ในช่วงนี้หลายคนคงเห็นข่าวใหญ่ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ปลดข้าราชการเป็นว่าเล่น และเมื่อเร็วๆ นี้ยังมีประกาศยุบกระทรวงศึกษาธิการอีก นโยบายลดขนาดรัฐบาลกลางที่เคยเป็นเพียงแนวคิด แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นฝันร้ายของพนักงานหลายคน
แต่ถ้าถามว่าใครได้รับผลกระทบเต็มๆ ไม่ต่างจากพนักงานที่ถูกเลย์ออฟ? คำตอบคือ “เด็กจบใหม่” โดยเฉพาะนักศึกษากฏหมายที่วาดฝันจะทำงานในกระทรวงยุติธรรม หรือหน่วยงานของรัฐ ที่ตอนนี้ถูกสั่งระงับการจ้างงานไปแบบไม่มีกำหนด
คำสั่งเดียว ลบล้างอนาคตของนักกฏหมายหลายร้อยคน
หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้ระงับการจ้างงานในหน่วยงานรัฐบาลกลาง หน่วยงานภาครัฐมากกว่า 12 แห่งได้ถอนตัวออกจากกิจกรรมรับสมัครงานของคณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักศึกษากฏหมายและบัณฑิตที่กำลังหางาน
วันที่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง เขาได้ลงนามในคำสั่งให้หยุดการจ้างงานของหน่วยงานรัฐบาลกลางเป็นเวลา 90 วัน หรือจนกว่าจะมีแผนลดจำนวนพนักงานโดยการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดขนาดองค์กร คำสั่งดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักศึกษากฏหมายที่หวังจะเข้าสู่ภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเกียรตินิยมที่เคยเป็นบันไดสู่ตำแหน่งทางกฏหมายในกระทรวงยุติธรรม
การหยุดจ้างงานของรัฐบาลกลางทำให้โอกาสที่เคยมีอยู่หายไปในพริบตา นักศึกษาที่ใกล้จะจบต้องกลับไปเริ่มหางานจากศูนย์ ท่ามกลางตลาดงานที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
“ผมเคยได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมโครงการของกระทรวงยุติธรรม แต่จู่ๆ ก็ได้รับแจ้งว่าตำแหน่งถูกระงับ” เจมส์ โอนีล นักศึกษากฎหมายปีสุดท้ายจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์กล่าว “ตอนนี้ผมต้องเริ่มหางานใหม่ในตลาดที่มีแต่คนแย่งกัน”
ไม่ใช่แค่ข้อเสนองานที่หายไป โครงการฝึกงานในหน่วยงานรัฐซึ่งเคยเป็นบันไดก้าวแรกของนักศึกษากฏหมายก็ถูกระงับ ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนหาทางเลือกใหม่อย่างเร่งด่วน
วิกฤตตลาดงานกฎหมาย เส้นทางที่อาจถูกปิดตาย
สำหรับนักศึกษากฏหมาย งานในภาครัฐไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือก แต่มันคือเป้าหมายหลักของพวกเขา เพราะให้ความมั่นคงและโอกาสในการทำงาน การที่รัฐบาลปิดประตูใส่หน้าทำให้พวกเขาต้องหันไปแข่งขันในภาคเอกชน ที่ตอนนี้ก็เต็มไปด้วยแรงงานล้นตลาด
“แต่ละปีจะมีหน่วยงานรัฐเข้ามารับสมัครนักศึกษา แต่ปีนี้ทุกอย่างเงียบสนิท” ศาสตราจารย์แมรี อดัมส์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว “นักศึกษาหลายคนที่เคยวางแผนชัดเจน ตอนนี้ต้องเริ่มคิดใหม่ว่าจะเอายังไงกับชีวิต”
มหาวิทยาลัยกฎหมายหลายแห่งเริ่มเจอแรงกดดัน เพราะเมื่อนักศึกษาที่คาดหวังจะทำงานภาครัฐไม่มีทางเลือก พวกเขาก็ต้องมองหาทางอื่น บางคนหันไปพึ่งงานเอกชนที่มีการแข่งขันสูง บางคนต้องเปลี่ยนสายงาน ทั้งที่อุตส่าห์ทุ่มเทเรียนกฎหมายมาหลายปี
เอกชนยื่นมือมาช่วย เพียงพอจริงหรือ
ท่ามกลางวิกฤตนี้ ภาคเอกชนเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น บริษัทกฎหมาย Dechert LLP ได้เปิดตัวโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษากฎหมายที่ได้รับผลกระทบ โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ฝึกงานและทำงานในภาคเอกชนแทน
แต่คำถามคือ มาตรการเหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ? หรือเป็นแค่การประคับประคองชั่วคราว? หากรัฐบาลยังไม่เปิดรับบุคลากรใหม่เข้าสู่ภาครัฐ อนาคตของนักศึกษากฎหมายในสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไร?
สุดท้ายนี้ การปลดข้าราชการหรือยุบหน่วนงานของรัฐไม่ได้กระทบแค่พนักงาน หรือเด็กจบใหม่ แต่ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พึ่งพาบริการทางกฏหมายของรัฐอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาทางกฎหมายฟรี การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย หรือแม้แต่การพิจารณาคดีที่อาจล่าช้าออกไป หน่วยงานที่เคยมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร และหากไม่มีการแก้ไข อาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางกฎหมายที่หนักขึ้น
ที่มา
CNBC MAKE IT , Bloomberg , Reuters


