สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา บริษัท เซนโกรท จำกัด และบริษัท แวมสแตค จำกัด ร่วมขับเคลื่อนและส่งเสริมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นเมืองศูนย์กลางนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้าน Smart IoT ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่จะช่วยยกระดับความสามารถทางด้านนวัตกรรมและสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (IBE) ควบคู่กับการส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์โครสร้างพื้นฐานในพื้นที่เมืองศูนย์กลางนวัตกรรม

โดยความร่วมมือนี้ประกอบไปด้วย 10 หน่วยงานร่วม ได้แก่ เขตส่งเสริมรถไฟความเร็วสูง (EECh) นิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ มหาวิทยาลัยบูรพา คูโบต้าฟาร์ม 
เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจรธรรมศาสตร์ (พัทยา) (EECmd) เขตส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงบ้างฉาง (EEC STP) เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi)

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่และภูมิภาคของ NIA เป็นหนึ่งในการพัฒนาที่มุ่งนำเอาสินทรัพย์ทางนวัตกรรมผนวก
กับศักยภาพของพื้นที่นั้น ๆ มาใช้ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของพื้นที่ โดยปัจจุบัน NIA ได้กำหนดขอบเขตการศึกษาใน 3 ระดับ ได้แก่ ระเบียงนวัตกรรม (Innovation Corridor) เมืองนวัตกรรม (City Innovation) และย่านนวัตกรรม (Innovation District) ที่มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ที่ส่งเสริมการการพัฒนาพื้นที่และเมืองอัจฉริยะ โดยปี 2570 

NIA มีเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ จำนวน 10 จังหวัดศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรม และ 10 ย่านนวัตกรรม ซึ่งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของการพัฒนาที่มีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมในการส่งเสริมการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ด้าน Smart IoT ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม 4.0 ได้ 
และสอดคล้องกับแผนพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของ NIA ตั้งเป้าพัฒนานวัตกรรมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายประกอบไปด้วย 1) FoodTech & AgTech 2) TravelTech 3) MedTech 4) Climate Tech และ 5) Soft Power 

ซึ่ง NIA เพียงหน่วยงานเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมให้กลายเป็นชาตินวัตกรรมได้ ดังนั้น ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร 10 หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ EEC ที่มีภาครัฐ อย่างเช่น EECi และภาคเอกชนขนาดใหญ่ อย่างเช่น คูโบต้าฟาร์ม ที่มีความโดดเด่นในด้าน FoodTech & AgTech จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมแห่งชาติ

NIA มีกลไกในการสนับสนุน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทักษะด้านกำลังคนและเพิ่มจำนวนองค์กรนวัตกรรม (Groom) การสนับสนุนด้านการเงิน (Grant) และการทำให้ธุรกิจนวัตกรรม สินค้าและบริการนวัตกรรม เป็นที่ยอมรับและรู้จัก (Growth) ทั้งหมดจะเป็นแรงผลักดันในการยกระดับ SMEs / Startup / SE 
เป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่จะสามารถยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ 
และเกิดการลงทุนทางด้านนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้น ถ้ามีพื้นที่แบบนี้ในหลายๆ พื้นที่ ก็จะทำให้เป็นไทยเป็นที่ยอมรับและรู้จักในฐานะการเป็นชาตินวัตกรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล ผู้รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ประธานคณะกรรมการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา 
กล่าวว่า เมื่อปี 2565 ได้จัดทำกลไกส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของเทคโนโลยีเชิงลึกในเขตพื้นที่นวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Deep Tech Ecosystem) ซึ่งสรุปได้ว่า พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีศักยภาพที่พร้อมรองรับการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยมีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้ง มีโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นทั้งสถาบันวิจัยและการศึกษาชั้นนำทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนที่พร้อมสนับสนุนด้าน
องค์ความรู้ และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมเชิงลึก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งอาหารและที่พักที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ มีสถานบริการทางด้านการแพทย์ครบวงจร มีการขยายตัวด้านการคมนาคมในพื้นที่ และรวมไปถึงนโยบายพิเศษของภาครัฐที่สนับสนุนด้านการลงทุน นำไปสู่พื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่เหมาะสมสำหรับ
การสร้างสรรค์เทคโนโลยีเชิงลึกชั้นนำระดับโลก

ความเหมาะสมเหล่านี้จึงนำไปสู่การเริ่มจัดตั้งศูนย์กลางการสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้าน Smart IoT ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงกลไกและเครื่องมือสนับสนุนในการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเชิงลึก และเป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจได้เข้ามาใช้บริการและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม ในปี 2566 หน่วยงานพันธมิตรร่วมที่พร้อมให้บริการ มีดังนี้

  • : EEC Genomic Center / EEC NET : Tourism Innovation Lab / EEC Automation Park / EEC EV Conversion / EAST PARK BUU ซึ่งเปิดพื้นที่ในการเป็น Co-working Co-office และ Co-lab เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของบริษัทด้าน Smart IoT พร้อมด้วยการบ่มเพาะธุรกิจแบบเร่งอัตราการเติบโตที่สามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ได้
  • : แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมเกษตรครบวงจร ภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน FoodTech & AgTech มีบริการพื้นที่ทดสอบ (Sandbox) ในการเพาะปลูกพันธุ์พืชเพื่อศึกษาและวิจัยต่อยอดการพัฒนา
  • GISTDA) : บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศ บริการวิชาการต่าง ๆ ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบดาวเทียมในสภาวะต่างๆ ได้แก่ การทดสอบสั่นสะเทือน การทดสอบอุณหภูมิในสภาวะปกติ การทดสอบอุณหภูมิในสภาวะสุญญากาศ และทดสอบคุณสมบัติของมวล เปิดให้บริการกับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และการบินในประเทศไทย ในการบริการวิเคราะห์ทดสอบการสั่นสะเทือนของวัสดุรถยนต์และทดสอบคุณสมบัติของชิ้นส่วนเครื่องบิน
  • EECi) : ศูนย์กลางนวัตกรรมในการช่วยยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมเดิม รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่

