เมื่อประชากรวัยทำงานน้อยลงและกำลังขาดแคลน ปักหมุดเปิดตามคอนโดฯ และโรงงาน ทั่วประเทศ

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่นจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงมากกว่าคนเสียชีวิต และสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ กำลังกระทบกับตลาดแรงงานที่ทำให้กิจการหาคนมาทำงานได้ยากมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ ที่ส่วนใหญ่ต้องเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ก็ขาดแคลนคนทำงานเช่นกัน

หนึ่งในร้านสะดวกซื้อที่เผชิญปัญหาเกี่ยวกับแรงงานขาดแคลนอย่างมากคือ 7-Eleven ที่มีจำนวนมากกว่า 21,000 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งนับว่าญี่ปุ่นมีสาขาของร้านสะดวกซื้อดังกว่ามากที่สุดในโลก และในแต่ละสาขาจะต้องมีพนักงานราว 4-6 คน

แต่ในเมื่อแรงงานหายากมากขึ้น ทำให้ 7-Eleven เร่งดำเนินการขยายสาขาในรูปแบบ “ไร้พนักงาน” ประเดิมกลุ่มเป้าหมายตามคอนโดมิเนียมสูงและโรงงาน ซึ่งร้านรูปแบบดังกล่าวจะเริ่มเปิดในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ และนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมการค้าปลีกของญี่ปุ่นที่จำเป็นต้องเอาตัวรอดจากจำนวนแรงงานที่ไม่เพียงพอ

เมื่อไม่มีพนักงาน ทุกอย่างก็จะเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมดที่ลูกค้าจะต้องดำเนินการด้วยตัวเองตั้งแต่การซื้อสินค้า การชำระเงิน การอุ่นอาหาร รวมทั้งการหยิบใส่ถุงเพื่อหิ้วออกจากร้าน โดยการชำระเงินจะจ่ายด้วยระบบด้วยสมาร์ทโฟนทั้งหมด

ในตอนนี้ 7-Eleven ในญี่ปุ่นที่ไม่มีพนักงานเริ่มเปิดดำเนินการในบางพื้นที่ของกรุงโตเกียวและนครโอซาก้าแล้ว นอกจากนี้ได้มีการพูดคุยกับบริษัท และโรงงาน ประมาณ 20 แห่งที่สนใจให้ร้านไร้พนักงานเข้าไปตั้งสาขา

นอกจากนี้ยังมีคอนโดมิเนียมในกรุงโตเกียว โรงอาหารของโรงงานและสถาบันวิจัยต่างๆ ในทำเลที่มีพนักงานอย่างน้อย 500 คน และยอดจำหน่ายรายวันคาดว่าอย่างน้อยอยู่ที่ 100,000 เยน ซึ่งน้อยกว่ายอดเฉลี่ยของร้านปกติอยู่ที่ประมาณ 700,000 เยน

เมื่อลูกค้าเข้ามาพวกเขาจะใช้แอพเฉพาะเพื่อสแกนรหัส QR จากนั้นก็สแกนบาร์โค้ดของสินค้าที่ต้องการซื้อด้วยโทรศัพท์ และชําระเงินด้วยบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตโดยไม่จําเป็นต้องชำระเงินที่เครื่องคิดเงิน

ในบทความล่าสุดของ Forbes ร้าย 7-Eleven ได้รับการขนานนามว่าเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบขององค์กรที่สามารถปรับปรุงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ไม่เพียง แต่ในด้านการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังมองถึงการบริหารจัดการภายในบริษัทของตัวเองโดยเฉพาะ 7-Eleven ในญี่ปุ่น

สำหรับ 7-Eleven ไม่ได้เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น “มันเป็นส่วนสําคัญของวิถีชีวิตที่เร่งรีบของญี่ปุ่น”

ส่วนการเติมสินค้าขึ้นชั้นวางนั้นจะดำเนินการโดยพนักงานเพียงคนเดียว ซึ่งจะรับผิดชอบงานต่างๆ

ทั้งนี้ขนาดของร้านรูปแบบไร้พนักงานจะมีขนาดเพียง 50 ตารางเมตร ซึ่งเล็กกว่าร้านปกติที่มีพื้นที่ 200 ตารางเมตร อีกทั้งจำนวนสินค้าจะถูกลดลงเหลือสูงสุด 1,200 รายการ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของร้านปกติ