ช่วงปีใหม่มักเป็นช่วงช่วงเวลาที่ใครหลายเลือกใช้เป็นหมุดหมายใหม่ของชีวิตในการเริ่มต้นทำงานที่ใหม่ หรือลงมือทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยมีการกำหนดปณิธานปีใหม่ หรือ New Year Resolution ในการเริ่มต้นให้ตัวเองเป็นคนที่ดีกว่าเดิม

แต่ถ้าจะว่ากันตามจริง งานเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ และที่อาชีพต่างๆ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงโครงสร้าง หน้าที่ และบริบท เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทต่ออาชีพต่างๆ มากขึ้น หรือถึงขั้นทดแทนอาชีพนั้นๆ เลยก็มี

แต่สำหรับอาชีพที่กำลังมาแรงในช่วงปีที่ผ่านมาอย่างวิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเรียกว่า วิศวกร AI กลายเป็นสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการตัวอย่างมากในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในธุรกิจไอที คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งทำให้แรงงานในสายวิชาชีพนี้กำลังขาดตลาด และเป็นที่ต้องการตัวดุจมนุษย์ทองคำ

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาคําว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ถูกสงวนไว้สําหรับแวดวงวิทยาศาสตร์และผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีที่ฟังดูก็เท่ไม่หยอก แต่นับตั้งแต่มีการคิดค้นขึ้นในปี 1955 AI ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จนวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งที่แบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว

อย่างที่ทราบกันว่าในปีนี้เป็นปีมหกรรมเลย์ออฟพนักงาน เพราะหลายบริษัทต่างก็พยายามลดคนงานลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อประหยัดต้นทุน หรือเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของบริษัทให้มีทิศทางที่สอดคล้องกับการแข่งขันในโลกอนาคตมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สายงานที่ทำงานในลักษณะที่มีความซ้ำซากจำเจ ถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีรูปแบบใหม่

AI จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานยิบย่อยที่ใช้มนุษย์ซึ่งเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการ และอาชีพวิศวกร AI ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะแรงงานขึ้นสูงในการทำงานจึงได้รับความต้องการอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก Glassdoor ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานรายใหญ่ของสหรัฐฯ สำรวจรายได้ของตำแหน่งวิศวกร AI ทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 110,000 – 150,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.52 – 7 ล้านบาทต่อปี ทำให้เป็นหนึ่งในตำแหน่งงานประจำที่รายได้สูงที่สุดของโลก

เมื่อแยกเป็นประเทศต่างๆ จะพบว่าค่าเฉลี่ยรายได้ในตำแหน่ง วิศวกร AI ถือว่าค่อนข้างสูงยกตัวอย่างเช่น

🔹เงินเดือนวิศวกร AI เฉลี่ยต่อปีในสหรัฐฯ มากกว่า 110,000 ดอลลาร์สหรัฐ
🔹เงินเดือนวิศวกร AI ประจําปีในแคนาดาโดยเฉลี่ยมากกว่า 85,000 ดอลลาร์แคนาดา
🔹รายได้วิศวกร AI เฉลี่ยในสหราชอาณาจักรมากกว่า 60,000 ปอนด์ต่อปี
🔹เงินเดือนวิศวกร AI ประจําปีในเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 84,574 ยูโร
🔹เงินเดือนวิศวกร AI ในออสเตรเลียอาจสูงถึง 110,000 ดอลลาร์ต่อปี
🔹เงินเดือนวิศวกร AI เฉลี่ยต่อปีในสิงคโปร์คือ 74,943 ดอลลาร์สิงคโปร์

ตัวเลขรายได้เหล่านี้อาจแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญตามปัจจัยหลายประการ เช่น ประเภทของวิศวกรรม AI ประสบการณ์ ทักษะและคุณสมบัติ

สำหรับบริษัทที่จ้างวิศวกร AI จำนวนมากก็ได้แก่ Google, IBM, Amazon, Fractal.ai, JPMorgan, Intel, Oracle, Microsoft เป็นต้น

นอกจากวิศวกรสายปัญญาประดิษฐ์จะได้เงินเดือนประจำแล้ว ยังมีรายได้จากโบนัส หุ้น และส่วนแบ่งผลประกอบการรวมต่ำสุดที่ 10 ล้านบาทต่อปี และสูงสุดที่ 28.8 ล้านบาทต่อปีอีกด้วย

สำหรับประเทศที่จ่ายค่าจ้างสูงสุดสําหรับวิศวกร AI
🔹สหรัฐอเมริกา
🔹ยุโรป
🔹อินเดีย
🔹เยอรมนี
🔹แคนาดา
🔹สหราชอาณาจักร
🔹จีน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ตำแหน่งงานนี้มีรายได้สูงถึง 335,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11 ล้านบาทต่อปี พวกเขาเรียกว่า “prompt engineers” คือคนที่ใช้เวลาทั้งวันในการสื่อสารกับ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และช่วยบริษัทต่าง ๆ ในการฝึกอบรมพนักงานเพื่อควบคุมเครื่องมือต่าง ๆ

บริษัท Anthropic ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่ได้รับการสนับสนุนจาก Google กำลังเปิดรับสมัครงานที่เงินเดือนสูงถึง 335,000 เหรียญสหรัฐต่อปี สำหรับตำแหน่ง “Prompt Engineer and Librarian” ในซานฟรานซิสโก

บริษัท Klarity ผู้ตรวจสอบเอกสารอัตโนมัติในแคลิฟอร์เนียเสนอเงินมากถึง 230,000 เหรียญสหรัฐต่อปี สำหรับวิศวกรแมชชีนเลิร์นนิงที่สามารถสร้างพร้อมต์ และเข้าใจวิธีสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากเครื่องมือ AI

แม้กระทั่งโรงพยาบาลเด็กในบอสตันและสำนักงานกฎหมายในลอนดอน Mishcon de Reya เพิ่งรับสมัครงานวิศวกรพรอมต์เช่นกัน

บริษัท Hays ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจจัดหาพนักงานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ แมชชีนเลิร์นนิ่ง และออโตเมชั่นกล่าวว่า ตำแหน่งงานนี้จะเป็นตลาดแรงงานไอทีที่เติบโตเร็วที่สุด เงินรายได้เริ่มต้นที่ 40,000 ปอนด์ต่อปี หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่แต่โดยเฉลี่ยตำแหน่งงานนี้มี่รายได้ราว 200,000 – 300,000 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 8.5-12.7 ล้านบาท) ซึ่งวิศวกรพรอมต์ เป็นผู้เชี่ยวชาญสามารถกำหนดราคาค่าตอบแทนได้

ส่วนบริษัท OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ก็ตั้งเงินเดือนขึ้นต่ำให้วิศวกร AI ของบริษัทที่ 7.2 ล้านบาทต่อปี และถ้าต้องใช้ทักษะชั้นสูง ค่าตัวก็อาจจะเพิ่มขึ้นไปจนถึง 13.3 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

เรียกได้ว่า วิศวกรสายปัญญาประดิษฐ์ นั้นเป็นสาขาอาชีพที่เนื้อหอม และสามารถเก็บเงินเป็นเศรษฐีจากการทำงานได้ไม่ยากเลยทีเดียว เพราะเฉลี่ยแล้ว ขั้นต่ำก็ได้กันปีละเป็น 10 ล้านบาทอยู่เห็นๆ

สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ชีวิตมันไม่ได้หยุดอยู่กับที่ โลกเองก็ไม่เคยหยุดหมุน อาชีพมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และต้องยอมรับว่า การศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ

ถ้ารู้ว่าวิศวกรสายปัญญาประดิษฐ์เป็นอาชีพที่คนขาด ก็สามารถไปเรียนต่อทางด้านสาขาการจัดการข้อมูล หรือวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม เพื่อใช้ในการหางานที่มีรายได้สูงต่อไปได้ในอนาคต หรือใครอยากเรียนเร่งด่วน ก็มีแพลทฟอร์มทางการศึกษาอย่าง Coursera, Udemy และ Edx เปิดคอร์สให้ใบประกาศนียบัตร จากผู้สอนจากสถาบันดังระดับโลกกับเราได้ แถมเรายังสามารถเลือกเวลาเรียนได้เองอีกด้วย