สิงคโปร์ผงาดขึ้นแทนที่ฮ่องกง ดูดบริษัทข้ามชาติระดับโลกตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคเอเชีย 4,200 บริษัท แม้แต่บริษัทจีนก็เลือกตั้งออฟฟิศที่สิงคโปร์ แถมลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 13% จาก 17% กวดเรียบทั้งบริษัทเทคโนโลยี ขนส่ง EV หรือแม้แต่รถไฟ
แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย พื้นที่เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มหานครเท่านั้น แต่ดินแดนเล็กๆ แห่งนี้กลับเป็นแหล่งดึงดูดบริษัท ธุรกิจ หรือแม้แต่คนเก่งๆ ทั่วโลกให้เข้ามาตั้งธุรกิจ เปิดสำนักงานใหญ่ภูมิภาคเอเชีย เพราะสิงคโปร์เป็นดินแดนที่มีความพร้อมทุกๆ ด้านอย่างที่หาตัวเทียบได้ยากในภูมิภาคเดียวกัน
เดิมทีคู่แข่งที่ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อกับสิงคโปร์ก็คือฮ่องกง ที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกมาหลายสิบปี ดึงดูดบริษัทข้ามชาติต่างๆ แย่งกันไปเปิดสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคที่นั่น อีกทั้งยังเป็นประตูการค้าสู่จีนและเอเชียตะวันออกที่มีขนาดตลาดใหญ่มหาศาล
แต่ในช่วงที่ผ่านมาฮ่องกงดูเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำอย่างรุนแรงจากการแทรกแซงของรัฐบาลจีนที่เข้ามาปกครองฮ่องกงอย่างเต็มตัว ประกอบกับการเผชิญปัญหาจากช่วงการระบาดของโควิด 19 ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนเผชิญกับสภาวะชะลอตัวและซึมยาวไม่ฟื้นมาจนตอนนี้

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
บรรดานักลงทุน นักธุรกิจ หรือมหาเศรษฐีต่างโยกย้ายหนีออกจากฮ่องกง เพราะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในดินแดนแห่งนี้ ทำให้เสน่ห์ของฮ่องกงค่อยๆ ลดลงจนอาจจะหมดความน่าสนใจ
แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นกลับเป็นผลดีกับสิงคโปร์ คู่แข่งอันดับต้นๆ ที่รอจังหวะพร้อมช่วงชิงความได้เปรียบอยู่แล้ว เร็ว และชุมชนของภาคธุรกิจข้ามชาติมีความชัดเจนว่า ต้องการสิงคโปร์ให้เป็นบ้านหลังหลักในเอเชีย
ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นที่ตั้งของสํานักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติถึง 4,200 แห่งในปี 2566 ซึ่งขยายความเป็นผู้นําแทนที่ฮ่องกงที่เหลือเพียง 1,336 แห่งเท่านั้น
ตามรายงานของ Bloomberg Intelligence ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของบริษัทข้ามชาติในสิงคโปร์ที่เป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางทางธุรกิจชั้นนําของเอเชีย รายงานระบุว่า แม้แต่บริษัทจีนหลายแห่งที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และขยายขอบเขตการเข้าถึงตลาดภายนอกประเทศก็เลือกสิงคโปร์มากกว่าฮ่องกง
“ฮ่องกงแพ้การแข่งขันที่จะเป็นตัวเลือกที่ต้องการของภาคธุรกิจระหว่างประเทศสําหรับที่ตั้งของสํานักงานใหญ่ในเอเชีย เนื่องจากบริษัทระดับโลกและแม้แต่จีนก็เลือกสิงคโปร์มากขึ้น เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับตะวันตก กลุ่มผู้คนที่มีความสามารถที่กว้างขึ้น เศรษฐกิจที่หลากหลาย และสิทธิประโยชน์ทางภาษี”
ตามรายงาน 50 หน้าของ Bloomberg Intelligence ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทต่างๆ อาจจัดอันดับสิงคโปร์ให้สูงขึ้นในแง่ของเสถียรภาพทางการเมืองและเสรีภาพ ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นในภูมิภาค”
รายงานยังระบุว่า ฮ่องกงได้ประกาศจุดยืนเป็นศูนย์กลางการเงินของจีน แต่ด้วยการประท้วงทางการเมือง ประกอบกับช่วงเกิดโรคระบาดรัฐบาลจีนก็ใช้นโยบายโควิดเป็น 0 สิ่งที่ตามมาได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ บรรยกาศการค้าการลงทุน และความเชื่อมั่นของฮ่องกงต่อสายตาชาวโลก
แม้ว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่อยู่ในระดับต่ำของฮ่องกงที่ 16.5% ก็ไม่อาจเป็นสิ่งที่จะดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาได้อีกต่อไป อีกทั้งตอนนี้อาจการเข้าไปตั้งออฟฟิศของบริษัทข้ามชาติในสิงคโปร์ก็ได้รับการปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 17% เหลือ 13.5% หรืออาจจะน้อยกว่านั้นอีกสําหรับในบางภาคธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม
นอกจากนี้สิงคโปร์ยังมีสิ่งจูงใจอื่นๆ มากมายที่กําหนดเป้าหมายสําหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการจัดตั้งศูนย์กลางระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นแนวทางที่ให้ผลตอบแทน

ออฟฟิศของ Google ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของ Alphabet Inc. ในภูมิภาคเอเชีย
สำหรับรายชื่อบริษัทที่มีสํานักงานใหญ่ประจําภูมิภาคในสิงคโปร์ได้แก่
FedEx Corp. : บริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่งจากสหรัฐ
Microsoft Corp. : บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังและผู้ผลิตระบบปฏิบัติการ Windows จากสหรัฐ
Alphabet Inc. : บริษัทเทคโนโลยีเจ้าของ Google YouTube Gmail เป็นต้น จากสหรัฐ
Mead Johnson : บริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่จากสหรัฐ
Rolls-Royce : บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรูระดับ Super Luxuryand และเครื่องยนต์เครื่องบิน จากอังกฤษ
General Motors Co. : บริษัทผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่และเก่าแก่ของสหรัฐ
นอกจากนี้ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติจากจีนที่เลือกสิงคโปร์เป็นสำนักงานใหญ่ภูมิภาคเอเชีย เช่น TikTok Inc. และ Shein ยักษ์ใหญ่ด้านแฟชั่นออนไลน์ มีต้นกำเนิดในเมืองหนานจิง

บรรยากาศใจกลางย่านธุรกิจของสิงคโปร์
รวมถึง Nio Inc. ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าก่อตั้งขึ้นในนครเซี่ยงไฮ้ ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยี Alibaba Group Holding Ltd. และ Huawei Technologies Co. ก็กำลังดําเนินตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคเอเชียในสิงคโปร์
ไม่ใช่แค่บริษัทเอกชนแม้แต่รัฐวิสาหกิจอย่าง China Railway Materials ก็ตั้งสํานักงานใหญ่ในต่างประเทศในสิงคโปร์เช่นกัน
รายงานของ Bloomberg Intelligence ระบุว่า ความเป็นเศรษฐกิจเปิดที่มีความหลากหลายและเต็มไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เพียบพร้อมทุกด้าน รวมถึงทรัพยากรมนุษย์ที่อยู่ในเกณฑ์พัฒนาแล้วระดับสูง จะสามารถช่วยให้สิงคโปร์ดึงดูดธุรกิจระดับโลกได้มากกว่าฮ่องกงยิ่งกว่านี้ในอีก 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย
Source
