ภาพจำของการเป็น “Youtuber” เป็น “Influencer” ในไทยถ้าไม่ใช่สายสาระความรู้ไปเลย ก็จะเป็นสายบันเทิง และสายท่องเที่ยว ซึ่งสายท่องเที่ยวนับว่าได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเหมือนได้ดูคนอื่นท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นตัวแทนของผู้คนจำนวนมากที่ได้ไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตในที่ที่ไม่เคยได้มีโอกาสไป และถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นผ่านคลิปวีดีโอสู่สายตาผู้ชมบนแพล็ตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ของตัวเอง
ในช่วงที่ผ่านมา Youtuber ในประเทศไทยเกิดขึ้นมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ตอนนี้คงไม่มีใครที่โด่งดังเป็นพลุแตกอย่างรวดเร็วเท่ากับ “คัลแลน – พี่จอง” สอง Youtuber สายท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้จากช่อง “Cullen Hateberry” ที่ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนที่ผ่านมา ยอดผู้ติดตามของช่องพุ่งทะลุ 1.9 ล้านคน จากตอนแรกที่มีผู้ติดตามเพียงหลักแสนมาเกือบปี และยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องไม่หยุด ขณะที่ยอดวิวในแต่ละคลิปที่ปล่อยมาก็ทะลุล้านวิวอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ไม่เพียงเท่านั้น ในโลกของความเป็นจริงทั้งสองคนและเพื่อนๆ ที่เคยทำคลิปด้วยกันก็กลายเป็นบุคคลสาธารณะที่มีผู้คนให้ความสนใจอย่างล้นหลาม มีแบรนด์สินค้าระดับโลกจับจองตัวไปเป็นพรีเซนเตอร์ จนล่าสุดเกิดปรากฎการณ์ “สยามสแควร์แตก” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อทั้งคู่ไปปรากฎตัวในฐานะพรีเซนเตอร์ท่านหนึ่งของแบรนด์เครื่องสำอางที่เคยเข้าเป็นผู้สนับสนุนในคลิปของพวกเขาตั้งแต่ที่ยังไม่ได้โด่งดังขนาดนี้ และบรรยากาศในวันนั้นมีผู้คนนับพันๆ คนไปรอต้อนรับประหนึ่งว่าเขาคือ ซุปเปอร์สตาร์คนหนึ่งไปเป็นที่เรียบร้อย
ถ้ามองในมุมของการใช้มาตรฐาน “Beauty Privilege” แล้วทั้งสองคนก็ถือว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่เป็นลักษณะนิยมของคนไทย และด้วยการเป็นชาวเกาหลีใต้ที่วัฒนธรรมบันเทิงและภาพลักษณ์แบบชาวโสมขาวเป็นที่มีอิทธิพลต่อถูกจริตความชอบของคนไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ย่อมไม่แปลกใจที่ผู้คนจะลองเปิดใจดู
ยิ่งการดำเนินเรื่องราวในคลิปที่ทั้งสองคนใช้ภาษาไทยสื่อสารตลอดเวลาแบบผิดบ้างถูกบ้าง กลายเป็นความน่ารักน่าเอ็นดูของผู้ชมที่เห็นถึงความพยายามของชาวต่างชาติในการใช้ภาษาท้องถิ่น
ถ้าเพียงแค่ใช้มาตรฐานค่านิยมความงามและความน่ารักน่าเอ็นดูอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะก็ต้องยอมรับว่า Youtuber หลายคนทั้งไทยและเทศก็มีรูปลักษณ์ภายนอกที่น่าดึงดูดผู้ชมไม่แตกต่างกัน หล่อ สวย เก่ง ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
แต่สิ่งที่ทำให้คัลแลนด์กับพี่จองโดดเด่นทะลุทะลวงคนอื่นๆ ขึ้นมาก็คือ “ความธรรมดาๆ ที่แสนพิเศษ แต่เป็นธรรมชาติ” ของทั้งสองคนนั่นเอง
