วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ผู้เสียหายกว่า 10 คน จากกรณี การแอบอ้างเป็นนักลงทุนตลาดหุ้นเพื่อหลอกลวงนักเล่นหุ้นให้เข้าไปลงทุน โดยมีจ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ณ กองบังคับการปราบปราม  (CSD) เพื่อเร่งรัดให้มีการติดตามเร่งคดี เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าความเสียหายของคดีนี้อาจถึงหลักร้อยล้าน และยังผู้กระทำความผิดยังคงเคลื่อนไหวและลอยนวลอยู่

หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า ในวันนี้เดินทางมากองบังคับการปราบปรามเพื่อทวงถาม และเร่งให้มีการดำเนินคดีโดยด่วน โดยเบื้องต้นมีเสียหายที่รวมตัวกันได้กว่า 30 คน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 31 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ผู้เสียหายเผยว่ามิจฉาชีพทำงานกันเป็นกระบวนการ ด้วยการปลอมตัวเป็นนักลงทุนที่มีชื่อเสียงในวงการหุ้น โดยมีนักลงทุนชื่อดังถูกแอบอ้างหลายท่าน เช่น อาจารย์ปุย ประกาศิต ทิตาราม, อาจารย์คเชนทร์ เบญจกุล และ อาจารย์พงศกร (แทนตนเองว่ากร) 

ผู้เสียหายโดนหลอกลวงด้วยวิธีการเดียวกันคือ การพบโฆษณาบน Facebook และ TikTok ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาเรื่องการเล่นหุ้นฮ่องกง โดยใช้ชื่อของนักลงทุนที่มีชื่อเสียงในด้านการลงทุนหุ้นมาแอบอ้างว่าจะเป็นผู้ให้ความรู้และให้คำปรึกษา ซึ่งผู้เสียหายแจ้งว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นที่เล่นจริงกันอยู่เกิดความเสียหายหนัก มีความต้องการผู้ให้ความรู้และให้คำปรึกษาเพื่อกอบกู้วิกฤตหุ้นของตน จึงทำให้หลวมตัวพูดคุยกับกลุ่มมิจฉาชีพและได้เข้ากลุ่มไลน์ openchat ที่มีการพูดคุยในแชท เหมือนกับการได้ปรึกษาเรื่องหุ้นกับผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด พร้อมกับมีการยืนยันว่าการเล่นหุ้นนี้จะได้ผลตอบแทนกลับมามากถึง 20%, 40% จนถึง 60%

ผู้หลอกลวงมีการส่งข้อมูลอัปเดตหุ้นรายวันให้ในกลุ่มไลน์ openchat ทุกเช้า และมีการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งเดือน โดยเป็นการลงทุนหุ้นฮ่องกง แต่ต้องโหลดแอปพลิเคชันชื่อว่า Hysun หรืออีกกรณีคือการให้กดเข้าไปยังเว็บไซต์ TradeStationPlus ซึ่งบนหน้าเว็บปรากฏราคาหุ้นที่ตรงตามหุ้นที่มีอยู่ตามจริงทุกประการ

วิธีการของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์หลอกลวงให้ลงทุน ทำโดยการให้ผู้เล่นหุ้นสมัคร user ของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อนำเงินเข้าพอร์ตหรือกระเป๋าเงินของ user ตนเอง เพื่อนำเงินส่วนนั้นไปลงทุนเล่นหุ้นในแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ แต่การนำเงินเข้า user กระทำโดยการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคล โดยบัญชีบุคคลคาดว่าเป็นชื่อบัญชีที่ถูกแอบอ้างเช่นกัน เนื่องด้วยผู้เสียหายแจ้งว่าได้ลองการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของชื่อบัญชีที่ใช้รับเงิน ปรากฏว่ามีตัวตนอยู่จริง และบางคนยังเป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงของการลงทุนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการเรียกเงินอื่นๆ ที่ผิดวิสัยจากการเล่นหุ้นทั่วไป เช่น ค่าธรรมเนียมและภาษี 

ผู้เสียหายแจ้งว่า รู้ตัวว่าโดนหลอกให้ลงทุนหลังโดนลบออกจากกลุ่มไลน์ openchat รวมถึงได้ทำการรตรวจสอบว่าไม่มีการจัดอบรมสัมนาเกี่ยวกับการลงทุนที่โรงแรมแห่งหนึ่งอย่างที่มิจฉาชีพกล่าวอ้างอีกด้วย โดยในบรรดาผู้เสียหายที่รวมตัวเข้าแจ้งความ ณ กองบังคับการปราบปราม มีทั้งผู้เสียหายที่ได้ทำการจำนองบ้านเพื่อลงทุนหุ้น และเพื่อจ่ายธรรมเนียมอื่นๆ ที่กลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงอีกด้วย ซึ่งผู้ที่มีความเสียหายสูงที่สุดในตอนนี้อยู่ที่ค่าประมาณการณ์ 9 ล้านบาท

เหล่าผู้เสียหายย้ำว่า ขณะที่พวกเขาเดินทางมาแจ้งความ ณ กองบังคับการปราบปราม มิจฉาชีพกลุ่มนี้ยังกระทำความผิดไปเรื่อยๆ มีการโยกย้ายกลุ่มตลอดเวลา และยังมีการเคลื่อนไหวเพื่อหลอกลวงในกลุ่มอื่นๆ อยู่ไม่ขาด ล่าสุดมีกลุ่มไลน์ openchat จากการอ้างชื่อบริษัทเดียวกันนี้กำลังกระทำการเช่นนี้กับคนจำนวน 300 คนที่อยู่ในกลุ่มแชต จึงเร่งขอให้ทางเจ้าหน้าที่พนักงานและกองบังคับการปราบปรามเร่งดำเนินให้ในทันที และขอเตือนภัยถึงผู้เล่นหุ้นให้ระมัดระวังการหลงเชื่อกลอุบายของมิจฉาชีพที่มาในคราบของผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงย้ำว่าหากให้ใครต้องการเล่นหุ้นแต่ไม่มีความรู้ ให้เข้ารับการปรึกษาและพูดคุยกับตลาดหลักทรัพย์ (SET) โดยตรง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