วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 กลุ่มเซ็นทรัลประกาศว่า บริษัทได้ใช้สิทธิในการแปลงหนี้เป็นทุน จากเงินกู้ที่บริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลให้ไว้กับ Selfridges Group (กลุ่มเซลฟริดเจส) ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเมื่อได้รับการอนุมัติตามกฎหมายป้องกันการผูกขาด (Antitrust) และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลจะขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีอำนาจในการบริหารงานบริษัทร่วมทุนที่ประกอบกิจการสรรพสินค้าในกลุ่มเซลฟริดเจส ซึ่งประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า Selfridges อันโด่งดังในสหราชอาณาจักร ห้างสรรพสินค้า Brown Thomas และ Arnotts ในไอร์แลนด์ และห้างสรรพสินค้า De Bijenkorf ในเนเธอร์แลนด์
การดำเนินการในครั้งนี้ตอกย้ำจุดยืนของกลุ่มเซ็นทรัลในฐานะเจ้าของและผู้ประกอบการกลุ่มห้างสรรพสินค้าหรูระดับลักเซอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่เป็นผู้คัดสรรสุดยอดแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ชั้นนำเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้า
สำหรับดีลการเข้าถือหุ้นของเครือเซ็นทรัลในกลุ่มเซลฟริดเจส เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2564 ได้มีการลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อกิจการเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านปอนด์ หรือราว 1.8 แสนล้าน ในสัดส่วนการถือหุ้น 50%
สำหรับกลุ่มเซ็นทรัลก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ระดับโลก ครอบคลุม 8 ประเทศในทวีปยุโรป และแฟลกชิปสโตร์บนทำเลที่ดีที่สุดของเมืองต่างๆ
ซึ่งปัจจุบัน เซ็นทรัลมีห้างสรรพสินค้าใน 40 แห่งทั่วยุโรป และเป้นห้างฯ ระดับสินค้าลักชัวรี่ทั้งสิ้น
นับตั้งแต่ปี 2554 กลุ่มเซ็นทรัล ได้เริ่มเข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในยุโรปคือ ‘รีนาเชนเต’ (Rinascente) ในประเทศอิตาลี ด้วยเงินลงทุน 11,000 ล้านบาท และเป็นเจ้าของแบบ 100% โดยมีสาขารวม 11 แห่งใน 8 เมืองดัง ทั้ง โรม มิลาน ฟลอเรนซ์ กาตาเนีย คัลยารี ปาแลร์โม เจนัว ปาโดวา มอนซา และตูริน
หลังจากกลุ่มเซ็นทรัลยังได้เข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าอีกหลายแห่งมีทั้งในประเทศ เช่น ห้างอิลลุม (Illum) ก่อตั้งมา 120 ปี ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นห้างระดับพรีเมียมที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง มีพื้นที่ 20,000 ตรม. โดยต้อนรับผู้มาเยือนประมาณ 6.5 ล้านคนต่อปี
ห้างในเครือคาเดวา (KaDeWe) ก่อตั้งมา 115 ปี ทั้งหมด 3 สาขา ใน 3 เมืองใหญ่ของประเทศเยอรมนี ทั้ง ‘โอเบอร์โพลลิงเกอร์’ และ ‘อัลสแตร์เฮาส์’ โดยตัวห้างแทบจะคงรูปแบบของอาคารทั้งภายในและภายนอกเอาไว้เหมือนเมื่อร้อยปีก่อน โดยกลุ่มเซ็นทรัลถือหุ้น 50.1%
ห้างโกลบุส (GLOBUS) ก่อตั้งมา 130 ปี มี 8 สาขา ในสวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มเซ็นทรัล และซิกน่ากรุ๊ป จากออสเตรีย ถือหุ้นฝั่งละ 50-50% ซึ่งข้อตกลงทางธุรกิจนี้มีมูลค่าราว 37,200 ล้านบาทสวิตเซอร์แลนด์
กลุ่มเซลฟริดเจส ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้ารวมทั้งหมด 18 แห่ง ภายใต้ 4 แบรนด์ ใน 3 ประเทศ ได้แก่
เครือห้างสรรพสินค้าเซลฟริดเจส ในประเทศอังกฤษ ที่ก่อตั้งมา 114 ปี มี 18 สาขา 4 แบรนด์ ใน 3 ประเทศ คือ อังกฤษ ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 180,000 ล้านบาท โดยกลุ่มเซ็นทรัล และซิกน่ากรุ๊ป จากออสเตรีย ถือหุ้นฝั่งละ 50-50% ซึ่งประกอบไปด้วย
ห้างสรรพสินค้า บราวน์ โธมัส (Brown Thomas) และ อาร์นอตส์ (Arnotts) ในประเทศไอร์แลนด์
ห้างสรรพสินค้า ดี แบนคอร์ฟ (de Bijenkorf) ในประเทศเนเธอร์แลนด์
ขณะเดียวกันยังเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันโดดเด่น ซึ่งดึงดูดลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลได้กว่า 30 ล้านคนต่อเดือน และมีการจัดส่งสินค้าไปยังกว่า 130 ประเทศทั่วโลก
และเตรียมโครงการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าหรูในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และในเมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี
เรียกได้ว่าห้างค้าปลีกไทยกำลังคืบคลานยึดหัวเมืองและห้างดังเก่าแก่ในทวียุโรปอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งชื่อเสียงของการบริหารห้างสรรพสินค้าไทยนั้นนับว่าอยู่ในระดับโลก โดยเฉพาะเครือเซ็นทรัลฯ ที่ได้ออกไปลุยตลาดค้าปลีกต่างแดน และกำลังจะขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ อีกมากมายในอนาคต