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ในสังคมโซเชียลมีเดีย การที่ใครสักคนจะโด่งดังได้นั้น ไม่ได้เกิดจากการทำคอนเทนต์เก่ง โปรดักชันสวย หรือเนื้อหาดีเพียงเท่านั้น แต่คนดังบนโลกออนไลน์จำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักจากการเกิดประเด็นดราม่า จนกลายเป็นข่าวในระดับที่สังคมให้ความสนใจว่า “คนๆ นี้คือใคร” ซึ่งดราม่าที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะเกิดจากความบังเอิญ หรือความตั้งใจพยายามสร้างดราม่า เพื่อให้เกิดซีนในคลิปเป็นเนื้อหาคอนเทนต์ขึ้นมาก็เป็นได้
หรือแม้แต่การพยายามใช้ความสนิทสนมกับผู้ชมด้วยการพูดจาด้วยถ้อยคำ กิริยา ที่ดูหยาบคาย หรือส่อไปทางเพศ ซึ่งแน่นอนเรื่องราวเหล่านี้มันเข้าถึงกลุ่มคนได้ง่ายอยู่แล้ว เพราะมันเป็นอุปนิสัยพื้นฐานของคนทั่วไป ดังนั้นการเอาตัวเองไปเป็นพวกเขาโดยการลดกำแพงความห่างไกลระหว่างผู้ชม ผู้ติดตามกับเจ้าของช่อง ซึ่งมันก็เป็นคาแรคเตอร์ของช่องนั้นๆ ไม่มีถูกหรือผิด แต่กลุ่มเป้าหมายผู้ติดตามก็จะเป็นแค่คนที่ชื่นชอบคอนเทนต์ลักษณะนี้ แต่ไม่สามารถ “Mass” ได้
กลับมาที่ช่อง Cullen Hateberry สิ่งที่ผู้ชมส่วนใหญ่เห็นตรงกันคือ การที่ทั้งสองคนมองสถานการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าแม้ว่ามันจะสร้างอุปสรรค สร้างปัญหา หรือทำให้การถ่ายทำไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นนักให้เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้ และแทนที่จะต้องหัวเสียกับมันเพียงเพราะความไม่ได้ดั่งใจ กลับมองเป็นความธรรมดาที่ผ่านมาและผ่านไปด้วยทัศนคติคิดบวก ไม่เอาอารมณ์ไปใส่กับสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การแสร้งทำแล้วจะทำได้ตลอดเวลาด้วย เพราะการถ่ายคลิปในลักษณะ vlog แบบนี้เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าที่พบเจอให้เป็นไปตามบทที่เขียนไว้ ถ้าพื้นฐานจิตใจของคนๆ นั้นไม่มีหรือถูกปลูกฝังทัศนคติที่ดีจากเนื้อแท้ที่เกิดจากการอบรมณ์เลี้ยงดู หรือจากพื้นฐานครอบครัวที่อุ้มชูชุบเลี้ยงสั่งสอนมา ก็จะไม่สามารถรักษาอารมณ์ได้ให้เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีได้ตลอดเวลาอย่างแน่นอน
การใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของทั้งคู่ไม่ว่าจะต่อคน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ ใบหญ้า และทุกสิ่งรอบตัวที่ผู้คนมักมองข้าม อันที่จริงมันเหมือนเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภาษาไทยของคัลแลนด์กับพี่จอง เพราะยิ่งการที่สงสัยอะไร การกล้าถาม กล้าชวนคุย มันคือการฝึกฝนการเอาตัวรอดอย่างหนึ่งเช่นกัน ภาพที่ออกมามันสื่อให้เห็นถึงความพยายามของชาวต่างชาติที่ต้องการจะเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าที่ไม่ใช้โลกที่พวกเขาเติบโตมา ไม่ใช่ภาษาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ความน่ารักน่าเอ็นดูจากความไม่รู้จึงเกิดขึ้น และทำให้คนดูลุ้นไปกับเขาทั้งสองคนในการผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปให้ได้
