โกรธ ขมขื่น และเกลียดชัง บรรยากาศของ ‘สหรัฐอเมริกา’ หลังจากการลอบสังหาร ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ความรุนแรงนี้เปรียบเสมือนเงาที่ตามหลอกหลอนระบอบประชาธิปไตยของอเมริกาฯ มาอย่างยาวนาน และความรุนแรงนี้กำลังแพร่กระจายไปสู่ประชาชน
ความพยายามในการลอบสังหาร ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เป็นดั่งการขยายรอยร้าวรอยใหญ่ของสหรัฐอเมริกา
เหตุการลอบสังหารเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาได้มีการแบ่งขั้วทางอุดมการณ์ชัดเจน ซึ่งเป็นเหมือนทั้งความจริง และความเชื่ออันแรงกล้าสองทางที่ไม่มีวันบรรจบกัน รอยร้าวรอยใหญ่เกิดขึ้น และกำลังกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
.
เมื่อครั้งปี ค.ศ.1981 ที่ ‘โรนัลด์ เรแกน’ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคริพับลิกัน ถูกยิง ประชาชนทั้งประเทศต่างร่วมกันส่งใจให้กับเรแกน โฆษกจากพรรคเดโมแครตร้องไห้ ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา โธมัส พี. โอนีล จูเนียร์ จากพรรคเดโมแครต ตรงไปที่ห้องรักษาตัวในโรงพยาบาลของพรรคริพับลิกัน เขาจับมือ จูบศีรษะ และคุกเข่าอธิษฐานพลางหวังให้เรแกนปลอดภัย
.
ทว่าปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาไม่หลงเหลือบรรยากาศเช่นนั้นอีกแล้ว
.
ภายหลังการลอบสังหาร ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ บรรยากาศที่สหรัฐอเมริกาเต็มไปด้วยความโกรธ ขมขื่น ความสงสัย และการกล่าวโทษ มีการชี้นิ้วหาตัวคนผิด มีทฤษฎีสมคบคิดมากมายผุดขึ้นมา สหรัฐอเมริกาเต็มไปด้วยบรรยากาศของความเกลียดชังและรอยร้าวที่กว้างและชัดเจนขึ้น
.
สื่อต่าง ๆ (โดยเฉพาะฝ่ายซ้าย) ก็มีการใช้คำพาดหัวข่าวเหตุการณ์ดังกล่าวในลักษณะของการใส่ร้ายป้ายสีหรือบิดเบือนเพื่อโจมตีอีกฝั่ง เช่น ‘หน่วยสืบราชการลับเร่งพาทรัมป์ลงจากเวที หลังเขาสะดุดล้มในการปราศัย’ หรือ ‘การรอดชีวิตจากการลอบสังหารของทรัมป์จะทำให้คนผิวดำเทคะแนนเสียงให้มากขึ้นหรือไม่’
.
แม้แต่ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมาโจมตีบรรดาฝ่ายซ้ายของสหรัฐฯ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุเช่นกัน โดยการออกมากล่าวโจมตีอย่างตรงไปตรงมานี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการสืบสวนเกี่ยวกับผู้ลงมือด้วยซ้ำ
.
“แน่นอนหละ พวกเขา (ฝ่ายซ้าย) พยายามกีดกันเขา (โดนัลด์ ทรัมป์) ออกจากคูหาเลือกตั้ง พวกเขาพยายามจับเขาเข้าคุก และตอนนี้พวกคุณก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นอีก”
แต่ไม่นานโพสต์ดังกล่าวก็ถูกลบออกไป
.
สื่อในสหรัฐอเมริกา คาดว่าหลังจากนี้ key message หรือการเล่าเรื่องในการหาเสียงต่าง ๆ ของทรัมป์ต่อจากนี้จะเล่าในทิศทางของการตกเป็นเหยื่อจากพรรคเดโมแครต เพราะก่อนหน้านี้ โดนัล ทรัมป์ เองมีการกล่าวหาว่าพรรคเดโมแครตจะให้เจ้าหน้าที่ FBI ยิงตนเอง หรือประหารชีวิตตนเองในความผิดที่ตนไม่ได้ก่อ
.
ในด้านของประชาชน เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้วมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่เมืองชิคาโก้ในประเด็นที่เกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผลการสำรวจพบว่า มีผู้ตอบแบบสำรวจ 10% เห็นด้วยที่จะ ‘ใช้ความรุนแรง’ ในการขัดขวางไม่ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิปดีสหรัฐฯ อีกครั้ง หรือจากการสำรวจโดย Marist Poll เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่าชาวอเมริกันกว่า 47% คิดว่าสงครามกลางเมืองครั้งที่สองอาจเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของพวกเขา
.
การจะกล่าวว่าบรรยากาศในสหรัฐอเมริกาตอนนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวและความเกลียดชังอาจจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงมากนักเมื่อพิจารณาจากหลาย ๆ เหตุการณ์ที่กล่าวมา ความรุนแรงกำลังแพร่กระจายไปทั่วทั้ง 50 รัฐในอเมริกาฯ
.
จากนี้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไรต่อ
ตอนนี้ โดนัล ทรัมป์ และพรรคริพับลิกัน ชิงหน้าสื่อและความสนใจแทบทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา (และโลก) ในขณะที่เวลากำลังเดินหน้าเรื่อย ๆ ไปสู่สมรภูมิการเลือกตั้ง
.
