เป็นที่พูดถึงกันวงกว้างกับทีมนักวอลเลย์บอลหญิงอัฟกานิสถาน ที่ปรากฏตัวเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2023 ที่ผ่านมา และสิ่งที่ทำให้แฟนกีฬาฮือฮาคือ การเข้าร่วมแข่งขันรอบแรกของกลุ่ม D พวกเธอต้องปะทะกับทีมประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจบเกมส์ที่คะแนน 3-0 เซ็ต และเซ็ตที่ 2 ญี่ปุ่นกินคะแนนเรียบ 25 คะแนนโดยไม่ต้องเปลี่ยนคนเสิร์ฟ การเปิดตัวของทีมอัฟกานิสถานในครั้งนี้จึงทำให้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์หลากหลาย บ้างก็ล้อเลียน บ้างก็ชื่นชม 


แต่ความพ่ายแพ้ของทีมอัฟกานิสถานในครั้งนี้ คืออีกหนึ่งความภูมิใจและเป็นอีกหนึ่งสะพานใหม่ ที่จะพาผู้หญิงอัฟกานิสถานก้าวไปใกล้คำว่าอิสระภาพอีกขั้น


หลายคนแอบคิดว่า เดิมทีเราไม่เคยเห็นนักกีฬาหญิงอัฟกานิสถานมีชื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรายการไหนเลย แล้วทำไมปีนี้อัฟกานิสถานถึงยอมส่งนักกีฬาหญิงมาเข้าร่วมเอเชียนเกมส์ปีนี้ได้? 


คำตอบของเรื่องนี้คือ อัฟกานิสถานไม่ได้ส่งให้พวกเธอเป็นตัวแทนนักกีฬาหญิงของประเทศ แต่พวกเธอต่างพร้อมใจกันส่งตัวเองจากทั่วแดนโลกในนามอัฟกานิสภาน เพื่อแสดงเจตจำนงต่อต้านกลุ่มตาลีบันที่ยึดครองประเทศอัฟกานิสถานอยู่ในเวลานี้


กลุ่มตาลีบันคือใคร? แล้วทำไมนักกีฬาหญิงกลุ่มนี้ต้องออกมาเรียกร้องสิทธิและต่อต้านคนกลุ่มนี้ผ่านการเข้าแข่งขันในเอเชียนเกมส์?


กลุ่มตาลีบันรวมกลุ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1990 ในพื้นที่ปากีสถานและอัฟกานิสถาน โดยจุดประสงค์แรกของการรวมกลุ่มนี้อ้างว่า เพื่อทวงคืนสันติภาพจากรัฐบาลที่มีความขัดแย้งภายในจนทำให้ประเทศไม่สงบสุข และอยากนำความสันติมาสู่ปากีสถานและอัฟกานิสถาน ในเวลาต่อมากลุ่มตาลีบันยึดอำนาจบริเวณพื้นที่นี้ได้สำเร็จ แต่ล่วงเวลาไปไม่กี่ปี กลุ่มตาลีบันถูกชี้ว่ามีความเกี่ยวกับข้องกับ ‘บินลาเดน’ ผู้สั่งการก่อการร้ายในเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 9/11 ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่ม ณ สหรัฐอเมริกา ทำให้กลุ่มตาลีบันถูกจับกุมและตีแตกกลุ่มตาลีบันโดยสหรัฐอเมริกาตั้งแต่นั้น จนกระทั่งปี 2021 ที่สหรัฐอเมริกาทำสัญญาสันติภาพและถอยทัพออกจากอัฟกานิสถาน ทำให้กลุ่มตาลีบันกลับมายึดครองอัฟกานิสถานอีกครั้ง


โดยการกลับมาของตาลีบันเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนถูกกดขี่ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอิสลาม หรือกฎชารีอะห์ อันเป็นกฎหมายที่ยึดโยงกับหลักศาสนาอิสลามนิกายซุนนีแบบสุดโต้่ง ทำให้มีการตัดสินโทษอย่างทารุณ ใช้วิธีการลงโทษแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน อนุญาตให้มีการลงโทษประหารกลางที่แจ้ง อนุญาตให้การตัดอวัยวะที่กระทำการขโมย ผู้ชายในอัฟกานิสถานทุกคนถูกบังคับให้ไว้หนวดเครา ส่วนผู้หญิงถูกบังคับให้สวมผ้าคลุมเบอร์กา ปิดร่างกายมิดชิดทั้งเส้นผม และใบหน้า 


ซึ่งการกลับมายึดครองอำนาจของกลุ่มตาลีบันเมื่อปี 2021 ประชาชนต่างพากันลี้ภัย หนีไปอยู่ต่างประเทศ จนเกิดเฟตุการณ์อลหม่านที่สนามบิน ส่วนประชาชนที่ไม่สามารถหนีออกไปไหนได้ยังถูกลิดรอนสิทธิ โดยเฉพาะสิทธิของผู้หญิง