สิ่งเหล่านี้หากมองในมุมด้านการตลาดแล้วมันคือสิ่งที่มีคุณค่าที่นักการตลาดของแบรนด์สินค้าต้องการ แต่ยังหาไม่ได้จนกระทั่งสองคนนี้ปรากฎตัวขึ้นมา ผู้เขียนได้มีโอกาศพูดคุยถึงปรากฎการที่เกิดขึ้นในตอนนี้กับผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า สิ่งที่นักการตลาดต้องการและกำลังมองหา แต่ยังหาไม่ได้เสียทีจากดารา ศิลปิน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงจากโลกออนไลน์คือ ความน่าเอ็นดูคนวัยผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย
“ถ้าเป็นคนดังในวัยนี้ภาพลักษณ์ของเขามักสื่อสารไปในมุมของความดูดี ดูเท่ห์ เพอร์เฟค ดูสมาร์ท ซึ่งมีค่อนข้างเยอะแล้วในปัจจุัน แต่หากจะภาพลักษณ์ที่ดูน่ารัก น่าเอ็นดูนั้นกลับเป็นสัตว์เลี้ยงมากว่าทั้งสุนัข เป็นแมว เช่น แก๊งน้องหมาใน Gluta story หรือจุ๊มเหม่ง ตัวแทนความน่ารักในแบบของมนุษย์วัยผู้ใหญ่ยังไม่มี แต่เมื่อทั้งคัลแลนด์ กับพี่จองปรากฎตัวและมีชื่อเสียงขึ้นมาจากความน่ารักน่าเอ็นดู ก็กลายเป็นสิ่งที่นักการตลาดตลอดการเป็นอย่างมาก“
ผศ.ดร.เอกก์กล่าวเพิ่มเติมว่า จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ ถึงต้องการให้ทั้งสองคนนี้ไปเป็นพรีเซนเตอร์แม้จะต้องจ่ายแพงด้วยค่าตัวหลักล้านหรือหลายล้านบาทก็ยอมควัก
สุดท้ายการไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์ ผิดพลาดบ้าง ไม่ต้องเพอร์เฟค ไม่ต้องวางแผนเยอะ แค่ให้บรรยากาศและช่วงเวลา ณ ตอนนั้นพาไป เพราะคนเราเมื่อเสพติดความสมบูรณ์แบบมากๆ จากที่มันเคยพิเศษมันจะกลายเป็นสิ่งที่แสนธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษอีกต่อไป แต่สำหรับทั้งสองคนนั้น ทุกอย่างเริ่มมาจากความธรรมดา การเดินทางที่แสนธรรมดา สถานที่ธรรมดา การใช้ชีวิตที่ธรรมดา และมีความสุขกับเรื่องธรรมดา แต่กลับเป็นว่ามันสามารถสร้างความพิเศษได้ด้วยตัวมันเองจากเสน่ห์ของทั้งสองคน อย่างบ้านสถานที่ บางที่พัก ร้านอาหารบางร้าน คนในประเทศยังไม่รู้ว่ามี หรือยังไม่เคยไปด้วยซ้ำด้วยข้อแม้บางอย่าง แต่ทั้งคู่เป็นเหมือนกับตัวแทนเพื่อนนักเดินทางที่ดั้นด้นไปจนถึง และกลับมาจุดประกายให้คนที่ไม่เคยไป ได้ลองออกไปใช้ชีวิตสักครั้ง แบบที่ไม่ต้องวางแผนให้ยุ่งยาก แต่ปล่อยตัวปล่อยใจให้มันเดินทางไปพร้อมจังหวะของชีวิตที่ราบเรียบบ้างก็เป็นเรื่องดี
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเป็นคนดังของทั้งคัลแลน พี่จอง และผองเพื่อนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่มันคือจุดเริ่มต้นจากการเป็นตัวของตัวเองที่มีความน่ารักน่าเอ็นดู ไม่ใช่เกิดจากการสร้างดราม่า หรือมีกระแสขึ้นมาเพราะความหยาบคาย ซึ่งเป็นมิติที่น่าสนใจและเป็นกรณีศึกษาให้คนที่เป็น Youtuber หรือ Influencer หรือพยายามสร้างตัวตนของตัวเองบนโลกออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความ Toxic เพื่อให้ตัวเองดังและเป็นที่สนใจของโลก แต่ก็สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมในด้านผู้ให้ความสุขกับผู้คนได้เช่นกัน และทุกคนก็รับความน่ารักของพวกเขาเข้าไปอยู่ในหัวใจแบบไร้มลพิษ
