ความตายเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ เราต่างรับรู้ถึงการมีอยู่ แต่ระบุตัวตน (วัน) ไม่ได้
ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่ไม่อาจหาเหตุผล หรือ ปัจจัยใด ๆ มาอธิบาย-ทำนาย
แต่ก็ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับความตายออกมาเป็นระยะ ๆ และนำมาซึ่งคำถาม

“คนเหงา ตายไว จริงหรือ”

ช่างเป็นคำถามที่ชวนสงสัยจริง ๆ แต่มันจะเกี่ยวกันได้อย่างไร

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nature Medicine งานวิชาการดังกล่าวใช้ฐานข้อมูลชีวการแพทย์ของ UK Biobank เพื่อดูว่าปัจจัยทางพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อมใดที่มีความสำคัญที่สุดในการช่วยให้ผู้คนแก่ช้าลง มีอายุที่ยืนยาวขึ้น

โดย UK Biobank คือฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลทางพันธุกรรม ข้อมูลทางการแพทย์ รายได้ วิถีชีวิตและการเลี้ยงดูอย่างละเอียดจากผู้คนกว่าครึ่งล้าน ซึ่งข้อมูลชุดนี้ทำให้นักวิจัยสามารถนำมาศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการการมีชีวิต การเจ็บป่วย รวมไปถึง “อัตราการเสียชีวิต”

และจากการศึกษาที่ตีพิมพ์พบว่า ‘พันธุกรรม’ มีผลน้อยมากต่ออายุขัยโดยรวม ในขณะที่ ‘อายุและเพศ’ รวมไปถึง ‘สภาพแวดล้อมและวิถีชิวิต’ มีผลต่อความแปรปรวนของอัตราการเสียชีวิตรวมกันถึง 64% และอีกเกือบ ๆ 40% ที่เหลือคือปัจจัยและองค์ประกอบที่ไม่อาจคาดเดาได้ที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิต หรือกล่าวได้ว่า ทีมนักวิจัยกำลังบอกเราว่า อายุ เพศ สภาพแวดล้อม และวิถีชีวิต ล้วนเกี่ยวข้องกับความตายไม่มากก็น้อย (ซึ่งหากดูจากตัวเลขอัตราส่วนถือว่ามีผลเกินครึ่ง)

นักวิจัยยังระบุเป็นรายละเอียดปลีกย่อยถึงปัจจัยต่าง ๆ ด้านสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตด้วย เช่น การสูบบุหรี่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นประมาณ 60% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ในวัยเดียวกัน หรือ การศึกษา การมีงานทำและการมีฐานะร่ำรวยเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตยืนยาว หรือเรื่องที่รู้ ๆ กันดีว่าการออกกำลังกายช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ราว 25%

นอกเหนือจากเรื่องที่ผู้คนคาดเดาได้อย่างการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ หรือฐานะการเงิน งานวิจัยนี้ยังชี้ให้เห็นว่า “ความสัมพันธ์ทางสังคม” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อความอายุยืนได้อย่างน่าประหลาดใจ เช่น คุณไม่ต้องออกกำลังกายก็ได้ เพียงแค่ใช้ชีวิตกับคู่ครองก็ทำให้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้พอ ๆ กัน

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “ความเหงา” กลับกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คน ๆ หนึ่งเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คนที่แยกตัวออกจากสังคมมักพบว่าจะมีการอักเสบของเซลล์มากกว่า และมีภูมิคุ้มกันที่แย่ลง ถึงแม้จะไม่ชัดเจนว่าเป็นเพราะผลกระทบโดยตรงจากการอยู่คนเดียว หรือเพราะพอเป็นคนเหงาที่อยู่คนเดียวก็ทำให้มีแนวโน้มที่จะไม่กระตือรือร้นที่จะรับประทานอาหารที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

อาจจะเกิดจากไม่มีคนข้างกายดูแล หรือไม่มีคนข้าง ๆ ให้อยากดูแล ทำให้ละเลยการใช้ชีวิตด้วยความพิถีพิถัน

ความเหงายังส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยตรง (สุขภาพจิตเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่ออายุต่ออีกที) จากผลสำรวจในฐานของ UK Biobank ระบุว่า ผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความเบื้อหน่าย ไร้ซึ่งความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิต ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะซึมเศร้าหรือภาวะหมดไฟ จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างมีพลังกาย-พลังใจ ถึง 45%

สาระสำคัญที่ได้จากงานวิชาการที่ตีพิมพ์ฉบับนี้คือ การดูแลสุขภาพจิตและการเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมมีความสำคัญมากกว่าที่คน ๆ หนึ่งคิด และอาจสำคัญพอ ๆ กับการออกกำลังกายเลยด้วยซ้ำ “ความเหงา” ไม่อาจทำให้คนตายทันทีทันใด แต่กลับค่อย ๆ ส่งผลกระทบไปยังการดูแลตัวเอง

ขอเน้นย้ำอีกครั้ง

“ความเหงา” ไม่อาจทำให้คนตาย แต่ “ความเหงา” อาจทำให้คน ๆ หนึ่งละเลยการใช้ชีวิตที่ดีจนมีความเสี่ยงที่จะตายไว และตอนนี้ก็ใกล้สิ้นสุดเดือน “มีนาคม” แล้ว คุณ “มีใคร” หรือยัง ?

ที่มา The Economist

เด็กหนุ่มจากราชบุรี ที่ยังคงลองผิดลองถูกเสมอมา