คุณภานุวัฒน์ พรหมศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนโกรท จำกัด กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของบริษัทเอกชนที่ได้แยกตัว (Spin-off) ออกมาจากมหาวิทยาลัยบูรพา โดยให้บริการในการพัฒนาเทคโนโลยีต้นน้ำ จากการใช้ AI Machine Vision ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม IoT สำหรับ Smart Living, Smart Care, Smart Health เพื่อการบริหารจัดการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วย โดยการเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างทันถ่วงที ที่มีชื่อว่า กิน-อยู่-ดี แพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มทางด้านสุขภาพและการแพทย์แบบครบวงจร ในความร่วมมือดังกล่าวบริษัทให้สนับสนุนในการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยีในต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม IoT การดำเนินชีวิตอัจฉริยะ การทดสอบผลิตภัณฑ์การต่อยอดเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจนวัตกรรมต่อยอดธุรกิจสู่ภาคอุตสาหกรรม 
ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้สนับสนุนพื้นที่วิเคราะห์ทดสอบ และเชื่อมโยงองค์กรขนาดใหญ่ในการนำแพลตฟอร์มไป
ใช้งาน โดยคาดหวังในการเชื่อมโยงและเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเชิงลึกกับหน่วยงานร่วมในพื้นที่ EEC จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการเริ่มต้นในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจและการใช้ข้อมูลร่วมกัน

นายธนินท์ อินทรมณี ผู้จัดการ บริษัท แวมสแตค จำกัด กล่าวว่า ในการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยี
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบบริการ แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) 
เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกในอนาคตอย่างยั่งยืน บริษัทแวมสแตค จำกัด กำลังให้การสนับสนุนและส่งเสริมการบ่มเพาะธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และการทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความรู้ ความสามารถในการทำธุรกิจนวัตกรรมและเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนการฝึกงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา สนช. และเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทรัพยากรในโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ IoT และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เป็นการสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมด้าน IoT และเทคโนโลยีเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มีความสนใจในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ IoT, ดิจิทัล, และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นความต้องการของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจ
นวัตกรรมให้เติบโตและเชื่อมโยงกับตลาดโลกได้เช่นกัน การสนับสนุนนี้ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

คำถามเกร็ดเล็กๆ เกี่ยวกับความร่วมมือ EECi

1.

Q : เมื่อเรากล่าวถึงนวัตกรรมหรือ AI สิ่งนี้มักเป็นสิ่งไกลตัวชาวบ้านหรือเกษตรกรในท้องที่อยู่มาก แล้วกลุ่มคนเหล่านี้จะเข้าถึงนวัตกรรมของแผนพัฒนานี้ได้อย่างไรบ้าง

A : ทั้ง NIA, มหาวิทยาลัยบูรพา, คูโบต้าฟาร์มและหน่วยงานอื่นๆ มีพันธกิจในการลงพื้นที่เพื่อเข้าไปให้ความรู้และสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว นอกจากจะสอนวิธีการเพิ่มมูลค่าทางกาเกษตรผ่านแนวคิดและวิธีการลงมือทำเกษตรอย่างคุ้มค่าแล้ว ยังแนะนำความคุ้มค่าของการใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย แนะนำเรื่องการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มคุณภาพของการผลิตให้กับเกษตรกรอย่างครบครัน และเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการกันอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพในการประกอบอาชีพมากขึ้น

2.

Q : แผนพัฒนานี้มีการร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐอยู่หลายส่วน แล้วแบบนี้สามารถเกิดความร่วมมือกับภาคนวัตกรรมเอกชนของไทยได้ไหม

A : ระเบียงเศรษฐกิจของไทย ไม่ได้มีเพียงแค่ EECi แต่ยังมีระเบียงเศรษฐกิจของฝั่งภาคเหนือ ภาคใต้และภาคอีสานด้วย ซึ่งระเบียงเศรษฐกิจเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เหมือนจิ๊กซอว์เพื่อเชื่อมต่อภาคนวัตกรรมในหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทย และแน่นอนว่าการร่วมมือกับภาคเอกชนสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะอุตสาหกรรมและนวัตกรรมของไทยล้วนพร้อมเดินหน้าร่วมกันในฐานะพันธมิตรเพื่อผลักให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมได้

3.

Q : SMEs หรือ Social Enterprise ที่สนใจศึกษาเรื่องการทำเกษตรด้วยนวัตกรรมใหม่ ต้องเริ่มต้นอย่างไร

A : สามารถ walk in เข้าไปศึกษาข้อมูลได้ที่คูโบต้าฟาร์ม จังหวัดชลบุรี หรือเดินเข้าไปติดต่อที่ศูนย์ EECi วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยองได้เลย