ไทยทำแสบ การคว้าตั๋วโอลิมปิกป่วนทีมทั่วโลก ทุกทีมที่เหลือจะ “เอาจริง” กว่าเดิม

#EDITORAL การคว้าตั๋วไป “LA 2028” ของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยจากการคว้าแชมป์เอเชียที่แฟนวอลเลย์ฯ แสนภาคภูมิใจว่า “ต้องแบบนี้สิวะอิหญิง ป้าเขียวรักไทยแลนด์ค่ะ!! เชิด!!!!!” กลายเป็นปุ่มทองคำ Golden Buzzer กดผ่านทางให้ไทยแลนด์ไปยืนรอในโอลิมปิกรอบสุดท้ายเป็นชาติที่ 3 ของโลกแบบไม่ต้องรอนาน พร้อมกับอีก 5 ทีมที่เป็นแชมป์ทวีปต่างๆ และเจ้าภาพอย่างสหรัฐอเมริกาแบบสวยๆ

แต่ความแสบของทีมม้ามืดแบบไทยแลนด์ก็ได้ราดน้ำมันลงจุดไฟใส่ที่นั่งที่เหลืออีก 6 ที่เท่านั้นที่ทุกทีมทั่วโลกจะต้องตบตีแย่งโควต้าอันแสนจำกัดเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นในโอลิมปิกให้ได้ และในจำนวนทีมเหล่านั้นยังเหลือชาติมหาอำนาจลูกยางอีกหลายประเทศทั้งระดับหัวแถวของโลกและทีมระดับกลางต้องสู้กันแบบสุดความสามารถในทัวร์นาเมนต์ที่เหลือในอีก 2 ปีนี้

อย่างที่ทราบคือ ความสำคัญของชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกของระบบคัดเลือกโอลิมปิกชุดใหม่ที่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ประกาศใช้สำหรับคัดยอดฝีมือสู่ LA 2028 ซึ่งเปลี่ยนวิธีการวางแผนของทุกทีมในทวีปไปโดยสิ้นเชิง และนี่คือจุดเริ่มต้นของแรงสั่นสะเทือนที่ไทยได้จุดชนวนขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

เพื่อเข้าใจเกณฑ์การคัดเลือกทีมวอลเลย์บอลที่จะได้ไปโอลิมปิก 2028 ของ FIVB วางโควตาทั้งหมด 12 ที่นั่งไว้ดังนี้

  • 1 ที่นั่ง ให้เจ้าภาพสหรัฐอเมริกาโดยอัตโนมัติ
  • 5 ที่นั่ง ให้แชมป์จากการแข่งขันชิงแชมป์ทวีปทั้ง 5 ทวีปในปี 2026 (เอเชีย=ไทย อเมริกาเหนือ-กลาง/NORCECA=แคนาดา, ยุโรป=?, แอฟริกา=เคนย่า, อเมริกาใต้=?) ทวีปละ 1 ที่นั่ง
  • 3 ที่นั่ง ให้ทีมผลงานดีที่สุดที่ยังไม่ได้สิทธิ์ จากศึกชิงแชมป์โลกวอลเลย์บอล FIVB Volleyball World Cup 2027
  • 3 ที่นั่งสุดท้าย ตัดสินด้วยอันดับโลก FIVB ณ ช่วงปิดรอบคัดเลือกของ Nations League : VNL 2028


นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเมื่อเทียบกับรอบคัดเลือกโอลิมปิกปารีส 2024 ที่ใช้ระบบ Olympic Qualification Tournament (OQT) เปิดโอกาสให้ 24 ทีมที่มีอันดับโลกสูงสุดเข้าแข่งแบบเปิดกว้างเพื่อชิง 2 อันดับแรกต่อสาย ระบบใหม่กลับล็อกโควตาถึง 5 ใน 12 ที่นั่ง หรือมากกว่า 40% ไว้ให้กับแชมป์ทวีป โดยไม่สนอันดับโลกเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ทีมนั้นมีอันดับโลกต่ำกว่าคู่แข่งในทวีปอื่นมากเพียงใดก็ตาม

