มาเลเซียใกล้หลุด “กับดักรายได้ปานกลาง”

#ECONOMIC มาเลเซียใกล้หลุด “กับดักรายได้ปานกลาง” โดยเหลืออีกแค่ 7.1% เท่านั้นที่จะขยับขึ้นไปสู่ประเทศรายได้สูงตามเงื่อนไขของธนาคารโลกที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี รมว.กระทรวงเศรษฐกิจระบุว่า คนมาเลฯ มีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 13,351 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 445,789 บาทต่อปี ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5% ติดกันมาหลายปี มาเลเซียกำลังจะก้าวข้ามสู่ชาติรายได้สูงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหลังติดกับดักนี้มายาวนานมา 34 ปี

อักมัล นาสรุลเลาะห์ โมฮัมหมัด นาซีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจมาเลเซีย ระบุว่ามาเลเซียเหลือระยะห่างจากเกณฑ์ประเทศรายได้สูงของธนาคารโลกเพียง 7.1% แล้ว หลังเศรษฐกิจขยายตัว 5.8% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

รัฐมนตรีกล่าวขึ้นในพิธีเปิดตัวรายงาน OECD Economic Surveys : Malaysia 2026 โดยระบุว่ารัฐบาลจะทำให้แรงส่งทางเศรษฐกิจนี้แปลงเป็นผลิตภาพที่สูงขึ้น งานที่มีคุณภาพ และรายได้ที่เพิ่มขึ้นสำหรับชาวมาเลเซีย โดยกล่าวว่าเศรษฐกิจเติบโต 5.8% เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ที่ 1.9% และอัตราว่างงานอยู่ที่ 3.0% พร้อมย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณที่น่ายินดี แต่การข้ามเส้นเกณฑ์รายได้สูงไม่ใช่จุดหมายปลายทางในตัวเอง สิ่งสำคัญคือการเติบโตนั้นนำไปสู่ค่าจ้างที่ดีขึ้น งานที่มีคุณภาพมากขึ้น และอำนาจซื้อที่แข็งแกร่งขึ้นของประชาชนหรือไม่

อักมัล นาสรุลเลาะห์ กล่าวว่ารายงานฉบับนี้ซึ่งจัดทำอย่างเป็นอิสระและอ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ จะเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้การดำเนินงานตามแผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 13 (13MP) ปี 2026-2030 และเร่งการปฏิรูปเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ

ในปี 2025 รายได้มวลรวมประชาชาติ (GNI) ต่อหัวของมาเลเซียเพิ่มขึ้นเป็นต่อหัวของมาเลเซียเพิ่มขึ้นเป็น 57,200 ริงกิต หรือประมาณ 13,351 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 445,789 บาทต่อคนต่อปี เข้าใกล้เกณฑ์รายได้สูงของธนาคารโลกที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 479,981 บาทต่อคนต่อปี

ทั้งนี้รัฐบาลยังคงเป้าหมายการเติบโตทั้งปี 2026 ไว้ที่ระหว่าง 4-5% โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และภาคส่วนที่เข้มข้นด้านเทคโนโลยี รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูล

รายงาน OECD Economic Surveys : Malaysia 2026 ยังระบุว่าการทำให้การลงทุนด้านการศึกษาและการฝึกอบรมนำไปสู่ผลิตภาพและรายได้ที่สูงขึ้นเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างสำคัญ โดยชี้ว่าแรงงานที่จบระดับอุดมศึกษาถึง 35.6% ยังคงทำงานต่ำกว่าระดับทักษะของตน (skill-related underemployment)

รัฐมนตรีกล่าวว่าภายใต้ 13MP รัฐบาลจะเสริมความสอดคล้องของหลักสูตรกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และขยายการศึกษาและฝึกอบรมสายอาชีวะและเทคนิค (TVET) โครงการ Academy in Industry (AiI) และโครงการยกระดับทักษะในสาขาเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจดิจิทัล

พร้อมระบุว่าเมื่อแรงงานปริญญาตรี 35.6% ยังทำงานต่ำกว่าระดับทักษะ จึงไม่อาจวัดความสำเร็จจากจำนวนบัณฑิตเพียงอย่างเดียว การศึกษาและการฝึกอบรมต้องนำไปสู่งานที่มีมูลค่าสูง ผลิตภาพที่แข็งแกร่งขึ้น และค่าจ้างที่สะท้อนทักษะของแรงงานอย่างแท้จริง

ในด้านการคลัง ตัวเลขขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางลดลงจาก 5.5% ของจีดีพีในปี 2022 เหลือ 3.7% ในปี 2025 โดยรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นลดขาดดุลให้เหลือ 3% หรือต่ำกว่าภายในปี 2030 ผ่านการให้ความช่วยเหลือที่ตรงเป้าหมายมากขึ้นและลดการรั่วไหลของงบประมาณ ควบคู่กับการปกป้องกลุ่มเปราะบาง โดยรัฐมนตรีระบุว่าการรวมวินัยการคลังไม่ใช่การถอนความช่วยเหลือจากประชาชน แต่เป็นการทำให้ทุกริงกิตถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน

เพื่อเสริมสร้างผลิตภาพ กฎหมาย Government Service Efficiency Commitment Act 2025 (Iltizam Act) กำหนดเป้าหมายลดภาระด้านกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นลง 25% ภายในสามปี โดยผ่านคณะทำงานพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ (Pemudah) กระทรวงเศรษฐกิจจะระบุกระบวนการอนุมัติธุรกิจที่มีผลกระทบสูงเพื่อทบทวนทั้งกระบวนการ พร้อมมาตรฐานบริการที่ชัดเจนขึ้น การตัดสินใจที่คาดการณ์ได้มากขึ้น และความรับผิดชอบที่เข้มงวดขึ้นต่อความล่าช้า

ด้านนายอาร์. รามานัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของมาเลเซียเผยว่า มาเลเซียอยู่ห่างจากการบรรลุสถานะประเทศรายได้สูงตามเกณฑ์รายได้ต่อหัวของธนาคารโลกอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม รายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวของมาเลเซีย ซึ่งวัดโดยใช้วิธีการ Atlas ของธนาคารโลก แตะระดับ 12,380 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 415,770 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราช

รามานันบอกว่า ขนาดเศรษฐกิจของมาเลเซีย ซึ่งวัดโดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ก็เพิ่มขึ้นเป็น 472,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1957 เช่นกัน

สำหรับปีงบประมาณ 2027 วิธีการ Atlas ของธนาคารโลกกำหนดเกณฑ์ GNI ต่อหัวสำหรับสถานะประเทศรายได้สูงไว้ที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ

รามานันกล่าวในพิธีเปิดงานสัปดาห์ฝึกอบรมแห่งชาติ (NTW) ปี 2026 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาเลเซีย (UiTM) เปอร์มาตังเปา เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมว่า มาเลเซียอยู่ห่างจากเป้าหมายนั้นเพียงก้าวเดียว เราอยู่ไม่ไกลจากเป้าหมายแล้ว”

ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่า ประเทศกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยได้รับการขับเคลื่อนจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงาน

ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการกองทุนอย่างโปร่งใสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโอกาสในการพัฒนาทักษะของชาวมาเลเซียจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีสถาบันที่แข็งแกร่ง น่าเชื่อถือ และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาศักยภาพของชาติ

ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว 5.8%ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 5.4% ในไตรมาสก่อนหน้า และถ้าหากรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เฉลี่ยที่ 4-5% ต่อปีได้ มาเลเซียจะหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลังติดอยู่ในกับดักนี้มายาวนาน 34 ปีนับตั้งแต่ปี 1992

ขณะที่สถานะของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงเป็น “ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน” ซึ่งธนาคารโลกกำหนดรายได้เฉลี่ยไว้ที่ 4,636-14,375 ดอลลาร์สหรัฐ (155,702-482,791 บาท) และอยู่ในระดับนี้มาตั้งแต่ปี 2551 ธนาคารโลกรับรองอย่างเป็นทางการในปี 2554 ส่วนข้อมูลล่าสุดจากสภาพัฒน์ ณ พ.ค. 2569 ระบุว่า รายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่ 8,677.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี 291,440 บาท

ที่มา