BBC กล่าวว่าตอนนี้พรรคเดโมแครตและ ‘โจ ไบเดน’ กำลังมีเวลาน้อยลง ได้เปรียบทางการเงินน้อยลง และมีโอกาสที่จะพลิกการเลือกตั้งให้ออกมาในหน้าที่ต้องการได้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็ ‘ไม่มีอะไรการันตี’ ว่าเหตุการณ์ลอบสังหารทรัมป์ จะเป็นจุดพลิกในการเข้าเส้นชัยของทรัมป์ และพรรคริพับลิกัน เพราะตอนนี้ยังมีเวลาอีกราว ๆ 3 เดือนก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง
.
ในขณะที่สื่อใหญ่จากกาตาร์ AL Jazeera กล่าวว่านักวิเคราะห์หลาย ๆ คน ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะได้รับคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์ลอบสังหาร เพราะทีมงานของทรัมป์จะสามารถหาเสียงจากการเล่าเรื่องผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับรูป iconic ที่ทรัมป์ชูกำปั้นขึ้นฟ้าด้วยใบหน้าที่เปื้อนเลือด พร้อมตะโกนคำว่า “Fight Fight Fight” โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและธงชาติสหรัฐอเมริกา

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้วก่อนเกิดเหตุการณ์ มีผลสำรวจจาก Bloomberg และ Morning Consult ที่ชี้ให้เห็นว่าไบเดนนำทรัมป์เล็กน้อยในรัฐมิชิแกนและวิสคอนซิน ในขณะที่ทรัมป์นำเล็กน้อยในรัฐแอริโซนา จอร์เจีย เนวาดา และนอร์ทแคโรไลนา ทว่าหากสำรวจใหม่ตอนนี้ไม่แน่ว่าทรัมป์จะได้รับคะแนนเพิ่มเติมก็เป็นได้
.
เพราะขนาด ‘อีลอน มัสก์’ ยังออกโพสต์บนโซเชียลมีเดีย X ว่าตนนั้นสนับสนุนประธานาธิปดีทรัมป์อย่างเต็มที่ และอวยพรให้ทรัมป์กลับมาหายดีโดยเร็ว สำนักข่าว Reuters เองก็รายงานเช่นกันว่าการการลอบสังหารทรัมป์ครั้งนี้จะช่วยเรียกคะแนนเสียงให้ทรัมป์ ไม่มากก็น้อย
.
การลอบสังหารครัังนี้สะท้อนอะไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในสหรัฐอเมริกา
การลอบสังหารบุคคลสำคัญทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1865 ‘อับราฮัม ลินคอล์น’ คือประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ถูกลอบสังหาร มาจนถึงปี ค.ศ.1968 ‘โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี’ ซึ่งเป็นน้องชายของประธานาธิบดี ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’ (ที่ถูกลอบสังหารเช่นกัน) รวมทั้งสิ้น 13 ครั้ง ทั้งประธานาธิบดีและ แคนดิเดตเลือกตั้งประธานาธิบดี และครั้งล่าสุดครั้งที่ 14 คือชายที่ชื่อ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’
.
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เปรียบเสมือน ‘เงาที่ติดตามระบอบประชาธิปไตย’ ของสหรัฐอเมริกามาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นการขัดแย้งอย่างรุนแรงกับประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบอบประชาธิปไตยมากที่สุดในโลก และสะท้อนให้เห็นว่าความรุนแรงกำลังแฝงตัว แพร่กระจายอยู่ในการเมืองของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งผู้คนด้วย
.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งคือโศกนาฏกรรม และความท้าทายของ voter ชาวอเมริกันคือจะต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้ลุกลามไปสู่การเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ที่จะแบ่งแยกการเมืองและอุดมการณ์ให้ฉีกออกจากกันไปมากกว่านี้
.
ซึ่งล่าสุดนี้เองที่ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ กล่าวกับเจ้าหน้าที่ของวอชิงตันว่าตนจะเปลี่ยนแปลงการปราศัย และมุ่งเน้นไปที่เนื้อหาที่เกี่ยวกับโอกาสที่จะรวมสหรัฐอเมริกาให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง มากกว่าการโจมตีคู่แข่งอย่าง ‘โจ ไบเดน’
.
ในส่วนท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐ ‘โจ ไบเดน’ เองก็มีการเรียกร้องให้ประชาชนในประเทศยืนหยัดร่วมกันและยุติความเห็นต่างทางการเมือง ‘อย่างสันติ’ ที่คูหาเลือกตั้ง
.
หตุการณ์ลอบสังหารครั้งนี้อาจทำให้ผู้นำของสหรัฐอเมริกาเลิกที่จะใช้วาทกรรมใส่กัน และหันมาใส่ใจภาพความเป็นจริงของรอยร้าวทางสังคมมากขึ้น เพราะดูท่าแล้วตอนนี้บรรยากาศของสหรัฐอเมริกาคงไม่อาจดุเดือดน้อยลงได้ หากไม่ได้เริ่มจากผู้นำของทั้ง 2 ฝั่งพรรคการเมือง
.
เรื่อง: กฤชพนธ์ ศรีอ่วม
.
อ้างอิง
https://www.bbc.com/news/articles/cd172rp02e0o
https://www.aljazeera.com/news/2024/7/14/what-does-the-trump-rally-attack-mean-for-the-us-election
https://www.reuters.com/world/us/attack-trump-could-spark-further-us-political-violence-2024-07-14
https://www.reuters.com/world/us/attack-trump-could-spark-further-us-political-violence-2024-07-14