ผู้หญิงอัฟกานิสถานที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกนอกประเทศ นักกีฬาหญิงกว่า 120 ชีวิตถูกยึดอุปกรณ์และไม่ได้รับอนุญาตให้แข่งกีฬาหรือทำตามฝัน ผู้หญิงอัฟกานิสถานไม่มีสิทธิ์แม้แต่การเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง เพราะผุ้หญิงถูกกีดกันตั้งแต่การศึกษา การว่าจ้างงาน ตลอดจนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มตาลีบันยังประกาศยุบกระทรวงกิจการสวัสดิภาพสตรี (Ministry of Women’s Affairs) ทิ้งไป


แม้ผู้หญิงอัฟกานิสถานจะรวมตัวเดินประท้วงสิทธิสตรีอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกลุ่มตาลีบัน ทำให้ผู้หญิงมากมายในอัฟกานิสถานต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ ขณะที่บางคนต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงและขมขื่นในประเทศเผด็จการ


การประท้วงนี้ยังไม่ถึงคราวสิ้นสุด และเกิดขึ้นอีกครั้งในเอเชียนเกมส์ 2022 โดยทีมนักกีฬาอัฟกานิสถานปรากฏตัวที่การแข่งขันนี้ถึงทั้งหมด 17 คน เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ปั่นจักรยาน และกรีฑา ซึ่งนักกีฬาทั้งหญิงและชายชาวอัฟกานิสถานเดินขบวนเป็นทีมเดียวกันในพิธีเปิด ด้วยธงประจำชาติสามสีแบบดั้งเดิม ไม่ใช่ธงสีขาวที่รัฐบาลตาลีบันใช้


โดยทีมที่สร้างปรากฏการณ์ในครั้งนี้คือ ทีมนักวอลเลย์หญิงอัฟกานิสถานทั้ง 12 คน ที่ล้วนเดินทางมาจากต่างทิศต่างแดน บ้างก็มาจากออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ปากีสถาน อินเดียและประเทศอื่นๆ ซึ่งแม้ว่าพวกเธอจะจากบ้านจากครอบครัวกระจัดกระจายไปทั่วเอเชีย แต่การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่โอลิมปิกและสหพันธ์กีฬาระดับโลก โดยการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่มีคนจากรัฐบาลอัฟกานิสถานเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันเลยแม้แต่คนเดียว


ผู้ที่เป็นศูนย์กลางของทีมวอลเลย์หญิงอัฟกานิสถานในครั้งนี้คือ Khushal Malakzai เลขาธิการสหพันธ์วอลเลย์บอลอัฟกานิสถาน ผู้ลี้ภัยไปอยู่ปากีสถานเพราะเขาถูกข่มขู่จากกลุ่มตาลีบันทั้งทางสายโทรศัพท์ และจดหมายข่มขู่เพียงเพราะเขาสนับสนุนกลุ่มกีฬาสตรีในอัฟกานิสถาน


Malakzai คือผู้ที่ช่วยเหลือดูแลนักกีฬาเหล่านี้ร่วมกันกับสหพันธ์กีฬาระดับโลก เขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องใช้เวลา แต่เขาเองก็มองเห็นโอกาสดีๆ ที่เกิดขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางการเริ่มเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นนี้


สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แม้ Malakzai จะให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอย่างสงบนิ่งและเคร่งขรึม แต่ Malakzai ก็ต้องหลั่งน้ำตาเมื่อนักกีฬาทุกคนมายืนกอดคอกันเป็นวงกลมกลางสนามวอลเลย์บอล จับมือกันและตะโกนคำว่า “อัฟกานิสถาน!” 


Mursal Khedri ตำแหน่งบล็อกกลางกล่าวกับสำนักข่าว Reuters หลังจบการแข่งขันกับญี่ปุ่นว่า


“ฉันคิดว่านี่คือความหวังอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงอัฟกานิสถานเลย เพราะนี่คือการทำให้เห็นว่าผู้หญิงอัฟกานิสถานไม่ล้มเลิกกับความฝันของตัวเอง แล้วยังมุ่นมั่นที่จะทำตามฝันนั้นด้วย” 


“เพราะทุกวันนี้พวกเรามองหาความหวังกันอยู่ ซึ่งการที่ได้เห็นพวกเรามายืนอยู่ตรงนี้ อาจทำให้ผู้หญิงอัฟกานิสถานมีความหวังมากขึ้นว่า ผู้หญิงอัฟกานิสถานก็สามารถเล่นกีฬาได้”


“แม้ว่าจะแพ้ แต่นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ดีสำหรับทีมหญิงของเรา ในการเข้าร่วมเอเชียนเกมส์และพวกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว”