โลกนี้มันอยู่ยากมากขึ้น แล้วหลายคนเลือกที่จะไม่ให้ใครต้องเกิดมาใช้ชีวิตแสนยากในโลกยุคนนี้ ผลที่ตามมาคือ อัตราการเกิดใหม่ของประชากรในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้เองก็ประสบภาวะเดียวกัน คือ ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะมีเด็กเกิดใหม่น้อย


จริงๆ แล้วถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศกำลังพัฒนามานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่สถิติเด็กเกิดใหม่ของเราในปีนี้ ก็ต่ำกว่าในปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ซึ่งสาเหตุของการมีลูกน้อยลง และแต่งงานช้าขึ้นนั้น ปัจจัยมาจากกสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อการสร้างครอบครัวและมีภาระเพิ่มจากการมีลูก แถมยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการปิดกิจการและเลย์ออฟคนงานอย่างต่อนื่อง ทำให้หนุ่มสาวต้องเลื่อนการแต่งงานออกไป หรือเลือกที่จะไม่แต่งงานและไม่มีลูกเลย เพราะกว่าจะมีความพร้อมและมั่นคงเพียงพอต่อการสร้างครอบครัวอย่างมีคุณภาพมีความท้าทาย และต้องใช้ระยะเวลาที่นานขึ้นนั่นเอง

สำหรับเกาหลีใต้ที่มีปัญหาด้านการเพิ่มจำนวนประชากร รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองซองนัม ผุดไอเดียแก้ปัญหาอัตราการเกิดลดลงเนื่องจากผู้คนสนใจแต่งงานมีครอบครัวกันน้อยลง ด้วยการจัดงานนัดบอดหมู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้กรุงโซล

การนัดบอดคือ การนัดพบกันของคนสองคนโดยที่ทั้งคู่ไม่เคยพบหรือรู้จักกันมาก่อน อาจเกิดจากการนัดหมายโดยเพื่อนหรือบุคคลใกล้ชิดโดยหวังว่าทั้งคู่จะกลายเป็นคู่รักกัน หรือเรียกง่ายๆ ว่าลองดูตัวกันเผื่อว่าสนใจกันแล้วคบหากันได้ในอนาคต
โดยแขกในงานได้เชิญหนุ่มสาวเกาลีอายุตั้งแต่ 20 – 30 กว่าๆ มารวมตัวกันถึง 100 คน ทุกคนแต่งตัวด้วยชุดที่ดูดีที่สุด พร้อมห้อยป้ายชื่อตัวเอง หวังที่จะได้พบรัก

ภายในห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้ มีบริการหลายอย่างทั้งไวน์ ช็อกโกแลต เกม บริการแต่งหน้าฟรี หรือแม้แต่ตรวจสอบประวัติคนโสดที่เข้าร่วมงาน

หลังจัดงานไป 5 รอบ มีผู้เข้าร่วม 198 คน จาก 460 คน ที่ได้ “คู่” กลับไป หรือหมายถึงเจอคนที่ตกลงแลกเบอร์ติดต่อกัน

โดยสาเหตุที่รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองซองนัมต้องทุ่มทุนในการสร้างเคมเปญนี้ขึ้นมา เป็นเพราะว่า อัตราการเจริญพันธุ์ของเกาหลีใต้ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 0.78 ในปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ที่อยู่ที่ 1.58

แต่อย่างไรก็ตาม นายกเทศมนตรีเมืองซองนัม ชิน ซังจิน ระบุว่า ปัญหาอัตราการเกิดต่ำไม่สามารถแก้ได้ด้วยนโยบายเดียว และย้ำว่า เมืองซองนัมกำลังจัดทำนโยบายหลายๆ นโยบายสำหรับคนหนุ่มสาวและคู่แต่งงานใหม่เพื่อแก้ปัญหานี้


ส่วน จอง แจฮุน อาจารย์ภาควิชาสวัสดิการสังคม ประจำมหาวิทยาลัยสตรีกรุงโซล เห็นด้วยกับท่านนายกเทศมนตรี และเสริมว่า การจัดงานหาคู่ไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหา “อัตราการเจริญพันธุ์และการเกิดที่ต่ำมากๆ ของเกาหลีใต้เป็นปัญหาร้ายแรง แต่การจัดงานประเภทนี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ เมื่อเราเพิ่มงบประมาณสำหรับนโยบายที่สนับสนุนการตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และการเลี้ยงดูโดยตรง เราถึงจะสามารถหวังว่าจะมีเด็กเกิดเพิ่มขึ้นในสังคมเกาหลีใต้ได้”

สำหรับสังคมในประเทศเกาหลีใต้นับว่าเป็นประเทศที่มีการแข่งขันสูง และเต็มไปด้วยความกดดัน ทำผู้คนต่างรีบเร่งพัฒนาความรู้ความสามารถในระดับที่สูงขึ้นอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งผลที่ตามมาคือ ประเทศที่เคยอยู่ในระดับยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สามารถพลิกประเทศให้กลายเป็นชาติพัฒนาแล้วรายได้สูงในระยะเวลาเพียงชั่วอายุคน กลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และส่งออกทั้งเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน ทั้งๆ ที่ประเทศมีประชากรเพียง 50 กว่าล้านคนและพื้นที่ประเทศเล็กว่าภาคอีสานของไทย

แต่นั่นก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน เพราะประเทศนี้นับว่าเป็นหนึ่งในชาติที่พลเมืองทำงานหนักมากที่สุดของโลก และมีความเครียดสูง ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคืออัตรการฆ่าตัวตายของประชากรสูงติดอันดับท็อบ 5 ของโลก และประชากรรุ่นใหม่ต้องการเลือกที่อยากจะย้ายประเทศหนีเช่นกัน จนขนานนามประเทศตัวเองว่าเป็นดัง “นรกโชซอน”