ตั้งแต่เข้าปี 2568 ตอนนี้ที่ฮ่องกงมีรายงานว่ามีนักเรียนอย่างน้อย 15 ราย ที่เข้าข่ายถูกพิจารณาว่าเสียชีวิตจากการ ‘ฆ่าตัวตาย’ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เร่งตัวขึ้นจากปีที่แล้ว และหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ ยอดเด็กผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอาจแซงหน้ายอดปี 2567
สุขภาพจิตสุขภาพใจของนักเรียนฮ่องกงกำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก และเรื่องนี้กำลังทำให้หน่วยงานกระทรวงศึกษาฮ่องกง ผู้มีอำนาจ คุณครูและผู้บรรดาผู้บริหารของโรงเรียนนั่งไม่ติด
จากข้อมูลที่สำนักงานกระทรวงศึกษาธิการฮ่องกงเปิดเผย ผู้เสียชีวิต 11 จาก 15 ราย ศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน และอีก 4 รายในเดือนพฤษภาคมจากการรายงานของสื่อท้องถิ่น ทำให้ถ้านับเป็นค่าเฉลี่ย จะมีเด็กเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเฉลี่ยเดือนละ 3 คน (มกราคม-พฤษภาคม)
นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังเปิดเผยว่า จากการสังเกตผ่านข้อมูลที่เก็บมาตลอด 5 ปี พบข้อมูลที่น่ากลัวว่า จำนวนการฆ่าตัวตายมักจะค่อย ๆ สูงขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และสูงขึ้นอีกในเดือนกันยายน-ถึงพฤศจิกายน หมายความว่าต่อจากนี้สถานการณ์จะยิ่งน่าเป็นห่วงเพิ่มมากขึ้น
(ในปี 2567 ฮ่องกงมียอดเด็กเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 28 ราย)
ศูนย์วิจัยและป้องกันการฆ่าตัวตาย Hong Kong Jockey Club มหาวิทยาลัยฮ่องกงเปิดเผยว่า อัตราการฆ่าตัวตายของกลุ่มคนอายุ 15-24 ปี ในเมืองเพิ่มขึ้นจาก 6.2 รายต่อประชากร 100,000 คน เป็น 12.2 รายต่อประชากร 100,000 คนในปี 2022 และตัวเลขนี้อาจสูงขึ้นอีกหากดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้
ซึ่งอัตราการฆ่าตัวตายนี้ถ้าเทียบกับข้อมูลขององค์กรอนามัยโลกจะพบว่าในประเทศและภูมิภาคที่พัฒนาแล้ว กลุ่มคนอายุ 15-24 จะมีอัตราการฆ่าตัวตายตั้งแต่ 5-16 รายต่อประชากร 100,000 คน ในขณะที่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกามีอัตราการฆ่าตัวตายสูงถึง 16.8 รายต่อประชากร 100,000 คน
ตอนนี้ฮ่องกงกำลังไต่ระดับไปเทียบเคียงประเทศที่เด็กและเยาชนมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดของโลก เรื่องนี้เป็นเหมือนมุมมืดของฮ่องกง เป็นควันดำที่ผู้ใหญ่มองไม่เห็น แต่กลับชัดเจนในสายตายของเด็ก ๆ ที่นั่น ชีวิตที่เด็กฮ่องกงเผชิญกำลังมีอะไรผิดปกติอย่างรุนแรง
สหพันธ์กลุ่มเยาวชนฮ่องกงเปิดเผยผลสำรวจที่ระบุว่าเด็กมัธยมศึกษาในพื้นที่ ๆ สำรวจ กว่า 30% เคยคิดที่จะทำร้ายตัวเอง ไปจนถึงอาจคิดฆ่าตัวตาย ตัวเลขและผลสำรวจนี้ยิ่งทำให้หัวหน้าศูนย์วิจัยการฆ่าตัวตาย ศาสตราจารย์พอล ยิป ซิ่วไฟ (Paul Yip Siu-fai) ออกมาบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำเพื่อป้องกันสุขภาพจิตเด็กแทบจะไม่เข้าเป้าเลย
ซึ่งสาเหตุเบื้องหลังที่เด็กฆ่าตัวตาย กระทรวงระบุว่าเป็นเพราะหลาย ๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อม การใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ และสังคม แต่น่าแปลกใจที่กระทรวงศึกษากลับไม่ระบุว่าเป็นเพราะการศึกษาเลย ทั้ง ๆ ที่คนที่เสียชีวิตคือกลุ่มเด็กที่กำลังเรียนหนังสืออยู่แท้ ๆ
The Wave Clinic คลินิกด้านสุขภาพจิตเคยออกบทความที่วิเคราะห์ว่าเพราะอะไรเด็กฮ่องกงถึงมีปัญหาสุขภาพจิต ? ซึ่งหนึ่งในสาเหตุก็มาจากระบบการเรียนของฮ่องกงนั่นแหละ ทั้งเรียนหนัก งานเยอะ โดนเพื่อน ๆ และครอบครัวกดดัน
ในช่วงที่เรียนหนังสือ เด็ก ๆ หลายคนที่ฮ่องกงต้องเรียนพิเศษนอกโรงเรียนหลังเรียนเสร็จแต่ละวัน พวกเขาใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงเพื่ออ่านหนังสือและทำการบ้าน และสำหรับพ่อแม่หลาย ๆ คน เกรดที่ยอดเยี่ยมคือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตของลูก ซึ่งเป็นความคาดหวังที่ฝังรากลึกในเด็กหลายคน จากความผิดปกติ กลายเป็นความปกติในชีวิตเด็กไปซะอย่างงั้น
ฮ่องกงอาจจะเป็นหนึ่งในที่ ๆ ใครหลายคนมีภาพจำว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว
แต่เบื้องหลังฉากสวยงาม กำลังมีหมอกดำปกคลุมอยู่
.
ที่มา SCMP , The Wave Clinic
