กุนขแมร์, โบกาตอร์แป้ก กัมพูดชาผุดศิลปะการต่อสู้ใหม่ชื่อยุทธกรมขอม บอกเคยใช้ต่อสู้ในสงครามของเขมรโบราณ (อีกแล้ว)
กุนขแมร์…แป้ก โบกาตอร์…ก็แป้ก
กัมพูชาเลยผุดศิลปะการต่อสู้ใหม่ชื่อ “ยุทธกรมขอม”
บอกเคยใช้ต่อสู้ในสงครามของเขมรโบราณ…อีกแล้ว
เรียกได้ว่าช่วงนี้เพื่อนบ้านของไทยฝั่ง 16:00 น. ค่อนข้างจะขยันสร้างสตอรี่ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อให้ทั่วโลก “หันสายตามามองที่ฉันบ้างสิ” โดยเฉพาะเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม ที่ต่างเดินหน้าอ้างสิทธิว่า “นี่คือของเขมร” โดยเฉพาะกับฝั่งของไทยที่ดูเหมือนว่าอะไรที่ทั่วโลกรู้ว่าสิ่งนี้คือของไทย แต่ชาวเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดมักจะบอกว่า “โจรเสียมขโมยไป” อยู่เสมอๆ
แน่นอนว่าศิลปะการต่อสู้ที่กัมพูชาพยายามชูว่าเป็นของตัวเองเป็นต้นตำหรับไม่ว่าจะเป็น กุนขแมร์ หรือโบกาตอร์ ก็ต้องยอมรับว่ายังคงไม่สามารถสร้างยอมรับในระดับสากลได้ เฉกเช่นมวยไทย หรือศิลปะการต่อสู้ของประเทศอื่นๆ ที่สร้างฐานเอาไว้อย่างแข็งแกร่งมานานหลายสิบปี
เมื่อสตอรี่เดิมเริ่มขายไม่ออก ก็ต้องสร้างพล็อตเรื่องใหม่ขึ้นมา ล่าสุดสำนักข่าว France24 ของประเทศฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิยมของกัมพูชาได้รายงานข่าวว่า กัมพูชากำลังพยายามฟื้นฟูการต่อสู้โบราณของตัวเองที่มีชื่อว่า ‘ยุทธกรมขอม’ (យុទ្ធក្រមខម) โดยอ้างว่านี่คือศิลปะการต่อสู้ของเขมรโบราณที่ได้ถูกลืมเลือนหายไป โดยเฉพาะในยุคที่ผู้มีวิชาความรู้ถูกสังหารเกือบทั้งหมดในช่วงเขมรแตดงเรืองอำนาจ ระหว่างปี พ.ศ. 2518-2522
ความพยายามฟื้นฟูศิลปเขมรโบาณตามที่มีการกล่าวอ้างนั้น เกิดจากกลุ่มนักศึกษาและผองเพื่อนที่รวมตัวกันประมาณ 20 คน ตั้งสโมสรยุทธกรมขอมขึ้นมาในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงของกรุงพนมเปญที่ชื่อว่า “กรุงอริยะกษัตริย์” เพื่อเรียนรู้ ฝึกฝน และเผยแพร่ศาสตร์การต่อสู้ดังกล่าวที่บอกว่าพวกเขาอ้างว่าได้ร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์ที่รอดชีวิตจากช่วงเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ มาถ่ายทอดให้พวกเขาสืบสาน โดยใช้ชื่อว่า ยุทธกรมขอม หรือ ศิลปะแห่งสงคราม
ถ้าไปดูการศาสตร์การต่อสู้นี้ หลายคนคงรู้สึกคุ้นๆ แน่ๆ เพราะว่าการแต่งกาย ท่าทางการออกหมัด การเตะ ต่อย ฟันศอก แทงเข่า ช่างคล้ายคลึงกับศิลปะการต่อสู้ของเพื่อนบ้านอย่างน่าประหลาด
นอกจากนี้ยังเรียนรู้เรื่องศาสตร์การทำสงคราม เรียนวิชามนต์เขมร และการใช้อาวุธต่างๆ เข้ามาผสมทั้งหอก ดาบ และอื่นๆ ซึ่งสื่อฝรั่งเศสรายงานว่านี่เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ยากที่ใครจะเอาชนะ เพราะรวมศาสตร์การรบ การป้องกันตัวเอาไว้ในยุทธกรมขอมแล้ว
ผู้ที่เป็นผู้เรียนและสมาชิกของสโมรแห่งนี้บอกว่า ศิลปะการต่อสู้นี้ถูกพัฒนา ผสมผสานศาสตร์ต่างๆ เอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบโดยเหล่านักรบในอดีต และเมื่อผ่านพ้นยุคเขมรแดงเข้าสู่ยุคปี 2000 จู่ๆ อาจารย์ด้านยุทธกรมขอมก็ปรากฎตัวออกมาเสียอย่างนั้น (ก่อนหน้านั้นหายไปไหนตั้ง 30 ปีหลังเขมรแดงล่มสลาย) โดยยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักได้รับการแนะนําให้รู้จักกับกองทัพกัมพูชาและมหาวิทยาลัยบางแห่ง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จักของสาธารณชน ซึ่งคุ้นเคยกับคิกบ็อกซิ่ง กุนเขมร และศิลปะการต่อสู้โบราณอีกชนิดหนึ่งคือ โบกาตอร์

