เวียดนามลงทุนพันล้าน เปลี่ยนเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองเทคโนโลยี

‘บริษัทเทคยักษ์ใหญ่สัญชาติเวียดนาม FPT Corporation เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) แห่งใหม่ที่เมืองดานัง เมืองที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญของเวียดนาม โดยการเปิดศูนย์แห่งนี้เป็นการร่วมมือกับหน่วยงานและคนท้องถิ่นเพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (Ai) และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งรวมไปถึงพัฒนาทักษะของคนด้วย

ศูนย์ R&D ของ FPT พึ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งอยู่บริเวณ ‘Software Park 2’ ที่พึ่งเปิดขึ้นมาใหม่ โดยทาง FPT ตั้งเป้าหมายว่าการเปิดศูนย์วิจัยนี้จะดูดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วทุกมุมโลกให้มาอยู่ตรงนี้ให้ได้ 500 คน ภายในปีหน้า และยังตั้งเป้าว่าบริษัทจะสามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างน้อยให้ได้ 10 ผลิตภัณฑ์ต่อปี

ผู้เขียนต้องขอแวะอธิบายถึงความอลังการของ ‘Software Park 2’ ซักนิด โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมแล้วประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,700 ล้านบาท) เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2020 โดยเป็นโครงการที่สามารถรองรับพนักงานได้ถึง 6,000 คน และข้อมูลเมื่อต้นปีพบว่าโครงการนี้มีบริษัทมากกว่า 30 บริษัทเช่าพื้นที่อยู่

ไม่ว่าะจากตัวโครงการ หรือจากการเปิดศูนย์วิจัย เป็นอีกครั้งที่เราเห็นว่าเวียดนามกำลังมุ่งมั่นตั้งใจและเดิมพันอนาคตไว้กับประชากรรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นแรงงานทักษะสูง เวียดนามได้ตั้งเป้าไปแล้วว่าจะยกระดับประเทศให้เป็นประเทศแห่งเทคโนโลยี ตอนนี้เวียดนามวางเป้าหมายนั้นไว้ และกำลังโฟกัสที่การลงมือทำ แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวนี้จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้ามายังเวียดนามมากขึ้นด้วย

นายกรัฐมนตรี ‘ฝั่ม มิญ จิ๊ญ’ เคยกล่าวไว้ว่าเวียดนามจะฝึกให้ประชาชนมีความรู้ด้าน Ai และงานที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มมากขึ้น และไม่ใช่แค่ 1,000 – 10,000 คน แต่จะฝึกถึง 100,000 คน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่ผู้นำประเทศที่ต้องการแบบนั้น แต่บริษัทเอกชนต่าง ๆ ก็มองไปทางเดียวกัน และลงมือทำในแต่ละองค์กร

เช่น เมืองดานังตั้งเป้าว่าจะอบรมวิศวกรประมาณ 5,000 คนให้เชี่ยวชาญด้านไมโครชิพ หรือ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท FPT Corporation ก็ให้ข้อมูลเช่นกันว่าตอนนี้บริษัทกำลังจะฝึกอบรบพนักงานให้มีความเข้าใจด้านเซมิคอนดักเตอร์ให้ได้ 5,000 คน ภายในปี 2030 เพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทอันจะนำมาซึ่งการผลิตสินค้าใหม่ ๆ ให้สอดคล้องไปกับกระแส New S-Curve ของโลก

จากเดิมที่เมืองดานังขึ้นชื่อในเรื่องรีสอร์ทริมหาด เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมืองโบราณ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองนี้ได้ดึงกำลังค่อย ๆ ดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีมากขึ้น เนื่องจากหน่วยงานท้องถิ่นผลักดันให้เพิ่มการลงทุนในภาคส่วนนี้ จากเมืองโบราณ หาดสวย กำลังจะกลายเป็นเมืองเทค ล้ำสมัย ไม่แน่ว่า ‘แซม อัลท์แมน’ คนต่อไปอาจปรากฎตัวที่เมืองนี้ก็ได้

รัฐบาลและเมืองดานังตั้งเป้าว่า จาก GDP 40% ของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 35% จะต้องมาจากเมืองดานัง ให้ได้ภายในปี 2030 (จากปัจจุบันที่ทำได้ประมาณ 20%)

“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นเส้นทางที่ไม่อาจเลี่ยง ที่จะทำให้เวียดนามก้าวไปข้างหน้า”

ประโยคที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นถูกกล่าวโดย ‘โต เลิม’ (To Lam) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ขณะเยี่ยมชม Software Park 2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตามรายงานของสำนักข่าว Vietnam News

ถ้าใครยังจำกันได้ Reporter Journey พึ่งโพสต์ภาพของ 64 ผู้บริหารระดับสูงและตัวแทนบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกจากสหรัฐฯ นำโดย Boeing, Apple, Intel, Coca-Cola, Nike, Amazon, Bell Textron รวมทั้ง Excelerate Energy ที่เดินทางเข้าพบกับคณะรัฐบาลเวียดนาม เมื่อวันที่ 18 – 21 มีนาคม เพื่อตอกย้ำถึงการลงทุนในเวียดนามและการแสวงหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศที่มีอัตรการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในเอเชีย

หรือแม้แต่ข่าวที่ เวียดนามกลายเป็นชาติที่มีระดับภาษาอังกฤษดีเป็นอันดับที่ 4 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ทิ้งห่างไทยที่รวมกลุ่มบ๊วยร่วมกับเมียนมา กัมพูชา และลาว ตั้งเป้าให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ในปี 2045 เพื่อรองรับนักลงทุนจากต่างชาติ โดยที่ภายในปี พ.ศ. 2030 เวียดนามตั้งเป้าที่จะสร้างหลักสูตรภาษาอังกฤษภายในระบบการศึกษาต่อเนื่องให้เสร็จสิ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

ทั้งการศึกษา การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทักษะแรงงาน ตอนนี้ไทยเราคงทำได้แค่นั่งเฉย ๆ มองตาปริบ ๆ ทำอะไรไม่ได้


ที่มา NIKKEI Asia