ผลที่ตามมาคือ การแข่งขันชิงแชมป์ทวีปในปี 2026 กลายเป็นประตูที่ปลอดภัยที่สุดสู่โอลิมปิก เพราะหากพลาดโอกาสตรงนี้ไป ทีมนั้นจะต้องไปแย่งชิงกับทีมทั่วโลกในโควตาที่เหลือเพียง 6 ที่นั่ง แบ่งเป็น 3 จากชิงแชมป์โลก + 3 จากอันดับโลก ซึ่งหนทางจะยิ่งแคบ ยาก โหด หินกว่าเดิมมาก

ทีมอันดับโลกสูงก็ใช่ว่าจะได้ไปโอลิมปิกเสมอไป

สัญญาณความปั่นป่วนนี้ปรากฏให้เห็นตั้งแต่ที่ศึก NORCECA Championship 2026 ณ เมืองซานโตโดมิงโก สาธารณรัฐโดมินิกัน ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมท็อปของโลกและเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2028 ต้องพ่ายให้กับแคนาดาไปแบบสูสี 3-2 เซตในนัดชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ทำให้แคนาดาเป็นฝ่ายคว้าโควตาแชมป์ทวีปอเมริกาเหนือ-กลางไปครอง ส่วนสหรัฐก็แค่โดนลบคะแนนอันดับโลก แต่ก็ยังได้แข่งโอลิมปิกในฐานะเจ้าภาพ

ในซีกยุโรปกำลังมีการแข่งในศึกชิงแชมป์ยุโรป 2026 ที่กำลังแข่งขันอยู่ในช่วง 21 สิงหาคม-6 กันยายนซึ่งเป็นทวีปที่มีทีมอันดับโลกสูงกระจุกตัวหนาแน่นที่สุดทั้ง เซอร์เบีย, อิตาลี, ตุรกี, โปแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และทีมยุโรประดับกลางอย่างเยอรมัน เช็กเกีย และเบลเยียม ที่มีคะแนนอันดับโลกห่างกันไม่เกิน 10 แต้มซึ่งถือว่าเบียดกันมาหากใครพลาดท่าแพ้ทีมที่อันดับต่ำกว่าก็แทบจะหมดสิทธิ์เอาคะแนนกลับมาได้เลย

โดยรอบชิงที่นครอิสตันบูล ตุรกีจะเป็นบทพิสูจน์ที่ดุเดือดที่สุด เพราะมีเพียง 1 ที่นั่งเท่านั้นสำหรับทวีปที่มีทีมระดับโลกกระจุกตัวมากที่สุด

นั่นหมายความว่าอย่างน้อย 4-5 ทีมระดับท็อป 10 ของโลกจะต้องพลาดโควตาแชมป์ทวีปไปโดยปริยาย และต้องไปลุ้นในโควตาที่เหลือเพียง 6 ที่นั่งทั่วโลกร่วมกับทีมจากทวีปอื่นที่พลาดเช่นกัน

พูดอีกนัยหนึ่งคือ ทีมที่มีอันดับโลกติดท็อป 5-10 ของโลกในปีนี้ มีความเสี่ยงพลาดโอลิมปิกได้จริง หากผลงานในรอบ 2 ปีข้างหน้าในชิงแชมป์โลก 2027 และช่วงอันดับโลกก่อนปิด VNL 2028 ไม่ดีพอที่จะไต่เข้าไปอยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายของแต่ละเส้นทางที่เหลือ

รวมถึงญี่ปุ่นและจีนจากเอเชีย ถ้าหากชิงแชมป์เอเชียที่ผ่านมา 1 ใน 2 ชาตินี้เป็นแชมป์ สมการนี้จะไม่เกิดขึ้นเพราะทัวร์นาเมนต์ที่เหลือมีความเป็นไปได้สูงที่จะส่งดาวรุ่งมาผสมทีมตัวจริงบางคนและชุด B มาแข่งเพื่อให้ตัวจริงที่จะไปโอลิมปิกได้โฟกัสกับการซ้อมเตรียมทีม อย่างเช่นจีนที่จะใช้วิธีนี้ค่อนข้างบ่อยโดยเฉพาะใน VNL

