10 เดือนักท่องเที่ยวหดหาย รายได้ก็ลดลง
#NEWS ถูกใจบางคนแน่ๆ ที่อาจรำคาญนักท่องเที่ยวเยอะ อยากสงบๆ เพราะนักท่องเที่ยวเข้าไทยลดลงเกือบทุกชาติในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงท่องเที่ยวฯ เผย ภาพรวมอยู่ที่ 25 ล้านคน คาดสิ้นปีลืมตัวเลข 30 ล้านไปได้เลย นักท่องเที่ยวด้อยคุณภาพก็ไม่มาแล้ว แต่ก็มินำพาให้นักท่องเที่ยวคุณภาพกลับมา ญี่ปุ่นหายไป -4.4% เกาหลีใต้ -26.86% มาเลเซีย -16.34% สหราชอาณาจักร -3.43% เยอรมนี -2.9% ซึ่งท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวที่เหลืออยู่ที่ตอนนี้ก็อ่อนแรงเต็มที ที่สำคัญรายได้จากการท่องเที่ยวหดลง ฉะนั้นที่พูดปลอบใจตัวเองว่านักท่องเที่ยวไร้คุณภาพหายไปจะได้นักท่องเที่ยวชั้นดีกลับมาแค่หลอกตัวเอง ไม่เกิดขึ้นจริง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่า ปี 2569 สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
โดยรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.24 ล้านล้านบาท ลดลง 2.8% จากปีก่อนที่ 1.27 ล้านล้านบาท แม้รายได้เฉลี่ยต่อทริปเพิ่มขึ้น 1.82% จาก 47,800 บาท เป็น 48,700 บาท แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง
ผลสำรวจผู้ประกอบการพบว่า 48.1% มองว่านักท่องเที่ยวลดลงจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามและสถานการณ์ระหว่างประเทศ รองลงมา 25.3% มองว่าเป็นข้อจำกัดภายในประเทศ ทั้งจำนวนเที่ยวบิน วีซ่า ด่านผ่านแดน และความปลอดภัย ส่วนอีก 21.7% มองว่านักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเลือกประเทศคู่แข่ง
แม้ผู้ประกอบการ 52.2% จะมองว่าความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน แต่ 59.1% ยังมองว่าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในเอเชีย โดยไทยได้เปรียบเวียดนาม แต่ยังเสียเปรียบญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์
จุดแข็งของไทยคือการบริการและอัธยาศัยไมตรี ซึ่งผู้ประกอบการ 65.2% มองว่าเป็นข้อได้เปรียบ ขณะที่จุดอ่อนสำคัญคือจำนวนเที่ยวบิน ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 3.8% ส่วนตัวเลข 10 เดือนลดลง 4.6% โดยการหดตัวรุนแรงขึ้นจากไตรมาสแรกที่ลดลง 2.4% เป็นไตรมาส 3 ลดลง 5% และเดือนตุลาคมลดลงถึง 12%
ตลาดอาเซียนเป็นแรงฉุดสำคัญ ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลง 4.62 จุด ขณะที่ตลาดจีนช่วยพยุงสถานการณ์ โดยมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 5 แสนคน แต่ใกล้เคียงกับจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่หายไป ทั้งนี้ รายได้ท่องเที่ยว 9 เดือนลดลงเพียง 2.3% สะท้อนว่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปยังเพิ่มขึ้น
นักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลง 15.2% จากปีก่อน จากผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่ ปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ความล่าช้าของด่านสะเดา และเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดน จนทางการมาเลเซียแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทาง ส่งผลให้เดือนกันยายนลดลงเกือบ 40% ขณะที่นักท่องเที่ยวเริ่มหันไปเที่ยวเวียดนามและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
นักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทยลดลงเพียง 0.1% แต่เวียดนามมีนักท่องเที่ยวรัสเซียเพิ่มจาก 440,000 คน เป็น 1.13 ล้านคน ใกล้เคียงกับไทยที่มีประมาณ 1.27 ล้านคน โดยเวียดนามได้เปรียบจากเที่ยวบินตรงและการอนุญาตให้พำนัก 45 วัน ขณะที่ไทยปรับลดระยะเวลาวีซ่าจาก 90 วัน เหลือ 30 วัน
ขณะที่ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นทำให้ค่าตั๋วและ Fuel Surcharge เพิ่มขึ้น โดยเดือนพฤศจิกายนค่าใช้จ่ายส่วนนี้สำหรับเที่ยวบินมาไทยสูงกว่าการเดินทางไปญี่ปุ่นเกือบ 4 เท่า ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยลดลง 25% ขณะที่ไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 20% และจีนเพิ่มขึ้น 14%
ภาพรวมทั้งตลาดสะท้อนว่าเวียดนามกำลังเป็นคู่แข่งสำคัญ โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดเดิมของไทย ทั้งมาเลเซีย อินเดีย และรัสเซีย ด้วยจุดเด่นด้านเที่ยวบินตรง นโยบายวีซ่า ราคา และความคุ้มค่าในการเดินทาง
ขณะที่ความเสี่ยงช่วงไตรมาส 4 ยังอยู่ที่ปัญหาชายแดนซึ่งกระทบตลาดมาเลเซีย ต้นทุนตั๋วเครื่องบินของตลาดเกาหลีใต้ การปรับลดวีซ่ารัสเซีย และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน
ผลสำรวจผู้ประกอบการเสนอให้ภาครัฐเร่งเพิ่มจำนวนที่นั่งและเที่ยวบินในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว แก้ปัญหาด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านสะเดา กำหนดนโยบายวีซ่าให้ชัดเจนและมีเสถียรภาพ รวมถึงปราบปรามทุนเทาและทัวร์นอมินี พร้อมสื่อสารเรื่องความปลอดภัยให้ตรงกับความกังวลของนักท่องเที่ยวแต่ละตลาด

