เทศกาลสงกรานต์วนกลับมาอีกครั้ง ภาพของการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สรงน้ำพระพบเห็นได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย และสิ่งของสำคัญที่ขาดไม่ได้ในช่วงเวลานี้เลยคือ #น้ำอบ ทว่าในหนึ่งปีมีแค่ 2-3 วันที่คนไทยจะใช้น้ำอบ ถ้าอย่างนั้น อีกราว ๆ 363 วัน ’น้ำอบ‘ จะขายใคร ? ธุรกิจดำเนินต่อได้อย่างไรท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภคที่นาน ๆ จะมาที

บทความนี้ Reporter Journey จะพาไปทำความรู้จักกับสินค้า Signature ช่วงสงกรานต์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาแสนเนิ่นนาน นั่นคือ #น้ำอบ ผ่านเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง #น้ำอบไทยนางลอย น้ำอบที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 110 ปี ที่ส่งต่อกิจการมาแล้วกว่า 4 รุ่นชั่วอายุคน

ขวดแก้วสีเหลืองใสที่มีแป้งลอยก้น พลันเปลี่ยนน้ำเปล่าให้มีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ ทันทีที่น้ำอบถูกหยดลงไปผสมกับน้ำในขันสีเงิน วัฒนธรรมการรดน้ำดำหัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์อยู่คู่กับคนไทยมานาน น้ำอบก็เช่นกัน

น้ำอบไทย ของแม่เฮียง ที่ตลาดนางลอย

‘น้ำอบ คือหนึ่งใน ‘เครื่องหอม’ ที่ถูกใช้ในประเพณีต่าง ๆ ของสังคมไทย เช่น ประเพณีการโกนผมไฟ พิธีสรงน้ำพระ พิธีรดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์ ตลอดจนการรดน้ำศพ

การทำน้ำอบจะใช้ดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอม เช่น มะลิ ดอกแก้ว เนื้อไม้ ผิวมะกรูด แก่นไม้จันทร์ มาอบ ร่ำ ในน้ำให้มีกลิ่นหอม ผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนมาอยู่ในรูปแบบขวดเล็ก ๆ ที่เราคุ้นชินและต้องถามหาทุกครั้งเมื่อเทศกาลสงกรานต์เวียนมา

“น๊อต-ดิษฐพงศ์ ธ.เชียงทอง” ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งน้ำอบไทยนางลอย เล่าถึงเรื่องราวของน้ำอบไทยให้ฟังเพิ่มเติมว่าที่ ‘น้ำอบ ได้ชื่อว่า ‘น้ำอบ’ เป็นเพราะหนึ่งในกระบวนการทำมีการนำน้ำที่ต้มกับชะลูด (ไม้เถาชนิดหนึ่ง) นำมาอบกับเครื่องหอม ด้วยเหตุนี้ ‘น้ำอบ’ จึงได้ชื่อว่า ‘น้ำอบ’ ตามกระบวนการทำ ซึ่งกระบวนการอบนี้ต้องทำซ้ำ ๆ ถึง 9 รอบด้วยกัน

และที่ได้ชื่อว่าน้ำอบนางลอย เกิดจาก ‘แม่เฮียง ธ.เชียงทอง’ เจ้าตำรับนางลอยรุ่นที่ 1 ได้เริ่มจำหน่ายน้ำอบครั้งแรกที่ตลาดนางลอย ข้างวัดบพิตรภิมุข กรุงเทพมหานคร ซึ่ง ณ เวลานั้นสินค้าต่าง ๆ ยังไม่มีการตั้งชื่อแบรนด์แต่ด้วยกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้น้ำอบของแม่เฮียงได้รับความนิยมอย่างมาก จนลูกค้านำไปแนะนำปากต่อปากว่า

“น้ำอบไทย ของแม่เฮียง ที่ตลาดนางลอย”

และเมื่อนานวันเข้าคำพูดก็เพี้ยนไปเป็น

“น้ำอบไทยนางลอย”

หนึ่งปีมีแค่ 2-3 วันที่คนไทยจะใช้น้ำอบ ธุรกิจไปต่ออย่างไร

กลับมาที่ปัจจุบัน คุณน็อต ยังเล่าให้ฟังต่อว่าถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน จะมีเทคโนโลยีและเครื่องทุ่นแรงเข้ามามากน้อยเพียงใด น้ำอบไทยนางลอย ก็ยังคงใช้แรงงานคนในทุกขั้นตอนการผลิต เป็นงาน Craft ฝีมือคนไทยที่ส่งต่อทักษะกันรุ่นสู่รุ่น ที่มีต้นตำรับการปรุงมาจากในวังเมื่อ 110 ปีที่แล้ว

หนึ่งในคำถามสำคัญที่คุณน็อตเฉลยให้ฟังเป็นคำถามต่อมาคือ ในหนึ่งปีมีแค่ 2-3 วันที่คนไทยจะใช้น้ำอบ แล้วที่เหลืออีกราว ๆ 363 วัน น้ำอบไทยนางลอย ขายใคร ? และน้ำอบไทยนางลอยอยู่ในธุรกิจมาได้อย่างไรกว่า 100 ปี

“เราขายน้ำอบให้กับร้านสังฆภัณฑ์ทั่วประเทศ นอกเหนือช่วงเวลาสงกรานต์ ยังมีพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีประเพณีทางวัฒนธรรมที่ต้องใช้น้ำอบดำเนินการอยู่ ทำให้เรายังสามารถจำหน่ายได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี”

ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้ถึงผู้บริโภคอย่างเรา ๆ จะคุ้นเคยกับน้ำอบ แต่น้ำอบไทยนางลอยยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับแบรนด์อีก เช่น แป้งหินร่ำ เทียนหอม ยาหม่อง ยาดม และดินสอพอง

จริง ๆ Reporter Journey อยากพาไปดูสัดส่วนรายได้และกำไรของน้ำอบไทยนางลอย แต่น่าเสียดายเนื่องจากมีเพียงคำบอกเล่าจากคุณน็อตที่ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าว Today ไว้เท่านั้นถึงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ คุณน็อตเล่าว่าน้ำอบไทยนางลอยน่าจะเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำอบไทย ที่สัดส่วนตลาด 70-80% โดยมียอดขายในปี 2567 ที่ 7-8 ล้านบาท และในช่วงสงกรานต์จะขายได้สูงสุด 5,000 ขวดต่อวัน

เมื่อกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำงานร่วมกับสมอง เกิดเป็นจุดแข็งของแบรนด์

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่ทำให้น้ำอบไทยนางลอยอยู่คู่กับประเทศไทยมาในทุกยุคทุกสมัย ผู้เขียนมองว่าเป็นเพราะเอกลักษณ์ด้านกลิ่นอันโดดเด่น ที่มีเพียงกลิ่นเดียวตลอด 110 ปีที่ผ่านตั้งแต่เจ้าตำรับ แค่เพียงคนไทยได้กลิ่นก็จะทำให้นึกถึงแบรนด์ ซึ่งเรื่องนี้คุณน็อตก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้เช่นกันว่าที่คงกลิ่นนี้ไว้เพียงกลิ่นเดียวเพราะความคุ้นเคยของผู้บริโภค

ผู้เขียนอยากให้ลองนึกภาพสมัยที่เรายังเป็นเด็ก ที่เรามักจะได้กลิ่นน้ำอบไทยนางลอยตั้งแต่เด็กในวันรวมญาติช่วงสงกรานต์ วันที่เต็มไปด้วยคุณพ่อ คุณแม่ วันที่เรารายล้อมไปด้วยครอบครัว กลิ่นนี้ได้ฝังอยู่ในบรรยากาศนี้ และพอเราโตขึ้น มีครอบครัวเป็นของตัวเอง เมื่อเราได้กลิ่นนี้อีกครั้งความทรงจำในวัยเด็กภาพของบรรยากาศเก่า ๆ ก็วนกลับมา สมองของคนเรารับข้อมูลด้านอื่น ๆ นอกจากภาพแต่ยังมีกลิ่นอีกหนึ่งช่องทาง

กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่น้ำอบไทยนางลอยคงไว้ กำลังทำงานร่วมกับระบบประสาทและสมอง ให้เราคิดถึงความทรงจำดี ๆ เมื่อครั้งเรายังเป็นเด็ก นึกถึงคุณตา คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ นึกถึงคนที่เลี้ยงดูเรามา กลิ่นหอมจาง ๆ กำลังทำให้เราเดินทางย้อนเวลาไปหาท่านอีกครั้ง

ถ้าคุณผู้อ่าน อ่านมาถึงตรงนี้คงรู้แล้วใช่ไหมว่าจะต้องซื้ออะไรมาติดบ้าน-ติดคอนโดไว้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลสำคัญในวันหน้า หรือถ้ายังไม่มีติดบ้านตอนนี้ก็ไม่สายเกินไปที่จะออกไปหาซื้อติดไว้ : )

อ้างอิง

นำอบนางลอย

สุดอึ้งทึ่งทั่วไทย

today

เด็กหนุ่มจากราชบุรี ที่ยังคงลองผิดลองถูกเสมอมา