น้ำท่วมสร้างความเสียหาต่อประเทศไทยเฉลี่ยสูงถึง 81,300 ล้านบาทต่อปี

ปี 2568 เป็นหนึ่งในปีที่ประเทศไทยเผชิญภัยน้ำท่วมที่รุนแรงสุดในรอบหลายปี แพร่, เชียงราย, อยุธยา และล่าสุดที่สงขลา ที่นอกจากสถานการณ์จะยังไม่คลี่คลาย ยังถือว่าเข้าขั้นวิกฤตมากขึ้นด้วยซ้้ำ มีชีวิตผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตได้รับผลกระทบ ติดอยู่บนหลังคาบ้าน ไม่มีน้ำไม่มีไฟใช้ รอการช่วยเหลือ

ไม่เพียงแต่ชีวิตคนแต่ธุรกิจ เศรษฐกิจของจังหวัดนั้น ภูมิภาคนั้น ๆ ก็พังลงไปด้วย และส่งผลกระทบต่อมายังเศรษฐกิจของประเทศ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยรายงานถึงตัวเลขผลกระทบจากอุทกภัยไว้ในปี 2567 ที่ผ่านมาว่าสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศไทยสูงถึง 50,000 ล้านบาท สร้างผลกระทบต่อครัวเรือนไทยมากถึง 5 ล้านครัวเรือน

พอมาปี 2568 จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี ตัวเลขความเสียหายนี้ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น คือตอนนี้ไทยเราอุทกภัยรุนแรงมากขึ้นจริง ๆ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอันดับ 1 ของภาคใต้ที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตสุด ๆ

หาดใหญ่วิกฤตหนักในรอบ 25 ปี

หาดใหญ่ เป็นเมืองที่มีภูเขาและพื้นที่สูงรอบด้าน ลักษณะตัวเมืองเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้เมืองมีลักษณะเป็นแอ่งกะทะ พอเวลาที่เจอฝนตกตกแช่อยู่กับที่มาเป็นระยะเวลาหลายวันก็กลายเป็นพื้นที่รับน้ำไปเต็ม ๆ ครั้นจะระบายน้ำออกจากตัวเมืองก็เจออุปสรรคจาก ตึก โรงงาน และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เพราะการที่หาดใหญ่เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในแง่ของเศรษฐกิจ

ในแง่เศรษฐกิจ หาดใหญ่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอันดับ 1 ของภาคใต้ และอันดับ 14 ของประเทศ มีโรงงานและศูนย์กระจายสินค้าตั้งอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ถ้าพูดให้เห็นภาพ หาดใหญ่ก็จะเปรียบเหมือนย่านสุขุมวิทของกรุงเทพมหานคร พอเจอน้ำท่วมที่รุนแรงขนาดนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจมหาศาล และไม่ใช่แค่เศรษฐกิจของพื้นที่ตรงนั้น แต่เป็นทั้งภูมิภาค

โดยตอนนี้หอการค้าจังหวัดสงขลาประเมินว่าตัวเลขทางเศรษฐิจที่จังหวัดได้รับผลกระทบอาจสูงถึง 500 ล้านบาท จากการที่กิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักเพราะน้ำท่วม นี่ขนาดยังไม่นับรวมความเสียหายที่เกิดกับบ้านเรือนและทรัพย์สินของผู้คนก็เป็นตัวเลขที่สร้างความเสียหายมากแล้ว

นอกจากการประเมินโดยอการค้าจังหวัดสงขลา “ธนกร วังบุญคงชนะ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ให้สัมภาษณ์ถึงตัวเลขความเสียหายในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่ามีโรงงานที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว 715 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,282 ล้านบาท

หรือถ้าเราไปดูที่ตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเราก็จะเจอความน่าสะพรึงขึ้นมาอีก จากข้อมูลของ World bank ประเทศไทยจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเฉลี่ย 81,300 ล้านบาทต่อปี ที่น่าสงสัยคือในเมื่อประเทศไทยเจออุทกภัยทุกปี ยังจัดการได้ไม่ดีขึ้นอีกหรือ ? คำตอบคือทั้งใช่และไม่ใช่

