2,441 ตันเมื่อเดือนมกราคม
จากการเก็บตัวอย่างเหล็กมาทดสอบเพื่อสอบสวนหาสาเหตุตึกของ สตง. ถล่มพบว่าเจ้าหน้าที่พบเหล็กทั้งหมด 6 ประเภท ทั้งเหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 16 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 20 มิลลิเมตร 3 อัน เหล็กข้ออ้อย 25 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 32 มิลลิเมตร 4 อัน, เหล็กกลม 2 อัน ขนาด 9 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตรายเดียว แต่ว่ามีเหล็กบางประเภท (32) ที่มาจากผู้ผลิต 3 ยี่ห้อ อย่างไรก็ตามมีเหล็กอีกประเภทหนึ่งที่ยังหาไม่พบในเบื้องต้น และยังไม่เหมาะกับการรื้อหาเพราะอาจกระทบต่อการกู้ภัย
ซึ่งเหล็กที่ใช้ก่อสร้างมีบางส่วนมาจากบริษัท ซินเคอหยวน จำกัด ที่ จ.ระยอง ซึ่งเคยถูกสั่งปิดไปแล้ว
สำหรับ บริษัท ซินเคอหยวน จำกัด เป็นผู้ผลิตทั้งเหล็กเส้น เหล็กลวด รวมถึงเหล็กแผ่นรายใหญ่ของจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน โดยวิธีทำตลาดแบบการขายตัดราคาคู่แข่ง จนทำให้บริษัทคนไทยสู้ราคาไม่ได้จนต้องปิดตัว แม้แต่บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อายุกว่า 60 ปี ยังต้องปลดคนงานและปิดกิจการลงในปี 2566 เพราะสู้ราคาบริษัทจีนที่ทุ่มตลาดไม่ไหวเช่นกัน
สำหรับวีรกรรมของซินเคอหยวน คือ อุบัติเหตุปั้นจั่นหอสูงกว่า 20 เมตรถล่มลงมาทับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานอยู่ด้านล่างเสียชีวิตทั้งหมด 7 ราย ในโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแผ่นเหล็ก เหล็กรูปพรรณ และลวดเหล็ก ของซินเคอหยวนใน จ.ระยอง เมื่อปี 2563
ต่อมา 18 ธันวาคม 2567 ซินเคอหยวนสตีล ที่ตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม WHA ระยอง เกิดเหตุระเบิดจากการรั่วไหลของถังก๊าซ LPG ขนาด 110,000 ลิตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย สาเหตุพบว่ามีการเคลื่อนย้ายถังก๊าซ LPG โดยไม่แจ้งขออนุญาตจากสำนักงานพลังงานจังหวัดระยอง ถูกปรับเงิน 50,000 บาท
ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมส่งตรวจสอบระบบไฟฟ้า สภาพอาคารภายในโรงงาน พร้อมให้หยุดประกอบกิจการ 30 วัน และแจ้งให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองร่วมตรวจสอบ ก่อนพิจารณาอนุญาตให้ประกอบกิจการอีกครั้ง
10 มกราคม 2568 หลังจากชุดตรวจการสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงงานดังกล่าว ได้อายัดเหล็กไว้เพื่อตรวจสอบ ก็ได้เปิดเผยผลตรวจเหล็กข้ออ้อย พบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ตกเกณฑ์ที่สำคัญ ที่ส่งผลโดยตรงกับความแข็งแรงของเหล็ก สั่งยึดอายัดเหล็กไม่ได้มาตรฐานดังกล่าว จำนวน 2,441 ตัน มูลค่าราว 49.2 ล้านบาท และให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตราย
บริษัทดังกล่าวได้รับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจาก สมอ. จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ เหล็กเส้นกลม มอก. 20-2559, เหล็กข้ออ้อย มอก. 24-2559 ชั้นคุณภาพ SD 40 และชั้นคุณภาพ SD 50 ซึ่งจากการทดสอบ เหล็กข้ออ้อย โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
ปรากฏว่าก็ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 2 รายการ คือ ในรายการส่วนสูงของบั้งที่มีผลทำให้ความสามารถในการยึดเกาะระหว่างเนื้อเหล็กและเนื้อคอนกรีตลดลง เมื่อนำไปใช้งาน และรายการธาตุโบรอน มีผลทำให้เนื้อเหล็กเปราะ ความเหนียวของเนื้อเหล็กลดลง ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถรับแรงดึงได้ตามที่มาตรฐานกำหนด
โดยซินเคอหยวนสตีล มีคนจีนถือหุ้นในบริษัททั้งหมด 86% และคนไทยเพียง 14% เท่านั้น ผ่านการจัดตั้งบริษัท 2 บริษัท ในชื่อ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ในปี 2554 ทุนจดทะเบียน 1,530 ล้านบาท
โดยรายชื่อกรรมการ
– นายเจี้ยนฉี เฉิน
– นายสู้ หลงเฉิน
– นายสมพัน ปันแก้ว
ดำเนินธุรกิจประเภทผลิตเหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐานขั้นต้นและขั้นกลาง โรงงานอยู่ที่หนองละลอก อำเภอบ้านไก่ จังหวัดระยอง กำลังผลิต 200,000 ตัน
ส่วนอีกหนึ่งบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือในธุรกิจผลิตเหล็กขั้นพื้นฐานและขั้นกลางนั้น จดทะเบียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ในชื่อ บริษัท ซิน เคอ หยวน จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท
โดย รายชื่อกรรมการ
– นายสู้ หลงเฉิน
– นายเหลินจง เฉิน
– นายสมพัน ปันแก้ว
โดยรายได้ ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เมื่อปี 2566 อยู่ที่ 16,329 ล้านบาท กำไร 772 ล้านบาท
ส่วนบริ ซิน เคอ หยวน จำกัด เมื่อปี 2566 อยู่ที่ 321 ล้านบาท กำไร 234 ล้านบาท
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์วันนี้ว่า หากพบว่าเหล็กที่มีปัญหามาจากผู้ผลิตรายใด ก็จะต้องสั่งให้ปิดโรงงานในทันที ไปจนถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต มอก. ไม่สามารถนำเหล็กไปขายได้ ต้องเรียกคืนเหล็กทั้งหมด และถูกดำเนินคดี
