ซีเกมส์ 2025 ที่เต็มไปด้วยความน่าเสียดาย

ซีเกมส์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

หลังจากคนไทยได้เห็นภาพการออกแบบงาน SEA Game 2025 ไม่ว่าจะจากป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายรายการ โปสเตอร์ชวนวิ่ง วิดีโอโปรโมทงาน ฯลฯ คนไทยก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน (และพร้อมใจยกนิ้วให้) กับการจัดเตรียมงานของภาครัฐ หรือแม้แต่พิธีเปิดเมื่อคืนที่แม้จะมีควา,สวยงามด้านแสงสี แต่ก็ยังมีทั้งข้อผิดพลาดและความขาด ๆ เกิน ๆ หรือแม้แต่ไม่มีภาพความอลังการ (Grand) ที่ชวนให้คนจดจำ

ในภาพรวมของบรรยากาศงานตั้งแต่ก่อนถึงพิธีเปิด-วันพิธีเปิด บรรดาภาพที่ปรากฎ Visual ต่าง ๆ อาจจะดูไม่สมฐานะประเทศที่อยากจะผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สถาปนาเป็นประเทศแห่ง Sot Power ตามรอยเกาหลีใต้ที่เราชอบถอดบทเรียนเอาเสียเลย ทั้ง ๆ ที่ในแรงงานและภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยมีความสามารถมากแค่ไหน

คือถ้าไปย้อนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยเติบโตในอัตราที่ดีกว่า GDP ของประเทศด้วยซ้ำจากรายงานของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) แถมถ้าเจาะลึกลงไปที่รายงานดังกล่าวเราจะยิ่งพบว่าภาคส่วนสำคัญที่เติบโตได้อย่างดีจะมีทั้ง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหารไทย แฟชั่น “โฆษณา” และ “การออกแบบ”

เอาง่าย ๆ จากข้อมูลของ CEA ทำให้เรารู้แน่ชัดและพอจะมั่นใจได้ว่า “ประเทศไทยเราเก่งแน่ ๆ เรื่องการโฆษณาและการออกแบบ” แต่ภาพที่ปรากฎในหลายวันที่ผ่านมา กลับไม่สะท้อนความสามารถของเราตรงนี้เลย ประหนึ่งบ้านเราพึ่งรู้ว่าต้องเป็นเจ้าภาพงานเพียง 2 สัปดาห์เลยหาบุคลากรที่เก่ง ๆ มาทำไม่ได้

หรือจะมองมุมที่ว่า “รัฐบาลหาคนเก่งมาทำงานยาก ? เพราะมีตัวเลือกน้อยราย ผลเลยเป็นอย่างที่เห็น”

คำตอบก็คือ ไม่ เพราะจากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปีล่าสุดไทยเรามีผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับธุรกิจสร้างสรรค์อยู่เยอะมาก

จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปี 2567 ไทยมีธุรกิจสร้างสรรค์ที่ยังดำเนินการอยู่ 90,385 ราย ยกเลิกธุรกิจไปเพียง 343 ราย ซึ่งที่ยังดำเนินการอยู่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (s และ micro) แต่ถึงแม้จะเล็ก แต่กลุ่มธุรกิจเหล่านี้สร้างรายได้รวมกันมากกว่า 2.08 ล้านล้านบาท เหตุผลที่ว่ารัฐหาคนเก่ง ๆ มีความสามารถมาทำงานให้ออกมาดีไม่ได้จึงต้องถูกปัดตกไป

ในมิติของแรงงานสร้างสรรค์ ปี 2567 ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานสร้างสรรค์ 989,730 อัตรา โดยกลุ่มอาชีพที่มีแรงงานมากสุด ได้แก่ งานฝีมือและหัตถกรรม รองลงมาคือโฆษณาและการตลาด ส่วนใหญ่แรงงานกลุ่มนี้จะมีอายุ 29-44 ปี ที่สัดส่วน 48.76% ของแรงงานทั้งหมด

(แต่แม้ไทยเรามีแรงงานในกลุ่มโฆษณาและการตลาดเยอะ แต่กลับถูกสื่อสิงคโปร์ตีข่าวว่าบรรยากาศและการประชาสัมพันธ์ และโฆษณาเกี่ยวกับงานซีเกมส์ในกรุงเทพช่างเป็นไปอย่างเงียบเหงา)

เมื่อประเทศไทยไม่อาจแสดงความสร้างสรรค์ให้โลกเห็นผ่านซีเกมส์ได้

ในแง่ของผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ที่วัดได้ จากดัชนีนวัตกรรมโลก 2024 โดย องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก (wipo) วัดผลสถิติเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ของไทยไว้ว่า อันดับนวัตกรรมโลกประจำปี ไทยอยู่ที่ 41 จาก 133 ประเทศ, ผลลัพธ์เชิงสร้างสรรค์ ไทยอยู่อันดับ 38 จาก 133 ประเทศ และมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ต่อมูลค่าการค้ารวม ไทยอยู่อันดับที่ 7 ของโลก

คือจากสถิติและหลายตัวชี้วัดล้วนแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีฝีมือ อาจจะยังไม่ใช่ประเทศที่เก่งที่สุด แต่ถือว่าไม่แย่ (อยู่ในเกณฑ์ที่ดีด้วยซ้ำ) แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฎให้เห็นจากงานซีเกมส์ครั้งที่ 33 กลับไม่ได้สะท้อนแง่มุมเหล่านี้ออกมาให้คนต่างชาติเห็นซักเท่าไหร่นัก (ทำให้มีแต่คนไทยอย่างเรานี่แหละที่เชื่อว่าประเทศเราเก่ง ประเทศอื่นคนชาติอื่นอาจจะไม่แน่ใจนัก)

กลายเป็นว่ามหกรรมกีฬาครั้งนี้เต็มไปด้วยความน่าเสียดาย น่าเสียดายที่ประเทศไทยไม่อาจทำให้มันออกมาดีที่สุดได้ ซึ่งอาจจะมาจากหลายเหตการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ของประเทศไทย ตั้งแต่ภัยอุทกภัย ความขัดแย้งกับกัมพูชา สถานการณ์การเมืองในประเทศ หรือแม้แต่ความอึมครึมทางเศรษฐกิจ มาถึงตรงนี้อาจกล่าวได้ว่าปี 2568 อาจไม่ใช่ปีที่ดีเท่าไหร่นักสำหรับประเทศไทยและคนไทยเลยก็ว่าได้

อ้างอิง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
The Straits Times

เด็กหนุ่มจากราชบุรี ที่ยังคงลองผิดลองถูกเสมอมา