Top 10 ประเทศแห่งนวัตกรรมประจำปี 2025
เคยสงสัยไหมท่ามกลางโลกปัจจุบันที่สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้เสมอจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ประเทศไหน คือประเทศที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมมากที่สุดในโลก ?
ข้อสงสัยนี้ The Economist ได้มีการหาคำตอบผ่าน ดัชนีนวัตกรรมโลกจากการจัดอันดับ 139 ประเทศทั่วโลกบนฐานข้อมูลขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ที่น่าสนใจคือเรามักติดภาพจำว่า ‘จีน’ คือประเทศแห่งการ copy แต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นอีกแล้ว เพราะจีนคือ 1 ใน 10 ประเทศที่มีความเป็น ‘ประเทศแห่งนวัตกรรม’ ที่สุดบนโลกประจำปี 2025 !
การจัดอันดับโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ไม่ได้อาศัยแค่เพียงมาตรวัดเชิงปริมาณที่ผิวเผินเท่านั้น อย่าง ‘ประเทศไหนมีจำนวนยื่นจดสิทธิบัตรมากสุด’ ทว่าใช้ตัวชี้วัดมากถึง 78 ตัวในการจัดทำดัชนีนวัตกรรมโลก เช่น การใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา, จำนวนสิทธิบัตร, ปริมาณการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง, ความก้าวหน้าในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ฯลฯ คือต้องบอกว่าเป็นการจัดอันดับที่ซับซ้อนกว่าที่คิด
10 อันดับประเทศแห่งนวัตกรรม ประจำปี 2025 เป็นดังนี้
- 1 สวิสเซอร์แลนด์ (ครองแชมป์มา 6 ปีติด)
- 2 สวีเดน
- 3 สหรัฐอเมริกา
- 4 เกาหลีใต้ (อันดับดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023)
- 5 สิงคโปร์
- 6 อังกฤษ (ร่วงลงมาจากอันดับ 4 ที่เคยทำได้ในปี 2023)
- 7 ฟินแลนด์
- 8 เนเธอร์แลนด์
- 9 เดนมาร์ก
- 10 จีน (อันดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020)

และจากการจัดอันดับครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เยอรมัน (อันดับ 11) ไม่ติด 1 ใน 10 ประเทศแห่งนวัตกรรม แต่กลับถูกแทนที่ด้วยจีน ซึ่งเรื่องนี้เองที่ The Economist รายงานว่าจากขนาดเศรษฐกิจของจีนในตอนนี้ ทำให้ประเทศจีนลงทุนกับการฝึกอบรบวิศวกรได้มากกว่า ทุ่มงบด้านการวิจัยได้มากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะแซงหน้าเยอรมันในเวลานี้
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกยังตอกย้ำความก้าวหน้าของจีนว่า หากมองตัวชี้วัดด้านงบประมาณการวิจัยและพัฒนาเป็นสัดส่วนเทียบกับ GDP ของประเทศ และมองที่สัดส่วนจำนวนนักวิจัยต่อหนึ่งล้านคน จะพบว่าค่าสถิติต่าง ๆ จะส่งให้จีนอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลกแทบจะเทียบเท่ากับสวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา เลยด้วยซ้ำ
คือใครยังติดภาพว่าจีนคือประเทศแห่งการ Copy Paste นี่ต้องถึงเวลารีเซ็ตความคิด ลบภาพจำเดิม ๆ ที่มีต่อประเทศจีนได้แล้ว หรือแม้แต่เราข้ามฟากไปดูในด้านของ Soft Power จากดัชนีชี้วัด Global Soft Power Index 2025 จากการจัดอันดับโดย Brand Finance จีนก็ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ของโลก แซงหน้าสหราชอาณาจักร
คือต้องยอมรับว่าในปี 2025 เป็นปีที่จีนมาแรงมากจริง ๆ ในหลาย ๆ ด้าน
ในปี 2025 เป็นปีที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกให้นิยามว่าเป็นปีแห่ง ‘การฟื้นตัวอย่างกะทันหันจากภาวะชะงักงันด้านนวัตกรรม’ โดยปัจจุบันจำนวนการยื่นขอจดสิทธิบัตร (patent) และการตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลก (scientific publications) กำลังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง การร่วมลงทุนในธุรกิจก็เพิ่มขึ้น 7.7% จากปีที่แล้ว (แม้ว่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอเมริกาและอยู่ใน sector เดียวก็คือ AI ก็เถอะ) แต่ก็ถือว่าโลกแห่งนวัตกรรมกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ประเทศไทยจะฉกฉวกโอกาสอะไรจากเทรนด์โลกตรงนี้ได้หรือไม่
คงต้องให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลระยะสั้น 4 เดือนนี้เสียแล้ว ?
อ้างอิง
The Economist