การบริหารจัดการน้ำที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

คุณขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ เจ้าหน้าที่อาวุโสธนาคารโลกผู้รับผิดชอบประเทศไทย (World bank) อธิบายเรื่องนี้ว่าเรากำลังอยู่ในโลกที่ถ้าฝนตกหนัก เราก็จะเจอพายุฝนที่หนักขึ้น เวลาฝนแล้ง เราก็จะเจอภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น กล่าวคือ ตอนนี้ความแปรปรวนของสภาพอากาศในไทยมีความผันผวนรุนแรงมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้นการบริหารจัดการน้ำ ไม่ได้ดูแค่เรื่องน้ำ แต่รวมไปถึงการจัดการที่ดิน การบริหารจัดการเงินชดเชย และการวางแผนรับมือน้ำทั้งในพื้นที่เกษตร พื้นที่เมือง และบริเวณน้ำทะเลที่อาจหนุนสูง ฯลฯ เท่ากับว่าการบริหารจัดการน้ำจะทำให้มีหลายหน่วยงานต้องร่วมรับมือ

แม้ประเทศไทยเราจะมีแผนแม่แบบ เรียนรู้จากปีที่ผ่าน ๆ มา หรือมีแนวทางการรับมือดีแค่ไหนสุดท้ายก็เจอความท้าทายในการนำไปบูรณาการใช้จากการที่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมากถึง 30-40 หน่วยงานที่ทำงานแยกส่วนกัน บางทีเราอาจเห็นหน่วยงานภาครัฐที่บอกประชาชนว่าเอาอยู่ แต่อ้าว อีกหน่วยงานหนึ่งประเมินว่าไม่ไหว สถานการณ์นี้คือหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการ-รับมือน้ำในพื้นที่วิกฤตหนักขึ้น

ความเป็นจริงที่คนไทยเผชิญ เมื่อหน่วยงานท้องถิ่นสื่อสารผิดพลาด

ความเป็นจริงอันโหดร้ายที่ต้องเผชิญต่อจากนี้คือ ประเทศไทยจะยังเจอภัยน้ำท่วมทุกปี ไม่อาจแก้ได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่หนักขึ้นทุกวัน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการภัยพิบัติจากหน่วยงานของรัฐ ทั้งหน่วยงานกลางและท้องถิ่น

กรมอุตุฯ และ ปภ.เตือนภัยล่วงหน้ามา 4 วันก่อนมวลน้ำจะมา แต่ความชะล่าใจของหบน่วยงานท้องถิ่นที่บอกว่าเหตุการไม่น่าจะหนัก หรือไม่คิดว่าจะหนักเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด ความชะล่าตัวของผู้คนก็เป็นปัญหา เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุ หรือไม่เคยเกิดเหตุมานานแล้ว และคิดว่าจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งผลปรากฏก็เป็นอย่างที่เห็น

สำคัญคือรัฐบาลท้องถิ่นต้องสื่อสารให้ชัดเจนเอาอยู่บอกเอาอยู่ หรือถ้าเอาไม่อยู่ก็บอกตรง ๆ ว่ารับมือไม่ไหว เพื่อที่ชาวบ้านจะได้เตรียมตัวทัน ไม่ใช่มาเกรงกลัวเสียหน้าว่าบริหารงานล้มเหลว จนอาจนำไปสู่การไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งหน้า

Reporter Journey ขอส่งกำลังลังใจให้ชาวหาดใหญ่
และพี่น้องภาคใต้ น้ำท่วมครั้งนี้หนักหน่วงและรุนแรง ขอให้ผ่านพ้นไปให้ได้

อ้างอิง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
TNN
การบริหารจัดการน้ำ ตามเทรนด์โลก สู่ธรรมชาติ – ความยั่งยืน | The Resources วิจัยใกล้ตัว
The Standard Wealth