เมื่อนักการเมืองที่เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” จากการที่ประชาชนเลือกเข้ามาตามระบอบประชาธิปไตยซึ่งประเทศส่วนใหญ่บนโลกใช้ระบอบนี้ในการให้ประชาชนพิจารณาลงคะแนนเลือกมา ไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ประชาชนก็คาดหวังที่จะให้นักการเมืองเหล่านี้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา และคุ้มค่ากับเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไป
แต่ถ้าหากนักการเมืองทำอะไรไม่ถูกไม่ควร ไม่ซื่อตรง หรือแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ได้ แน่นอนว่าเมื่อผู้คนมีสิทธิที่จะไม่พอใจและสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งผู้ที่เป็นนักการเมืองก็ต้องยอมรับคำตำหนิจากประชนชนและแก้ไขให้ปัญหานั้นให้ทุเลาลุล่วงไปได้
แต่แน่นอนว่า ทุกวันนี้แค่คำตำหนิ การวิพากษ์วิจาร์ณ์เพียงอย่างเดียว ไม่อาจทำให้นักการเมืองรู้สึกผิดจริงๆ กับสิ่งที่ทำลงไป เพราะแค่คำขอโทษอาจจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยความผิดได้ และต้องการมาตรการลงโทษที่สมน้ำสมเนื้อกับเงินภาษีที่จ่ายไป
มีโมเดลที่น่าสนใจในเมืองจังหวัดโอซาก้า ที่มีการปรับแก้กฎหมายในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานโดยสาธารณะชน ต่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยที่มีทะเบียนบ้านในเมืองนั้นมีสิทธิ์ที่จะลงมติลดเงินเดือนนักการเมืองได้หากเขาปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่สมกับที่ประชาชนต้องการ
โดยสภาเมืองเนยากาวะซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรประมาณ 225,000 คนทางตอนเหนือของจังหวัดโอซาก้าได้ผ่านข้อบัญญัติว่าด้วยเงินเดือนของนายกเทศมนตรีเคสุเกะ ฮิโรเสะ วัย 51 ปี ซึ่งกําลังดํารงตําแหน่งนายกเทศมนตรีวาระที่ 2 และปัจจุบันเขารับเงินเดือนที่ 1.02 ล้านเยน หรือ 255,633 บาท และมีโอกาสที่เงินเดือนของเขาอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อระเบียบการพิจารณาลงมติของประชาชนบังคับใช้
วิธีการพิจารณาคือ ประชาชนในเมืองเนยากาวะ จะได้แบบสำรวจความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ และขอให้ผู้ตอบแบบสอบถามให้คะแนนทั้งตัวของนายกฯ และคณะฝ่ายบริหารของเขาโดยประชาชนมีตัวเลือกว่า
“พึงพอใจอย่างยิ่ง”
“พึงพอใจระดับปานกลาง”
“ไม่ค่อยพึงพอใจ”
“ไม่พึงพอใจเลย”
หากจํานวนคําตอบออกมาในเชิงลบมีจํานวนมากกว่าเชิงบวก เงินเดือนของนายกฯ จะถูกลดลงตามจํานวนที่สอดคล้องกันซึ่งลดลงได้ถึง 30% ตัวอย่างเช่นหาก 60% ของการสํารวจแสดงให้เห็นว่า ประชาชนขาดความพึงพอใจต่อตัวนายกเทศมนตรี และมีเพียง 40 คนเท่านั้นที่สนับสนุนเขา นายกฯ ฮิโรเสะจะถูกตัดเงินเดือน 20% การปรับลดเงินเดือนหากถูกกระตุ้นจะยังคงมีผลในช่วงที่เหลือของวาระการดํารงตําแหน่งนายกเทศมนตรีซึ่งดําเนินไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
ซึ่งมติของสภาเมืองเนยากาวะต่อมาตรการนี้ผ่านความเห็นชอบไปแบบฉวเฉียด โดยสภาลงมติ 12 ต่อ 11 เพื่อตรากฎหมาย
“การทําให้ทุกอย่างโปร่งใสเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการได้รับการยอมรับ จากผู้คนในเนยากาวะ ว่าระดับค่าตอบแทนของนายกเทศมนตรีนั้นเหมาะสมหรือไม่”
ซึ่งทางนายกฯ ฮิโรเสะ ได้กล่าวเพิ่มเติมหลังจากการลงคะแนนของสภาว่า เขาคิดว่าสิ่งนี้อาจมีอิทธิพลในการตรวจสอบความเหมาะสมของเงินเดือนและค่าตอบแทน
สิ่งที่สื่อญี่ปุ่นรายงานคือ นายฮิโรเสะค่อนข้างดูสงบผิดปกติเมื่อพูดถึงการลงมติที่ออกมาลักษณะนี้ เพราะคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะถูกตัดเงินเดือนประมาณ 1 ใน 3 ของเขา โดยมีเหตุผล 2 ประการ
ประการแรกคือ แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดการลดเงินเดือน 30% ก็ไม่ได้ทําให้เขาผลต่อรายได้ของเขาให้แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะในช่วงวาระแรกของเขาในฐานะนายกเทศมนตรี หลังจากได้รับเลือกตั้งในปี 2019 ฮิโรเสะสมัครใจถูกตัดเงินเดือน 30% อย่างเป็นทางการสําหรับตําแหน่งนี้ โดยอ้างถึงความปรารถนาของเขาที่จะได้รับความไว้วางใจจากสาธารณชนในฐานะนายกเทศมนตรีครั้งแรก ภายใต้กฎหมายใหม่ที่ผูกเงินเดือนของฮิโรเสะกับผลการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบสําหรับตําแหน่งนายกเทศมนตรี และหากเขาได้รับน้อยกว่า 30% เขาอาจจะพร้อมทำใจยอมรับหากผลงานไม่เข้าเป้าอย่างที่ประชาชนคาดหวัง
ประการที่สองคือ การเลือกตั้งครั้งล่าสุดของฮิโรเสะ ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายและดำรงตำแหน่งในวาระที่สอง ซึ่งเขาได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 72% การเลือกตั้งครั้งนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่ถึง 3 เดือนก่อน ดังนั้นอัตราต่อรองของ 65% ที่ผู้เข้าร่วมในการสํารวจความคิดเห็นที่กําลังจะมาถึงบอกว่าพวกเขาไม่พอใจ อาจจะไม่ถึงเพราะเขายังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอยู่
อย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ประชาชนจะสามารถประเมินผลการทำงานของนักการเมืองกลับ แม้ว่านักการเมืองหลายคนจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมายที่ได้รับมากกว่าแค่เงินเดือนไม่กี่แสนบาท แต่อย่างน้อยมันเป็นสัญญาณจากประชาชนที่สะท้อนหลับไปให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรู้ว่า เขารู้สึกอย่างไรกับการทำงานของคุณในฐานะผู้เแทนราษฎร