แต่ว่าทั้งสองทีมยักษ์ใหญ่เอเชียพลาดท่าพ่ายให้ไทยทั้งคู่ ดังนั้นจึงเป็นสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ทั้งสองทีมต้องจัดตัวจริง ชุดใหญ่ที่สุด ดีที่สุดไปลุยทำผลงานรวมทั้งเก็บคะแนนอันดับโลกให้ได้มากที่สุดเพื่อการันตีการได้ไป LA 2028

อย่างไรก็ตามหากว่าทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์ดันไปแพ้เยอะโดยเฉพาะกับทีมที่อันดับโลกต่ำกว่ามากๆ และโดนลบคะแนนเยอะจนหลุดท็อบ 10 ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงก็จะกลายเป็นหายนะทันทีของมหาอำนาจเอเชีย เนื่องจากทุกทีมจะสู้กันลืมตายถวายชีวิต ทำให้ทุกทีมที่เหลือก็ต้องจัดตัวเต็มตัวจริงลงสนามแบบไม่มีการออมมือหรือใช้งานทีม B ทีม C มาแข่งอีกแล้ว นั่นจึงเป็นงานยากสำหรับทั้งจีนและญี่ปุ่น รวมทั้งทีมยุโรปทั้งเกรด A และ B

ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทำให้สถานะของไทยแตกต่างจากทีมอื่นที่ยังต้องลุ้นคือ การคว้าแชมป์เอเชียครั้งนี้ทำให้ไทยไม่เพียงได้สิทธิ์ไปโอลิมปิก 2028 ทันทีเท่านั้น

แต่ยังได้สิทธิ์เข้าร่วมศึกชิงแชมป์โลก 2027 ไปพร้อมกันด้วย ทำให้ไทยหลุดพ้นจากแรงกดดันของการต้องไล่ล่าอันดับโลกหรือแย่งโควตาที่เหลือกับทีมมหาอำนาจของโลกไปโดยสิ้นเชิง และสามารถวางแผนพัฒนาทีมระยะยาวสำหรับโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเวลาเตรียมตัวเต็มที่ ต่างจากทีมระดับโลกอีกหลายทีมที่ต้องเผชิญกับเกมที่ดุเดือดขึ้นในทุกรายการที่เหลือของปี 2026-2028

2 ปีแห่งที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลหญิง

การเปลี่ยนโครงสร้างโควต้าให้กระจุกตัวอยู่ที่แชมป์ทวีปเป็นหลัก ได้เปลี่ยนธรรมชาติของเกมคัดเลือกโอลิมปิกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่อันดับโลกและผลงานสะสมมีน้ำหนักมากในระบบ OQT แบบเปิด มาสู่ระบบที่ “แพ้ในนัดชิงทวีปเพียงนัดเดียว” อาจมีความหมายมากกว่าอันดับโลกที่สะสมมาทั้งปี ผลที่ตามมาคือทุกทวีปกำลังเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นกว่าที่เคย และทีมที่มีอันดับโลกสูงแต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ทวีปของตนได้ จะต้องแบกรับความเสี่ยงตลอดสองปีข้างหน้าในการไล่ล่าโควตาที่เหลือเพียง 6 ที่นั่งทั่วโลก ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าอันดับโลกในวันนี้จะยังคงสูงพอในวันตัดสินปี 2571

ชัยชนะของไทยเหนือจีนที่เทียนจิน จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางโอลิมปิกครั้งแรกของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกทีมทั่วโลกตระหนักว่า กติกาใหม่ของ FIVB กำลังเขียนบทนิยามใหม่ของคำว่า “ทีมเต็ง” ในโลกวอลเลย์บอลหญิงไปตลอดกาล

ทีมสาวไทยก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดความปั่นป่วน เพราะเราก็ต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อตั๋วใบเดียวเท่านั้นในฐานะ “ควีนทวีป” แต่พอดีกว่าน้องใหม่เวทีโอลิมปิกทีมนี้ก็ถือว่าเล่นเอาไว้ซะแสบๆ คันๆ กับทุกทีมวอลเลย์บอลทั่วโลกอยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว กันเลยทีเดียว สมฉายา “มดคันไฟไทยแลนด์” จริงๆ

บรรณาธิการบริหาร Reporter Journey บก.ทาสแมว หนุ่มเนิร์ดผู้มีความสุขกับการท่องโลกของ "ความรู้" ในทุกๆ ศาสตร์รอบตัว