#สรุป สาระสำคัญ 14 ข้อ แถลงการณ์ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่าทีของประเทศไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา
1) นายกแพทองธาร เริ่มด้วยการอัปเดทสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้านให้ฟัง ว่าหลายประเทศเริ่มมีการเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว แต่ยังไม่มีใครได้ข้อสรุปการเจรจา
2) มีการตั้งทีมทำงานมาตั้งแต่วันที่ 6 มกรา ก่อนที่ทรัมป์จะรับตำแหน่ง
3) คุยกับภาคเอกชน และตัวแทนของสหรัฐมาตลอด มีทั้งคุยเรื่องข้อเสนอทางการ และไม่เป็นทางการ
4) สัปดาห์หน้า ‘พิชัย ชุณหวชิร’ จะเป็นคนที่เจรจากับสหรัฐ ทั้งภาครัฐ-เอกชน
5) จะไปสื่อสารว่า ไทยไม่ใช่แค่คู่ค้า แต่คือมิตร และหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ เชื่อถือได้ในระยะยาว
6) อยากให้มั่นใจ เพราะรัฐบาลมีข้อเสนอเชิงนโยบายเตรียมไว้แล้ว
7) เช่น 1“เพิ่มการนำเข้า” สินค้าจากสหรัฐฯ ในด้านพลังงาน อากาศยาน สินค้าเกษตร
7.1 “จะส่งเสริมการลงทุนไทยในสหรัฐ”
7.2 จะลดเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าสหรัฐ
7.3 ปราบปราม สินค้าที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อหลีกภาษี
8. และยังมีมาตรการอื่น ๆ อีกที่พร้อมรับฟังจากสหรัฐฯ
9) สำหรับผู้ประกอบการในไทย มีแผนระยะสั้นเตรียมเยียวยา เช่น หาตลาดใหม่
10) จะเร่งเจรจาตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และ อินเดีย
11) อังคารที่ 8 นี้จะมีข้อสรุปทางการอีกทีหลังการประชุม
12) นายกแพทองธาร มั่นใจว่าข้อเสนอที่มีจะทำให้การเจรจากับสหรัฐฯ บรรลุผล
13) เน้นย้ำว่าทุกท่านไม่โดดเดี่ยว
14) ด้วยความสามัคคีความช่วยเหลือเกื้อกูลและความเอื้ออารีต่อกันของคนในชาติ นายกแพทองธารเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้
10 ข้อสังเกตุ ที่ผู้เขียนตั้งข้อสงสัย ต่อถ้อยแถลง
มีในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1.จากที่ระบุว่าคุยกับภาครัฐและเอกชน และตัวแทนของสหรัฐมาตลอด ทั้งข้อเสนอทางการและไม่ทางการ การเจรจาลักษณะนี้จะมีผลต่อการเจรจาต่อรองลดกำแพงภาษีจริงหรือ เพราะหากดูการเคลื่อนไหวของหลายชาติ ผู้นำหลายประเทศพยายามจะต่อสายตรงถึงทรัมป์กันทั้งนั้น
2. ทำไมถึงเลือก ‘พิชัย ชุณหวชิร’ เป็นผู้แทนในการเจรจา ไม่ใช่ตัวนายกรัฐมนตรีเสียเอง สงครามการค้าโลกได้เริ่มขึ้นแล้ว นาทีนี้อาจจะต้องเป็นผู้นำประเทศที่เป็นคนทำหน้าที่นี้เพราะมีอำนาจที่สุด
3.ทรัมป์เคยกล่าวชื่นชมญี่ปุ่นว่าเป็นประเทศที่ดี เป็นคู่ค้าที่ดี (แสดงท่าทีว่าเป็นมิตร) แต่ก็ลงเอยด้วยการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ และภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ‘ชิเงรุ อิชิบะ’ ถึงกับหน้าเสีย เช่นนั้น key message ในการเจรจาว่าไทยคือมิตร และหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ เชื่อถือได้ในระยะยาว จะใช้ไม่ได้ผลหรือไม่ ? (ญี่ปุ่นมีการลงทุนในสหรัฐอเมริกาเยอะมากมีความเป็นมิตรทางเศรษฐกิจสูงยังไม่รอด)
4.เช่นเดียวกับ นายกรัฐมนตรีสเปน ‘เปโดร ซานเชซ’ ที่กล่าวว่า “การโจมตีด้วยภาษีศุลกากรครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มีการแบ่งแยกระหว่างมิตรหรือศัตรูไม่เลือกปฏิบัติตามอุดมการณ์หรือดุลการค้าใดๆ แต่เป็นการโจมตีต่อทุกคนและทุกสิ่ง” ยิ่งเน้นย้ำว่าทรัมป์ไม่สนมิตรสหายใดๆ
5. สหรัฐฯจะเชื่อถือไทยในระยะยาวได้อย่างไร ในเมื่อประเทศไทยมีการเอื้อสิทธิประโยชน์ต่อประเทศจีน คู่แข่งโดยตรงกับสหรัฐขนาดนี้ ถ้าผู้เขียนคือตัวแทนจากสหรัฐ ย่อมไม่อาจมองข้ามข้อเท็จจริงนี้ได้
6.ข้อเสนอที่เตรียมไว้ให้สหรัฐ ย่อมทำให้ผู้ประกอบการในไทยมีทั้งภาคส่วนที่ได้เปรียบ และได้รับผลกระทบจากการเจรจาครั้งนี้ รัฐบาลต้องพิจาณาอย่างรอบคอบ
7. จากที่เคยมีข่าวว่ารัฐสภายุโรปจะเอาข้อตกลงการค้าเสรีมาขู่ หลังไทยส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ประเด็นนี้รัฐบาลไทยได้เข้าไปคุยทำความเข้าใจกับรัฐสภายุโรปหรือยัง เพราะหากต้องการตลาดใหม่ ๆ เพื่อเป็นทางรอดระยะสั้นของผู้ประกอบการ ไทยจะช้าไม่ได้ เพราะทุกประเทศทั่วโลกต่างเตรียมพร้อมสำหรับส่งออกไปตลาด ๆ ใหม่ ๆ แข่งกับไทยเสมอ
8. เช่นเดียวกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกมาวิเคราะห์ว่า ไทยจะเจอการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ เพราะครานี้ต้องแข่งกับทั้งโลกที่หลีกหนีกำแพงภาษีของทรัมป์
9. ประชุมอังคารที่ 8 เพื่อรับมือกับกำแพงภาษีที่จะประกาศใช้วันที่ 9 ??? (ทรัมป์ประกาศเรื่องกำแพงภาษีเช้ามืดวันที่ 3 เมษา) และวันที่ 5-7 วันหยุดยาว
10. ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ‘อันวาร์’ ฐานะประธาน(หมุน)ของอาเซียนต่อสายคุยกับผู้นำอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นบรูไน อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ทันทีหลังทรัมป์ประกาศนโยบายภาษี แต่ทำไมในสมการนี้ไม่มีประเทศไทย

