ศุภจีสุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “พลิกมุมมองการค้าเพื่ออนาคต เปิดโอกาสการเติบโตในเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง Reimagining Trade for the Future: Unlocking Growth in a Changing Global Economy” โดยได้นำเสนอมุมมองทิศทางการค้าไทยท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง พร้อมสำรวจโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจไทยพร้อมเติบโตในอนาคตว่า
ระวัง! แนวคิด “วันที่ศูนย์” Day Zero Concept เพราะวันที่ผู้เล่นจากนอกอุตสาหกรรมเข้ามาดิสรัปธุรกิจหลัก เช่น BYD ที่เริ่มจากผู้ผลิตแบตเตอรี่รายเล็กในจีน จนกลายมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกแข่งกับค่ายรถยนต์เยอรมนี
อาซาร์ คูลิบาลี Regional Vice President and Associate General Counsel, Corporate, External and Legal Affairs จาก Microsoft Asia
อาซาร์ คูลิบาลี รองประธานประจำภูมิภาคและรองที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป ฝ่ายกิจการองค์กร กิจการภายนอกและกฎหมาย Microsoft Asia กล่าวถึงการขยายโอกาสเข้าถึง AI และการพัฒนาทักษะดิจิทัลว่า
“สำหรับประเทศไทย จากรายงาน AI Diffusion Report ของไมโครซอฟท์ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการแพร่กระจายและการประยุกต์ใช้ AI เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยโครงการอย่าง TH AI ช่วยสร้างความพร้อมด้าน AI หรือ AI Readiness and Literacy ให้แก่ประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการการเงินหรือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น”
“ทว่า ในช่วงแรก ดัชนีการแพร่กระจาย AI มักจะสูงในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งหากปล่อยไปตามธรรมชาติอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจถ่างกว้างขึ้น แต่มนุษย์มีพลังที่จะป้องกันปัญหานี้ผ่านการเร่งสร้างความรู้เท่าทัน AI นี่เป็นหลักการสำคัญที่ทำให้ไมโครซอฟท์เปิดตัว Center for the Global South เพื่อรวบรวมงานด้านการพัฒนาทักษะ โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายสาธารณะ เพื่อช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ”
อะนูป ซากู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Accenture ได้ให้มุมมองสำคัญในการนำ AI มาช่วยยกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไว้ว่า
“ในวันนี้ AI กลายเป็นหัวข้อที่ครอบคลุมและแทรกซึมไปในทุกภาคส่วนอย่างรวดเร็ว เหนือกว่ากระแสเทคโนโลยีในอดีต โดยในปัจจุบันทุกคนต่างมุ่งเน้นไปที่เรื่องเดียวกันคือ “การดึงคุณค่า (Value) จาก AI ออกมาใช้ได้อย่างไร” ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนก็อยู่ในจุดที่ได้เปรียบอย่างมากจากระดับการเปิดรับเทคโนโลยีที่สูง ทำให้มีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการนำ AI มาใช้อย่างแตกต่าง”
“ทั้งนี้ การดึงประโยชน์สูงสุดจาก AI มาปรับใช้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการพัฒนาตัวโมเดล แต่ขึ้นอยู่กับการนำไปประยุกต์ใช้ และใส่บริบทเฉพาะตัวขององค์กร เช่นเดียวกับที่ประเทศจีนประสบความสำเร็จในการสร้างบริบทการทำงานจนก้าวไปข้างหน้าได้รวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบัน หลายองค์กรนำ AIไปใช้เพียงในงานหลังบ้าน เช่น งานการเงิน ซึ่งสร้างเพียงผลประโยชน์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่ทำให้เราประหยัดเวลาได้เพียงไม่กี่นาทีและยากคำนวณเป็นรายได้ที่คืนกลับมาสู่องค์กร ดังนั้น การใช้ AI มาสร้างคุณค่าที่แท้จริง ต้องเป็นการนำข้อมูลนับล้านจุดหลังบ้านมาวิเคราะห์เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทานมากกว่า”
“ดังนั้น แนวทางที่ควรใช้ในการปรับองค์กรและบุคลากรในยุค AI คือต้องพัฒนาทักษะให้พนักงานมีความคล่องแคล่วในการนำมาปรับใช้กับงานประจำวัน พร้อมสร้างมุมมองเชิงบวกต่อการทำงานรูปแบบใหม่ ขณะที่ ต้องปฏิวัติระบบการทำงานไม่ให้มีการทำงานแยกส่วน (In silos) ของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในปรับเอา AI ไปใช้ประโยชน์ในองค์กร และเปลี่ยนสู่การทำงานที่ต้องมุ่งสร้างความสำเร็จร่วมกันให้ได้”
โดย อะนูป ซากู ได้ชี้แนวทางการใช้ 3 เสาหลักขับเคลื่อนองค์กรสู่ AI ว่าต้องประกอบด้วย Top-down Mandate ผู้บริหารระดับสูงต้องมีนโยบายผลักดันอย่างชัดเจน Widespread Adoption ต้องส่งเสริมการใช้งานวงกว้างทั่วทั้งองค์กร และ Pay the Foundation Tax หรือการลงทุนสร้างรากฐานด้านข้อมูล เพราะ “ถ้าไม่มีข้อมูล ก็ไม่มี AI”
“ในยุคนี้ ทั้ง AI และเรื่องความยั่งยืน ต่างต้องการข้อมูลที่สมบูรณ์เพื่อสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับ หรือTraceability ดังนั้น องค์กรควรต้องเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมกับโจทย์ เนื่องจาก AI เป็นทรัพยากรที่ใช้พลังงานและน้ำสูง การใช้โมเดลใหญ่ราคาแพงกับทุกงานถือเป็นข้อผิดพลาด ควรเลือกใช้โมเดลประหยัดกับงานพื้นฐาน และสงวนโมเดลซับซ้อนไว้สำหรับงานวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานระดับสูง”
“ท้ายที่สุดแล้ว แม้ AI จะฉลาดแค่ไหน แต่ “มนุษย์เป็นผู้นำ” และต้องเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยี เพราะมนุษย์เป็นผู้สร้าง AI ขึ้นมา จึงต้องเป็นผู้นำในการควบคุมและรักษาการตัดสินใจที่มีวิจารณญาณ โดยมอง AI เป็นพลังเสริมทักษะ เพื่อยกระดับความทะเยอทะยานและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มากกว่าจะตระหนกกับวาทกรรมวันสิ้นโลกที่เกี่ยวกับ AI”